กลยุทธ์ “Content Creator & Lifestyle Entertainment” หนุนผลการดำเนินงาน "เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์" ไตรมาส 1 สร้างการเติบโตรายได้และกำไร รุกหนักไอดอล มาร์เก็ตติง ชิงงบโฆษณา
บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ทำรายได้รวม 1,828.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 48.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 315.11 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งเผชิญภาวะ “ขาดทุน” ในไตรมาส 1 ปี 2568
ทั้งนี้ 3 เสาหลักธุรกิจ ทำรายได้ ดังนี้ กลุ่มธุรกิจ Content Marketing ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่นำคอนเทนต์ไปต่อยอดผ่านทั้งทีวี ออนไลน์ ลิขสิทธิ์ วิทยุ ทำรายได้ 719.29 ล้านบาท ลดลง 7.87 % ตามแนวโน้มของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ที่ลดลง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Idol Marketing ที่มีศิลปินเป็น “สินทรัพย์” ทำเงิน สามารถสร้างความเติบโตโดดเด่นทำรายได้ 1,080.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.20% และกลุ่มธุรกิจ Production Business ซึ่งมีทั้งผลิตรายการ สตูดิโอให้เช่า เติมเต็มอีโคซิสเทมของบริษัททำรายได้ 21.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.42 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน
สำหรับทั้ง 3 ธุรกิจ ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ Idol Marketing ทำสัดส่วนรายได้มากสุด 59.3% ตามด้วยกลุ่มธุรกิจ Content Marketing สัดส่วน 39.5% และกลุ่มธุรกิจ Production Business สัดส่วน 1.2%
ทั้งนี้ ไตรมาส 1 อุตสาหกรรมสื่อโฆษณา ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศษสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น สะเทือนราคาพลังงานในตลาดโลก เงินเฟ้อ กดดันต้นทุนการดำเนินงานของบริษัททั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในสำนักงานและสตูดิโอ ค่าเดินทางสำหรับออกกองถ่ายในพื้นที่ต่างๆ ที่สำคัญเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มอุตสาหรรม “ระมัดระวัง” ในการใช้งบโฆษณามากขึ้น ซึ่งบริษัทเตรียมแผนรับมือด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการการผลิต การขยายฐานรายได้ตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ บรรเทาผลกระทบความผันผวนของค่าเงินและต้นทุนผลิตที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 1 บรรยากาศการเมืองของไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น หลังการจัดตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2” ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนกลับมาวางแผนใช้งบตลาดและโฆษณาในระยะยาวอีกครั้ง
ขณะเดียวกันสถานการณ์อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาเข้าสู่ภาวะการเลือกสื่อเชิงกลยุทธ์(Selective Media Spending)อย่างชัดเจน โดยเจ้าของแบรนด์สินค้ามีการจัดสรรงบประมาณอย่างระมัดระวัง มุ่งเน้นสื่อที่ให้ผลตอบแทนการลงทุน(ROI)สูงสุด ภายใต้แรงกดดันต้นทุนพลังงานกระทบราคาสินค้า และงบโฆษณาถูกโยกจากสื่อดั้งเดิมไปยังสื่อทีวีที่ควบรวมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล(Intergrated TV & Digital) เพราะสร้างการรับรู้ในวงกว้างพร้อมกับปิดยอดขายในทันที เป็นต้น
แนวโน้มในอนาคตทิศทางแบรนด์สินค้ายังมุ่งเน้นการทำตลาดเชิงประสิทธิภาพ(Performance Marketing) และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้ “อินฟลูเอนเซอร์” จุดนี้บริษัทมองเป็นโอกาส หลังการปรับบทบาทสู่การเป็นผู้ให้บริการสื่อครบวงจร ผ่านการเชื่อมโยงสื่อทีวีเข้ากับการบริหารศิลปินเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งจากงบโฆษณาที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 1 รายได้และการเติบโตของ “กำไรสุทธิ” สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มีศักยภาพของบริษัท ที่ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Content Creator & Lifestyle Entertainment” โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ระดับพรีเมียม เพื่อขยายฐานรายได้จากช่องทางใหม่ๆ พร้อมทั้งปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคระดับสากล เพื่อรักษาศักยภาพการทำกำไรและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในปี 2569 “เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์” ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านกลยุทธ์ 4 เสาหลัก มุ่งเน้นความแข็งแกร่งของคอนเทนต์และการขยาย Ecosystem ของธุรกิจให้ครอบคลุมทุกมิติของความบันเทิง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ยกระดับคอนเทนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงและมีความหลากหลาย ทั้งละคร ซีรีส์ และรายการวาไรตี้ เพื่อขยายฐานผู้ชมไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น
2. รุกตลาด Segmented เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมในแต่ละกลุ่ม (Segmented Market) ได้อย่างแม่นยำ เพื่อสร้างความผูกพัน (Engagement) และฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น
3. ขยาย Idol Marketing Ecosystem อย่างครบวงจร ทั้งการจัดคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง และการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ เพื่อต่อยอดจากความนิยมของศิลปินในสังกัดให้กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืนจากทั้งในและต่างประเทศ
4. ผลักดันแอปพลิเคชัน oneD สู่ศูนย์กลางความบันเทิงดิจิทัล ที่รวบรวมทุกความบันเทิงในเครือ โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน (User Experience) และการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อให้ oneD เป็นประตูสู่โลกแห่งความบันเทิงดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายและครบจบในที่เดียว

