วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ออนิกซ์’ โชว์วิชั่น 6 ทศวรรษ ทุ่มงบ 5.5 พันล้าน สยายปีกโรงแรมสู่ 75 แห่งในปี 2573

‘ออนิกซ์’ โชว์วิชั่น 6 ทศวรรษ ทุ่มงบ 5.5 พันล้าน สยายปีกโรงแรมสู่ 75 แห่งในปี 2573

“ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” เชนโรงแรมสัญชาติไทยภายใต้ร่มใหญ่ของกลุ่มบริษัทอิตัลไทย ประกาศกลยุทธ์การเติบโตเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี หลังขยายพอร์ตโฟลิโอจากการบริหารโรงแรมแห่งแรกในพัทยา สู่การเป็นกลุ่มธุรกิจฮอสพิทาลิตี้ระดับภูมิภาคที่มีหลากหลายแบรนด์ อาทิ อมารี (Amari), โอโซ่ (OZO), ชามา (Shama) และ โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ครอบคลุมทำเลศักยภาพในไทยและหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก

ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX) ฉายภาพว่า ปัจจุบันกลุ่มออนิกซ์ฯ มีโรงแรมและโครงการภายใต้การบริหารรวมทั้งสิ้น 49 แห่ง กระจายใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย 23 แห่ง ฮ่องกง 9 แห่ง มาเลเซีย 7 แห่ง จีน 6 แห่ง สปป.ลาว 2 แห่ง ศรีลังกา 1 แห่ง และบังกลาเทศอีก 1 แห่ง โดยพร้อมก้าวสู่การมีสินทรัพย์มากกว่า 75 แห่งใน 6 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2573

กลุ่มออนิกซ์ฯ มีแผนการลงทุนมูลค่า 5,500 ล้านบาทในช่วง 5 ปีข้างหน้า เดินหน้าพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง อาทิ “อีคิว ภูเก็ต” (EQ Phuket) เป็นการร่วมทุนกับ อีเควทอเรียล กรุ๊ป จากมาเลเซีย มูลค่าลงทุนรวม 2,800 ล้านบาท บนที่ดิน 33 ไร่ หาดกะตะ นับเป็นโครงการแรกที่กลุ่มออนิกซ์ฯ เข้าลงทุน แต่ไม่ได้บริหารเอง เพราะเชื่อว่าแบรนด์อีคิวมีศักยภาพดี ซึ่งเขาอยากขยายแบรนด์มาที่ภูเก็ต คาดว่าจะเปิดให้บริการในอีก 2 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนาโครงการ “ชามา นอร์ท พัทยา” (Shama North Pattaya) ตั้งอยู่หลังโรงแรมอมารี พัทยา โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มออนิกซ์กับบริษัทมหาชนจากญี่ปุ่น ใช้งบลงทุนราว 750 ล้านบาท สามารถชนกับคู่แข่งแบรนด์อื่นๆ ในตลาดพำนักระยะยาว (Long Stay) และยืดหยุ่นด้านการขายห้องพักแบบระยะสั้นได้ด้วย ส่วนโครงการอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ชามา บริษัทเตรียมพัฒนา “ชามา ระยอง” (Shama Rayong) และ “ชามา ฮับ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ” (Shama Hub Ladprao Bangkok)

อีกโครงการระดับลักชัวรีที่ลงทุนก่อสร้างต่อคือ “อมารี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า สมุย” (Amari Resort & Villas, Samui) เช่าที่ดินระยะยาว 30 ไร่บนหาดเฉวง พัฒนาจำนวน 65 ห้องพัก ใช้งบลงทุน 700 ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่ให้บริการโรงแรมอมารี สมุย อยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้มีจำนวนห้องพักรวมเกือบ 300 ห้อง และหวังว่าตรงแปลงที่ดินด้านหลังจะขึ้นอีกแบรนด์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

รวมถึงแผนทรานส์ฟอร์มครั้งสำคัญของ “อมารี ภูเก็ต” (Amari Phuket) ไฮไลต์คือการปรับปรุงห้องพักเก่าติดชายหาดเป็นห้องสวีทและพูลวิลล่า เพื่อยกระดับศักยภาพของสินทรัพย์และประสบการณ์ของผู้เข้าพัก ใช้งบลงทุน 1,200-1,300 ล้านบาท

‘ออนิกซ์’ โชว์วิชั่น 6 ทศวรรษ ทุ่มงบ 5.5 พันล้าน สยายปีกโรงแรมสู่ 75 แห่งในปี 2573

สำหรับแผนการเปิด “โครงการใหม่” ในปี 2569 ของกลุ่มออนิกซ์ ได้แก่ ชามา สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ (Shama Sukhumvit 101 Bangkok), ชามา เมดินี (Shama Medini) และ วาย โฮเทล หนานซาน เซินเจิ้น อินสไปร์ บาย โอโซ่ (Y Hotel Nanshan Shenzhen Inspired by OZO) สะท้อนกลยุทธ์การรุกขยายตลาดทั้งในกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโรงแรมไลฟ์สไตล์ในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Asia-Pacific”

พร้อมเดินหน้า “ยกระดับแบรนด์” ในภาพรวม ผ่านแผนระยะยาวภายใต้แนวคิด “ONYX Universe” ซึ่งเป็นกรอบกลยุทธ์ระดับองค์กรที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี ความยั่งยืน ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ประสิทธิภาพด้านการตลาดและรายได้ ความสัมพันธ์กับลูกค้า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนการบริหารสินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

“แนวทางดังกล่าวจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค และตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

‘ออนิกซ์’ โชว์วิชั่น 6 ทศวรรษ ทุ่มงบ 5.5 พันล้าน สยายปีกโรงแรมสู่ 75 แห่งในปี 2573 ยุทธชัย จรณะจิตต์

 

ยุทธชัย เล่าเพิ่มเติมว่า กลุ่มออนิกซ์ฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ไว้ที่ 10,330 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน ซึ่งปิดรายได้ที่ 9,094 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงานขั้นต้น (GOP) 3,552 ล้านบาท

“เราตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้โหดพอสมควร เพิ่มขึ้น 14% เทียบกับปีที่แล้ว จะมีสงครามในตะวันออกกลางหรือไม่มีสงคราม ไม่ใช่ประเด็น เพราะเรากระจายความหลากหลาย (Diversify) ของตลาดไว้แล้ว ทำให้ปีนี้เป็นปีที่เราจะต้องสร้างการเติบโตต่อทั้งรายได้รวมและ GOP โดยเรามองว่าช่วงครึ่งปีแรก จำนวน (Volume) ไม่ใช่ประเด็น แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือราคา (Pricing) แต่ครึ่งปีหลังต้องค่อยๆ บาลานซ์ระหว่าง Volume กับ Pricing เพื่อดันรายได้รวมไปให้ถึงเป้าหมาย”

โดยโครงสร้างตลาดเป้าหมาย 5 กลุ่มแรกในปีนี้ กระจายไปยังตลาดระยะใกล้ (Short-haul) สัดส่วน 28% จากนักท่องเที่ยวไทย อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย, ตลาดระยะไกล (Long-haul) สัดส่วน 25% จากรัสเซีย สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย สหรัฐ และเยอรมนี, ตลาดตะวันออกกลาง สัดส่วน 19% จากอิสราเอล กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต, ตลาดเอเชียเหนือ สัดส่วน 13% จากจีน เกาหลีใต้ และฮ่องกง ขณะที่ตลาดอื่นๆ ครองสัดส่วน 15%

‘ออนิกซ์’ โชว์วิชั่น 6 ทศวรรษ ทุ่มงบ 5.5 พันล้าน สยายปีกโรงแรมสู่ 75 แห่งในปี 2573

นอกจากนี้ กลุ่มออนิกซ์ฯ ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการบริหารสินทรัพย์และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ “ONYXRT” เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท จากปัจจัยสนับสนุนทั้งอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ทยอยฟื้นตัว และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน

โดยในปี 2569 บริษัทคาดว่าสินทรัพย์หลัก (Core Assets) ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 3 แห่ง ได้แก่ อมารี กรุงเทพฯ, โอโซ่ สมุย และ โอโซ่ ภูเก็ต จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพอร์ตการลงทุน ตั้งเป้ามูลค่ารวมไว้ที่ 4,000-4,500 ล้านบาทสำหรับการระดมทุนในชุดแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ตามแผนการขยายโรงแรมของบริษัท และส่วนหนึ่งจะนำไปชำระคืนหนี้แก่เจ้าหนี้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ยื่นไฟลิ่ง (Filing) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มโรดโชว์ในเดือน มิ.ย.-ส.ค. และตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่เกินเดือน ต.ค. 2569

“กองทรัสต์ ONYXRT ถูกออกแบบให้เป็นกองทรัสต์ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่การขายครั้งเดียวจบ โดยบริษัทมีแผนจะนำทรัพย์สินคุณภาพอื่นๆ เช่น จากแบรนด์ชามา หรือโรงแรมในพัทยา เข้าสู่กองทรัสต์ในชุดที่ 2 และ 3 ต่อไป ซึ่งจะทำให้ขนาดกองทรัสต์ขยายตัวไปถึงระดับ 7,000-8,000 ล้านบาทภายใน 4-5 ปีข้างหน้า”