วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ช่อง 3 ไตรมาส 1 รายได้-กำไรลด งัดซีรีส์แนวตั้ง ดึงเงินจากคนดู

ช่อง 3 ไตรมาส 1 รายได้-กำไรลด งัดซีรีส์แนวตั้ง ดึงเงินจากคนดู

บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด(มหาชน)ไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 839.5 ล้านบาท ลดลง 15.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 30.7 ล้านบาท ลดลง 28.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดสื่อโฆษณาโทรทัศน์โดยรวมที่รับมือแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางจากหลายปัจจัย ประชาชนมีกำลังซื้อที่ลดลง จากค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น

เมื่อดูรายได้แต่ละธุรกิจ รายได้จากการขายเวลาโฆษณาไตรมาส 1 อยู่ที่ 607.7 ล้านบาท ลดลง 19.6% ปัจจุบันโฆษณายังเป็นรายได้หลักของบริษัทมีสัดส่วนถึง 72.4% ส่วนรายได้จากการให้ลิขสิทธิ์และบริการอื่นอยู่ที่ 215.2 ล้านบาท ลดลง 3.5% เนื่องจากการชะลอตัวจองธุรกิจจำหน่ายละครไปตางประเทศ และรายได้จากการขายสินค้า 16.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% หรือเพิ่ม 1 ล้านบาท

สถานการณ์ของแต่ละธุรกิจในไตรมาสแรก การจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ มี 4 เรื่องที่จัดทัพบุกตลาดบนแพลตฟอร์มระหว่างประเทศ ได้แก่ ยิหวาดาตัง ก็รักมันปักใจ ปิ่นอนงค์ และ Girl Love อย่าง รักไม่คาดฝัน ส่วนธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน 3Plus นังเดินหน้าสร้างเอนเกจเมนต์รักษาฐานผู้ใช้งาน และมีการเปิดตัวโปรเจค “ตั้งติดจอ” นำเสนอซีรีส์แนวตั้งผ่านหน้าจอทีวีเป็นครั้งแรก ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้แบบวิดีโอออนดีมานด์ คนดูจ่ายเงินซื้อเป็นเรื่องๆหรือ TVOD(Transactional Video on Demand) ผ่านฟีเจอร์ 3Plus ShortsOnly รับกระแสซีรีส์แนวตั้งมาแรง

ด้านธุรกิจบริหารจัดการศิลปินและกิจกรรมบันเทิง(Artist & Entertainment Events) มีการขยายแฟนคลับสู่ตลาดสากล จัดแฟนมีทในฮ่องกง สิงคโปร์ ไทเป มาเก๊า ผนวกกับการสร้างรายได้จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยศิลปินในสังกัดที่เป็นแม่เหล็กจะเน้น Girl Love ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษและเวทีเสวนาเชิงกลยุทธ์ ต่อยอดรายการดัง เช่น ครอบครัวข่าว 3 มีเวทีสำคัญ อยาาง Forum 2026 : ทิศทางโลกทิศทางไทย เลือกตั้ง 2569 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ ฯ เพื่อสร้างโอกาสทำรายได้ผ่านรูปแบบการสนับสนุนหรือ Sponsorship จากพันธมิตรต่างๆ

ขณะที่ธุรกิจภาพยนตร์ ยังเดืนหน้าผนึก M Studio เพื่อต่อยอดความสำเร็จ ผลิตหนังเรื่อง “สมิงเขาขวาง” ภาคต้นของ “ธี่หยด” ภาค 1 และ “สุขสุดท้าย” อยู่ระหว่างการผลิต ทั้ง 2 เรื่องวางแผนฉาย 30 กันยายน 2569 และ 5 พฤศจิกายน 2569 ตามลำดับ

ธุรกิจสื่อดั้งเดิมที่ยังคงพึ่งพารายได้โฆษณาสัดส่วนค่อนข้างสูง ยังต้องเผชิญโจทย์ยากฝ่ากระแสดิจิทัล พฤติกรรมคนดูที่เปลี่ยนต่อไป เพื่อหาช่องในการสร้างการเติบโตให้ได้ และการมีบรรดาแม่ทัพนายกองสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่จะกำหนดนโยบาย และเคลื่อนทัพองค์กร “ช่อง 3” เพิ่งมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของผู้บริหารคนสำคัญหลายตำแหน่ง เพื่อบริหารธุรกิจ อย่าง นายวิบูลย์ ลีรัตนขจร เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ จากเดิมนั่งรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการ สานธุรกิจโทรทัศน์

ตามด้วยดอกไม้เหล็กผู้เป็นทายาท “มาลีนนท์” ได้แก่ นางสาวเทรซีแอนน์ มาลีนนท์ เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ดูแลงาน สายธุรกิจสนับสนุน จากเดิมเป็นผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ดูแลสายงาน ธุรกิจสนับสนุน นางสาวปิยวดี มาลีนนท์ เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ดูแลงาน สายการตลาดและพาณิชย์ จากผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และนางสาวปิ่นกมล มาลีนนท์ เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ดูแลงาน สายการผลิตรายการ และกิจกรรมต่อเนื่อง จากผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งครั้งนี้ไม่มีผลต่อผังโครงสร้างการจัดการบริษัทแต่อย่างใด