“งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี 2569” นับเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่พร้อมพลิกโฉมเศรษฐกิจของ “อุดรธานี” หนึ่งในไมซ์ซิตี้ของไทย โดยมีกำหนดจัดงานในช่วงไฮซีซันระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ภายใต้ธีม “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ใช้งบประมาณจัดงาน 2,500 ล้านบาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 32,000 ล้านบาท
ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ในนามของ “National Bidder” หรือผู้ประมูลสิทธิ์ระดับประเทศ ซึ่งได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมาปักหมุดที่ จ.อุดรธานี ในปี 2569 มีความมั่นใจอย่างมากว่าแพลตฟอร์ม “ไมซ์” (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และงานแสดงสินค้า) จะไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทรานสฟอร์ม (Transform) พื้นที่ภาคอีสาน จากองค์ประกอบของการเจรจาธุรกิจเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตร รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี สุขภาพ และอาหาร พร้อมยกระดับ “อุดรธานี” เป็นเมืองคุณภาพและมีชื่อบนปฏิทินเวทีโลก
“เดิมเมืองในภาคอีสานอาจจะไม่ได้อยู่ในหมุดหมายของท่องเที่ยวโลก แต่งานมหกรรมพืชสวนโลกจะเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่ดึงดูดการเดินทางของชาวต่างชาติ ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและกลุ่มองค์กรโดยเฉพาะจากจีนและอาเซียน ทำให้อุดรธานีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะเป็นที่รู้จักของโลกมากขึ้น”
ทีเส็บคาดการณ์ว่างานนี้จะมีจำนวนผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคนตลอดระยะเวลา 134 วันของการจัดงาน เฉพาะผู้แทน นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติมีไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 32,000 ล้านบาท กระตุ้นการลงทุน การท่องเที่ยว และการจ้างงานในภูมิภาค
รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การก่อสร้างงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปัจจุบันคืบหน้ากว่า 71% แล้ว เฉพาะงานภูมิทัศน์ซึ่งมีมืออาชีพอย่าง “สวนนงนุช” เข้ามาดูแลจัดสวนในพื้นที่คืบหน้ามากกว่า 90% แล้ว โดยการจัดเตรียมพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เนื่องจากสามารถเนรมิตพื้นที่โล่งให้กลายเป็นพื้นที่สวนได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี 1 เดือน พร้อมอวดต่อสายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ขณะนี้มีกว่า “15 ประเทศ” ยืนยันจัด “พาวิลเลียน” (Pavilion) ภายในงานนี้เพื่อร่วมจัดแสดงสวน โชว์ความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะเดียวกันการจัดงานนี้ไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีของภาคการเกษตร เชื่อมโยงผลกระทบทางเศรษฐกิจไปยังภาคการท่องเที่ยวและไมซ์ได้อีกด้วย
“อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของการจัดงานนี้ คือแผนการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (Legacy Plan) เพื่อให้คุ้มค่ากับงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท โดยหลังจากงานนี้จบลง ทางจังหวัดอุดรธานีมีแผนใช้พื้นที่ในระยะยาว เช่น สำหรับจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำ รวมถึงปรับเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรต่อไป”
ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีได้เตรียมความพร้อม 9 ด้านสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ ความพร้อมของเมือง ภาคประชาชน การประชาสัมพันธ์ กิจกรรมไมซ์ การเดินทาง แพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหารเครื่องดื่ม
เฉพาะความพร้อมด้าน “การเดินทาง” จะมีเที่ยวบินเข้าสู่อุดรธานีเพิ่มขึ้น 20-30% ในช่วงไฮซีซัน และเพิ่มรถไฟเที่ยวพิเศษ นอกจากนี้ยังมีบริการฟรี “ชัตเทิล ซิสเต็ม” (Shuttle System) ด้วยรถชัตเทิล 50-100 เที่ยวต่อวัน รวม 25 เส้นทางเดินรถ ด้วยจำนวนรถชัตเทิล 30 คัน รองรับ 13,000 คนต่อวัน ขณะเดียวกันเตรียมบริหารทราฟฟิกรถแบบเรียล-ไทม์ เพื่อให้การจราจรลื่นไหล มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับรถจอดในพื้นที่งานได้มากกว่า 5,000 คันต่อวัน
“เรามีการสร้างสถานีรถไฟชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมงานสามารถเดินทางมาลงที่หน้าทางเข้างานได้โดยตรง เฉพาะส่วนนี้ใช้งบประมาณ 16 ล้านบาท เพื่อเชื่อมการเดินทางจาก สปป.ลาว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในเดือน ก.ย.นี้”
ความพร้อมด้าน “ที่พัก” มีห้องพักรองรับ 8,000-10,000 ห้อง ครอบคลุมโรงแรมและโฮมสเตย์ โดยมากกว่า 70% ได้มาตรฐาน SHA มีระบบความปลอดภัยและสุขอนามัยเข้มงวด พร้อมอบรมบุคลากรมากกว่า 1,000 คน เตรียมผู้ประสานงานและมัคคุเทศก์ระดับจูเนียร์ รองรับหลายภาษาทั้งอังกฤษ จีน และลาว โดยคาดว่ารายได้กลุ่มที่พักโรงแรมจะเติบโต 25-40% ในช่วงการจัดงานฯ
สำหรับความพร้อมด้าน “กิจกรรมไมซ์” จะมีการจัดงานนวัตกรรมทางการเกษตรและประชุมวิชาการล่วงหน้าจำนวน 10-15 งาน กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ มีผู้ประกอบการต่างชาติมากกว่า 200 บริษัทเข้าร่วม ขณะที่รายได้อุตสาหกรรมไมซ์คาดเติบโตมากกว่า 30% และยังเป็นเวทีส่งเสริมการร่วมทุน (Joint Venture) ของภาคเกษตร สร้างความร่วมมือธุรกิจระดับนานาชาติ
ความพร้อมด้าน “แพ็กเกจท่องเที่ยว” เตรียมออกแคมเปญโปรโมต “เที่ยวงาน + เที่ยวเมืองรอง” เพื่อกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ รวมถึงการขาย “City Pass” รวมตั๋วเข้างานและส่วนลดร้านค้า ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืนสำหรับเที่ยวงานและชมทะเลบัวแดง ซึ่งเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวอุดรธานีในช่วงไฮซีซัน
นอกจากนี้เตรียมโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ทะเลบัวแดง บ้านเชียง คำชะโนด ขยายเส้นทางสู่หนองคายและเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยประเมินว่าจะมียอดจองแพ็กเกจท่องเที่ยวล่วงหน้า (Advanced Booking) มากกว่า 30% ช่วยเพิ่มการพักค้างคืน 1-2 คืนต่อคน
“การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเท่ากับการเอาชื่อจังหวัดอุดรธานีไปแปะบนแผนที่โลก ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักเรามากขึ้น จังหวัดอุดรธานียืนยันความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามากว่า 3.6 ล้านคน”
และหลังจบงาน ได้เตรียม “แผนการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” (Legacy Plan) เอาไว้ จะพัฒนาเป็นสวนสาธารณะระดับโลก ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ทั้งยังยกระดับอุดรธานี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพเมืองสู่สมาร์ตซิตี้และกรีนซิตี้ในระยะยาว

