วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘พืชสวนโลก 2569’ ปลุกเศรษฐกิจอีสานไฮซีซัน ดันตลาดไมซ์พลิกโฉม ‘อุดรธานี’ สู่เวทีโลก

‘พืชสวนโลก 2569’ ปลุกเศรษฐกิจอีสานไฮซีซัน ดันตลาดไมซ์พลิกโฉม ‘อุดรธานี’ สู่เวทีโลก

“งานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี 2569” นับเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่พร้อมพลิกโฉมเศรษฐกิจของ “อุดรธานี” หนึ่งในไมซ์ซิตี้ของไทย โดยมีกำหนดจัดงานในช่วงไฮซีซันระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 บนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ภายใต้ธีม “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ใช้งบประมาณจัดงาน 2,500 ล้านบาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 32,000 ล้านบาท

ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ในนามของ “National Bidder” หรือผู้ประมูลสิทธิ์ระดับประเทศ ซึ่งได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมาปักหมุดที่ จ.อุดรธานี ในปี 2569 มีความมั่นใจอย่างมากว่าแพลตฟอร์ม “ไมซ์” (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และงานแสดงสินค้า) จะไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทรานสฟอร์ม (Transform) พื้นที่ภาคอีสาน จากองค์ประกอบของการเจรจาธุรกิจเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกษตร รวมถึงนวัตกรรมเทคโนโลยี สุขภาพ และอาหาร พร้อมยกระดับ “อุดรธานี” เป็นเมืองคุณภาพและมีชื่อบนปฏิทินเวทีโลก

“เดิมเมืองในภาคอีสานอาจจะไม่ได้อยู่ในหมุดหมายของท่องเที่ยวโลก แต่งานมหกรรมพืชสวนโลกจะเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่ดึงดูดการเดินทางของชาวต่างชาติ ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและกลุ่มองค์กรโดยเฉพาะจากจีนและอาเซียน ทำให้อุดรธานีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะเป็นที่รู้จักของโลกมากขึ้น”

ทีเส็บคาดการณ์ว่างานนี้จะมีจำนวนผู้เข้าชมกว่า 3.6 ล้านคนตลอดระยะเวลา 134 วันของการจัดงาน เฉพาะผู้แทน นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติมีไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 32,000 ล้านบาท กระตุ้นการลงทุน การท่องเที่ยว และการจ้างงานในภูมิภาค

‘พืชสวนโลก 2569’ ปลุกเศรษฐกิจอีสานไฮซีซัน ดันตลาดไมซ์พลิกโฉม ‘อุดรธานี’ สู่เวทีโลก ศุภวรรณ ตีระรัตน์

รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การก่อสร้างงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปัจจุบันคืบหน้ากว่า 71% แล้ว เฉพาะงานภูมิทัศน์ซึ่งมีมืออาชีพอย่าง “สวนนงนุช” เข้ามาดูแลจัดสวนในพื้นที่คืบหน้ามากกว่า 90% แล้ว โดยการจัดเตรียมพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เนื่องจากสามารถเนรมิตพื้นที่โล่งให้กลายเป็นพื้นที่สวนได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี 1 เดือน พร้อมอวดต่อสายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ขณะนี้มีกว่า “15 ประเทศ” ยืนยันจัด “พาวิลเลียน” (Pavilion) ภายในงานนี้เพื่อร่วมจัดแสดงสวน โชว์ความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะเดียวกันการจัดงานนี้ไม่ได้เน้นเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจ นำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีของภาคการเกษตร เชื่อมโยงผลกระทบทางเศรษฐกิจไปยังภาคการท่องเที่ยวและไมซ์ได้อีกด้วย

“อีกหนึ่งโจทย์สำคัญของการจัดงานนี้ คือแผนการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (Legacy Plan) เพื่อให้คุ้มค่ากับงบประมาณกว่า 2,500 ล้านบาท โดยหลังจากงานนี้จบลง ทางจังหวัดอุดรธานีมีแผนใช้พื้นที่ในระยะยาว เช่น สำหรับจัดการแข่งขันกีฬาทางน้ำ รวมถึงปรับเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรต่อไป”

ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีได้เตรียมความพร้อม 9 ด้านสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ ความพร้อมของเมือง ภาคประชาชน การประชาสัมพันธ์ กิจกรรมไมซ์ การเดินทาง แพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหารเครื่องดื่ม

เฉพาะความพร้อมด้าน “การเดินทาง” จะมีเที่ยวบินเข้าสู่อุดรธานีเพิ่มขึ้น 20-30% ในช่วงไฮซีซัน และเพิ่มรถไฟเที่ยวพิเศษ นอกจากนี้ยังมีบริการฟรี “ชัตเทิล ซิสเต็ม” (Shuttle System) ด้วยรถชัตเทิล 50-100 เที่ยวต่อวัน รวม 25 เส้นทางเดินรถ ด้วยจำนวนรถชัตเทิล 30 คัน รองรับ 13,000 คนต่อวัน ขณะเดียวกันเตรียมบริหารทราฟฟิกรถแบบเรียล-ไทม์ เพื่อให้การจราจรลื่นไหล มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับรถจอดในพื้นที่งานได้มากกว่า 5,000 คันต่อวัน

“เรามีการสร้างสถานีรถไฟชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมงานสามารถเดินทางมาลงที่หน้าทางเข้างานได้โดยตรง เฉพาะส่วนนี้ใช้งบประมาณ 16 ล้านบาท เพื่อเชื่อมการเดินทางจาก สปป.ลาว โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในเดือน ก.ย.นี้”

ความพร้อมด้าน “ที่พัก” มีห้องพักรองรับ 8,000-10,000 ห้อง ครอบคลุมโรงแรมและโฮมสเตย์ โดยมากกว่า 70% ได้มาตรฐาน SHA มีระบบความปลอดภัยและสุขอนามัยเข้มงวด พร้อมอบรมบุคลากรมากกว่า 1,000 คน เตรียมผู้ประสานงานและมัคคุเทศก์ระดับจูเนียร์ รองรับหลายภาษาทั้งอังกฤษ จีน และลาว โดยคาดว่ารายได้กลุ่มที่พักโรงแรมจะเติบโต 25-40% ในช่วงการจัดงานฯ

สำหรับความพร้อมด้าน “กิจกรรมไมซ์” จะมีการจัดงานนวัตกรรมทางการเกษตรและประชุมวิชาการล่วงหน้าจำนวน 10-15 งาน กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ มีผู้ประกอบการต่างชาติมากกว่า 200 บริษัทเข้าร่วม ขณะที่รายได้อุตสาหกรรมไมซ์คาดเติบโตมากกว่า 30% และยังเป็นเวทีส่งเสริมการร่วมทุน (Joint Venture) ของภาคเกษตร สร้างความร่วมมือธุรกิจระดับนานาชาติ

ความพร้อมด้าน “แพ็กเกจท่องเที่ยว” เตรียมออกแคมเปญโปรโมต “เที่ยวงาน + เที่ยวเมืองรอง” เพื่อกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ รวมถึงการขาย “City Pass” รวมตั๋วเข้างานและส่วนลดร้านค้า ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืนสำหรับเที่ยวงานและชมทะเลบัวแดง ซึ่งเป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวอุดรธานีในช่วงไฮซีซัน

นอกจากนี้เตรียมโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ทะเลบัวแดง บ้านเชียง คำชะโนด ขยายเส้นทางสู่หนองคายและเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยประเมินว่าจะมียอดจองแพ็กเกจท่องเที่ยวล่วงหน้า (Advanced Booking) มากกว่า 30% ช่วยเพิ่มการพักค้างคืน 1-2 คืนต่อคน

“การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเท่ากับการเอาชื่อจังหวัดอุดรธานีไปแปะบนแผนที่โลก ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักเรามากขึ้น จังหวัดอุดรธานียืนยันความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามากว่า 3.6 ล้านคน”

และหลังจบงาน ได้เตรียม “แผนการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน” (Legacy Plan) เอาไว้ จะพัฒนาเป็นสวนสาธารณะระดับโลก ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน ทั้งยังยกระดับอุดรธานี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพเมืองสู่สมาร์ตซิตี้และกรีนซิตี้ในระยะยาว