วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ยอดจองโรงแรม ‘โลว์ซีซัน’ ร่วง 30% ธุรกิจคุมงบ หวั่นฉุดตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง

ยอดจองโรงแรม ‘โลว์ซีซัน’ ร่วง 30% ธุรกิจคุมงบ หวั่นฉุดตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานกว่า 2 เดือน ก่อวิกฤติพลังงานครั้งใหญ่ ราคาน้ำมันโลกปรับสูงขึ้นกว่าเท่าตัว สะเทือนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เพิ่งผ่านการฟื้นตัวจากยุคโควิด-19 ระบาดได้ไม่กี่ปี ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจต้นน้ำอย่างสายการบิน ต้นทุนน้ำมันแพงถูกส่งผ่านมายังราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการเดินทางลดลง สายการบินต้องปรับลดเที่ยวบินให้สอดรับกับสถานการณ์ กลุ่มธุรกิจปลายน้ำอย่างโรงแรมสะท้อนถึงความกังวลหลังเห็นแนวโน้มการชะลอตัวของยอดจองห้องพักในช่วงที่เหลือของปีนี้

 

4 เดือนแรก ต่างชาติเที่ยวไทย 11.68 ล้านคน ติดลบ 3.4%

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 30 เม.ย. พบว่ามีจำนวนสะสม 11,685,804 คน ลดลง 3.39% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 571,272 ล้านบาท ลดลง 3.21%

เมื่อดูเป็นรายภูมิภาค พบว่านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิสราเอลและอิหร่าน) มีจำนวนสะสม 103,053 คน ลดลง 32.17% นักท่องเที่ยวยุโรปมีจำนวน 3,599,834 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.32% ส่วนนักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกมีจำนวน 7,328,229 คน ลดลง 4.80% และนักท่องเที่ยวอเมริกามีจำนวน 602,400 คน ลดลงเล็กน้อย 0.23%

โดย 10 อันดับแรกของตลาดที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่ จีน 1,907,004 คน เพิ่มขึ้น 15.67% เป็นการฟื้นตัวจากฐานที่ค่อนข้างต่ำในปีที่แล้ว รองลงมาคือ มาเลเซีย 1,268,965 คน ลดลง 16.30%, รัสเซีย 863,550 คน ลดลง 1.59%, อินเดีย 832,239 คน เพิ่มขึ้น 10.96%, เกาหลีใต้ 475,922 คน ลดลง 18.28%, สหราชอาณาจักร 438,586 คน ลดลง 1.52%, เยอรมนี 405,208 คน ลดลง 4.45%, สหรัฐ 400,244 คน ลดลง 0.22%, ฝรั่งเศส 378,566 คน ลดลง 0.97% และไต้หวัน 373,501 คน เพิ่มขึ้น 1.89%

ยอดจองโรงแรม ‘โลว์ซีซัน’ ร่วง 30% ธุรกิจคุมงบ หวั่นฉุดตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง

สถิติ เม.ย. ยอด “มิดเดิลอีสต์-ยุโรป” ร่วงแรง

จากสถิติเฉพาะเดือน เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นเดือนที่ 2 หลังเกิดเหตุสู้รบเมื่อวันที่ 28 ก.พ. พบว่าภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมีจำนวน 2,368,895 คน ลดลง 7% เทียบเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว โดยนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีจำนวน 21,707 คน ลดลง 57.07% ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรป 549,123 คน ลดลง 15.79% นักท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก 1,664,779 คน ลดลง 2.47% และนักท่องเที่ยวอเมริกา 117,349 คน ลดลง 1.79%

โดย 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดในเดือน เม.ย. 2569 ได้แก่ จีน 418,291 คน เพิ่มขึ้น 31.86% รองลงมาคือ มาเลเซีย 309,942 คน ลดลง 14.53%, อินเดีย 206,641 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.17%, รัสเซีย 137,592 คน ลดลง 11.41%, สหราชอาณาจักร 85,059 คน ลดลง 22.84%, สหรัฐ 80,173 คน ลดลงเล็กน้อย 0.41%, ไต้หวัน 77,873 คน เพิ่มขึ้น 11.99%, ออสเตรเลีย 73,141 คน ลดลง 2.57%, ฝรั่งเศส 73,118 คน เพิ่มขึ้น 8.9% และเมียนมา 67,229 คน เพิ่มขึ้น 15.28%

ยอดจองโรงแรม ‘โลว์ซีซัน’ ร่วง 30% ธุรกิจคุมงบ หวั่นฉุดตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง

 

“โรงแรมไทย” ยอดจองโลว์ซีซันร่วง 20-30%

นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข รองประธานฝ่ายปฏิบัติการประจำภาคกลางและภาคใต้ โรงแรมและรีสอร์ตในเครือดุสิตธานี กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาพรวมยอดจองโรงแรมในไทยช่วงโลว์ซีซันไตรมาส 2-3 ลดลง 20-30% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จากการชะลอตัวของยอดจองใหม่มากกว่าการยกเลิกห้องพัก หากนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long-haul) ไม่มา ธุรกิจโรงแรมต้องปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ (Short-haul) หรือในประเทศที่กำลังเจอปัญหาน้ำมันแพง ควบคู่กับการลดต้นทุน ประหยัดพลังงาน ไม่จ้างงานเพิ่ม เน้นใช้กำลังคนที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และหาซัพพลายเออร์ที่ยืดหยุ่นเรื่องการชำระเงิน

“หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่านมากว่า 2 เดือน คาดว่าธุรกิจโรงแรมยังประคองตัวได้อีกประมาณ 1-2 เดือน หากนานกว่านี้จะลำบากขึ้น”

ด้านธุรกิจโรงแรมเครือดุสิตธานีในตะวันออกกลางซึ่งปัจจุบันมี 7 แห่ง เฉพาะโรงแรมในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตอนนี้มีอัตราการเข้าพักเหลือ 30% ลดลงจากภาวะปกติที่มีไม่ต่ำกว่า 80% โดยหลังจากเกิดความขัดแย้ง ทัวร์ซีรีส์ที่ต้องแวะพักแบบสต็อปโอเวอร์ (Stopover) หรือค้างคืนในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบหนัก เพราะประกันไม่คุ้มครอง แต่ถ้าเป็นการแวะพักแบบทรานสิต (Transit) เพียงอย่างเดียว ยังคงดำเนินการได้

ยอดจองโรงแรม ‘โลว์ซีซัน’ ร่วง 30% ธุรกิจคุมงบ หวั่นฉุดตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง ประชุม ตันติประเสริฐสุข

 

ตลาดองค์กรคุมงบเดินทาง “ประชุม-อินเซนทีฟกรุ๊ป”

นางสาวประชุม ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA กล่าวว่า จากปัญหาเที่ยวบินลดลงทั้งเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศเนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในประเทศ สายการบินมีการรวมเที่ยวบิน ทำให้ผู้ที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ไม่สามารถเดินทางต่อยังจังหวัดอื่นได้สะดวกเหมือนเดิม

ด้านเที่ยวบินระหว่างประเทศ พอสายการบินตะวันออกกลางลดเที่ยวบินมากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปชะลอตัว ล่าสุด โก วาเคชัน (Go Vacation) บริษัทนำเที่ยวที่เน้นทำตลาดกลุ่มพูดภาษาเยอรมัน ระบุว่าช่วงโลว์ซีซันลูกค้ากลุ่มเดินทางมาไทยหายไป 60-70% เทียบกับปีที่แล้ว เพราะส่วนใหญ่บินแบบแวะพักตรงฮับตะวันออกกลาง

ส่วนเส้นทางบินระยะใกล้ในเอเชีย เช่น จีน และอินเดีย พบว่าค่าตั๋วเครื่องบินสูงขึ้นกว่า 20% ทำให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์ (MICE: ประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) เช่น กลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive Group) ขนาดใหญ่ต้องลดจำนวนคนเดินทางลง เช่น เคยมาเป็นทีมใหญ่ 200-300 คน อาจต้องลดเหลือ 150 คน

อย่างไรก็ตาม อเมริกาเป็นตลาดเดียวที่ยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งมากนัก ทั้งในกลุ่มไมซ์และกลุ่มเลเชอร์ (ท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน)

“กลุ่มเดินทางเพื่อเป็นรางวัลได้รับผลกระทบโดยตรงจากงบประมาณบริษัทที่จำกัด เพราะเมื่อค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น บริษัทจำเป็นต้องคุมงบไม่ให้เกิน เช่น วางงบไว้ 2 ล้านบาทเท่าเดิม แต่อาจจะต้องลดคนเดินทาง ลดโปรแกรม ลดวัน หรือลดระดับดาวโรงแรมจากเคยพัก 5 ดาว ก็เปลี่ยนไปพัก 3 ดาวแทน เพื่อคุมให้อยู่ในงบ”

 

แนวโน้มครึ่งปีหลัง “ตลาดไมซ์” น่ากังวล

สำหรับแนวโน้มการจองเดินทางของกลุ่มไมซ์ในไตรมาส 3-4 ของปีนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงการสอบถาม (Enquiry) เข้ามา แต่ยังไม่มีการเซ็นสัญญาหรือยืนยันอย่างชัดเจน ส่วนงานแสดงสินค้า (Exhibition) ตอนนี้ทางผู้จัดงานเริ่มมีความกังวลว่าผู้ซื้อ (Buyer) กับผู้เข้าร่วมงานจะเดินทางมาน้อยลงเนื่องจากค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและไมซ์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเด้งกลับมา (Bounce Back) ของธุรกิจ เพราะเมื่อสงครามจบลง เมืองไทยจะกลับมาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวแล้วดังกว่าเดิมด้วย โดยประเมินว่าสายการบินตะวันออกกลางจะทำสงครามราคา (Price War) เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบินกลับมาถูกลงอีกครั้ง และไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเลือกกลับมาเยือนอย่างรวดเร็วและแรงกว่าที่อื่นๆ

“ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมในการเด้งกลับมา ทั้งเรื่องความปลอดภัย การยกระดับทักษะแรงงาน ทุกอย่างต้องพร้อมรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว”