วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2569

Login
Login

‘ออมนิคอม’ เผยลูกค้าอัดงบเร่งโกยยอดขาย สงครามตะวันออกกลาง กดดันอุตฯ สื่อโฆษณาแผ่ว

‘ออมนิคอม’ เผยลูกค้าอัดงบเร่งโกยยอดขาย สงครามตะวันออกกลาง กดดันอุตฯ สื่อโฆษณาแผ่ว

“ออมนิคอม” ยักษ์ใหญ่มีเดียเอเยนซีของโลก ที่เพิ่งผ่านการควบรวมกิจการกับ IPG (Interpublic Group) ไม่เพียงเป็นการเสริมแกร่งให้กับธุรกิจ แต่บริษัทยังเดินหน้าให้บริการแก่ลูกค้าแบรนด์ดังระดับโลก รวมถึงแบรนด์ท้องถิ่นต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโต

โทนี่ ฮาร์ราดีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออมนิคอม มีเดีย เอเชียแปซิฟิก ฉายภาพ บริบทของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณากำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตลาดมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่เป็นตลาดใหญ่และการเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ใน “อัตราเร่ง” และ “เร็วกว่า” ตลาดอื่นๆทั่วโลก

อุตสาหกรรมสื่อโฆษณามีความกระจัดกระจาย การเพิ่มขึ้นของสื่อมีมากมาย รวมถึงแพลตฟอร์มต่างๆ บนโลกออนไลน์ ดังนั้น การสื่อสารตลาดสร้างแบรนด์ให้มีคุณค่า และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นโจทย์ยากและท้าทายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในประเทศไทย ปี 2569 ถูกคาดการณ์โดยสมาคมมีเดีย เอเยนซี และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) เม็ดเงินจะสะพัด 1.13-1.15 แสนล้านบาท ผ่านไปไตรมาสแรกเจอวิกฤติจากสงครามในตะวันออกกลาง และกลายเป็นแรงกดดันต่อสถานการณ์ใช้จ่ายเม็ดเงินของลูกค้าไตรมาส 2

ภารกิจของบริษัทในการช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่านช่วงวิกฤติไปได้ ไม่เพียงแค่รับบทเป็นมีเดีย เอเยนซี แต่จะเป็นที่ปรึกษา เป็นพันธมิตร หาโซลูชันเพื่อสร้างการเติบโตในปีนี้

      “ตอนแรกเรามองการเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาในประเทศไทยค่อนข้างเป็นบวก แต่ตอนนี้เริ่มอยู่ในภาวะทรงตัว และอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากแรงกดดันที่เกิดขึ้นในฝั่งของลูกค้า ซึ่งอาจกระทบในบางอุตสาหกรรมเป็นพิเศษ”

โรเชลล์ ชายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย กล่าวว่า โลกนั้นเกิดวิกฤติอย่างต่อเนื่อง แต่หน้าที่ของบริษัทคือการเตรียมแนวทางให้พร้อมสำหรับช่วงที่บริบทโลกจะเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างบทเรียนหลังโควิด-19 ระบาด จะเห็นว่าผู้คนกลับมาจับจ่ายใช้สอย เกิดกระแสการ “เที่ยวล้างแค้น” และกิจกรรมต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ หัวหน้าทีมของ ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย ได้ให้ความเห็นว่า แม้จะเกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง กระทบต้นทุนการผลิตของลูกค้า การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค แต่ “แบรนด์สินค้า” ยังไม่มีการ “หั่นงบ” การสื่อสารตลาด ตรงกันข้าม เห็นการทุ่มเม็ดเงินมากขึ้น เพื่อกระตุ้นและ “เกณฑ์ยอดขาย” ไว้ล่วงหน้า เพราะไม่รู้สถานการณ์อนาคตจะเป็นอย่างไร

      โดยบริษัทยืนยันว่า การใช้งบประมาณสื่อสารการตลาดท่ามกลางวิกฤติ หากตรงจุด จะสร้างยอดขายให้เติบโตได้ ผลตอบแทนจากการใช้เงินหรือ ROI จะดีกว่าการลดงบประมาณด้วย

สำหรับแบรนด์ที่ใช้เงินมีทุกหมวด ทั้งสินค้าจำเป็น(FMCG) อสังหาริมทรัพย์(บางบริษัท) ขณะที่โจทย์ของลูกค้า ยังคงเดิมคือ “สร้างยอดขายให้เติบโต” แต่วิธีการสื่อสารแคมเปญการตลาดเปลี่ยน จากเดิมจะยึด “แบรนด์” เป็นที่ตั้ง กลายเป็นฟังเสียงผู้บริโภค เกาะติดกระแสบนโลกออนไลน์ สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ แล้วนำมาต่อยอดทำแคมเปญมากขึ้น ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เช่น รองเท้าแตะผู้พันขี่ช้าง ต้อนรับสงกรานต์ รวมถึงการต่อยอดความดังของทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยาในการแข่งขันฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สีสู่การ Live ที่โกยยอดถล่มทลาย

นอกจากนี้ ยังเห็นการสื่อสารตลาดที่ใช้อินฟลูเอนเซอร์ “เบอร์เล็ก” แต่เป็นดาวรุ่งมาแรงมากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายด้วย รวมถึงการใช้สื่อดิจิทัลยังทรงพลัง ทำให้บริษัทเสริมแกร่งทีมงาน โดยออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย มีทีมดิจิทัลคิดเป็น 1 ใน 3 ของพนักงานราว 480 ชีวิต