วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

พ่อแม่เลี้ยงเด็ก 1 คน จ่ายหนักเดือนละ ‘10,000 บาท’ อยากเลือกของดีให้ลูก-แพงกว่าเดิมก็ยอม

พ่อแม่เลี้ยงเด็ก 1 คน จ่ายหนักเดือนละ ‘10,000 บาท’ อยากเลือกของดีให้ลูก-แพงกว่าเดิมก็ยอม

ปีนี้เด็กเกิด 300,000 คน แต่สินค้าเด็กยังโตไม่หยุด! “โคโดโม” เร่งออกสินค้าพรีเมียม โตดีปีละ 20% ระบุ พ่อแม่ Gen Y คิดมาถี่ถ้วน อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก ราคาสูงกว่าเดิมก็ยอมจ่าย เผยเลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้จ่ายสูงสุดเดือนละ 10,000 บาท “โคโดโม” คาดปีนี้รายได้โต 15% เล็งออกสินค้ารองรับกลุ่มวัยรุ่น-เสื้อผ้าเด็ก

อัตราการเกิดของเด็กไทยน่าเป็นห่วงมาหลายปี โดยเฉพาะปีนี้ที่มีการประเมินว่า จะมีเด็กเกิดใหม่เพียง 300,000 คนเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นกลับพบว่า กลุ่มสินค้าของใช้เด็กกลับมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กเกิดน้อยแต่มูลค่าตลาดไม่ได้น้อยลง และที่น่าสนใจไปกว่านั้น พบว่า สินค้าพรีเมียมเติบโตมากสุด แม้จะมีราคาสูงกว่าสินค้าแมสหรือสินค้าราคาปกติราว 20-30% แต่พ่อแม่ยุคใหม่ก็ยอมจ่าย

“อัยญดา ลิมป์ฤทธิเดช” ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กและอายุวัฒน์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย “โคโดโม” (Kodomo) ให้ข้อมูลว่า แบรนด์โคโดโมมีสินค้าหลักๆ ครบทุกลูปการทำความสะอาด ตั้งแต่อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน แป้งทาตัวเด็ก รวมถึงผลิตภัณฑ์ซักผ้าและล้างขวดนม โปรดักต์เดิมก็ยังมียืนพื้นไว้ตลอด แต่ที่เพิ่มเข้ามา คือสัดส่วนไลน์โปรดักต์พรีเมียม ปีนี้จะเร่งขยายเซกเมนต์นี้มากขึ้น

พ่อแม่เลี้ยงเด็ก 1 คน จ่ายหนักเดือนละ ‘10,000 บาท’ อยากเลือกของดีให้ลูก-แพงกว่าเดิมก็ยอม -อัยญดา ลิมป์ฤทธิเดช ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กและอายุวัฒน์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด-

สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา ตลาดของใช้เด็กโดยรวมทรงๆ เติบโตราว 1-2% แต่ภายใต้ตัวเลขดังกล่าวกลุ่มที่ยังหนุนให้ตลาดโตได้ดี คือกลุ่มพรีเมียม ซึ่งมีราคาสูงกว่าสินค้าแมสแบบเดิม 10-20% “อัยญดา” ระบุว่า ความท้าทายของ “โคโดโม” ตอนนี้ คือจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลงทุกปี แบรนด์แก้เกมด้วยการรีเสิช-จับอินไซต์พ่อแม่ให้ตรงจุดมากขึ้น พบว่า พ่อแม่ยุคนี้อยากดูแลลูกให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นด้วย โจทย์คือแบรนด์จะเข้าไปช่วยสนับสนุนตรงนี้อย่างไรได้บ้าง

สิ่งที่ “โคโดโม” มองเห็น คือพอร์ตโฟลิโอกลุ่มสินค้าพรีเมียมที่เติบโตมากถึง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำเงินให้กับทั้งเครือราว 70% มองว่า พ่อแม่ยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว แม้เด็กจะเกิดน้อยลงแต่สำหรับครอบครัวที่ตั้งใจมีลูกในช่วงเวลาแบบนี้ นั่นแปลว่า ผ่านการคิดมาอย่างดีแล้ว เตรียมตัวมาดีแล้ว จึงอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูกแม้ว่าต้องจ่ายเพิ่มขึ้นก็ยอม

พ่อแม่เลี้ยงเด็ก 1 คน จ่ายหนักเดือนละ ‘10,000 บาท’ อยากเลือกของดีให้ลูก-แพงกว่าเดิมก็ยอม

“กลุ่มพรีเมียมเซกเมนต์โต แมสอาจจะไม่ได้โตมาก โดยราคาของกลุ่มพรีเมียมแพงกว่าแมส 10-20% เราเห็นว่า พ่อแม่ยุคใหม่เปลี่ยนไปจริงๆ ไม่ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว ทั้งทำงานด้วย บาลานซ์ชีวิตตัวเองที่อยากมีชีวิตส่วนตัวด้วย เราอยากซัพพอร์ตให้เขาได้ใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน จึงมาปรับว่า เราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นได้อย่างไร”

ทั้งนี้ ผู้บริหารยังเปิดเผยอินไซต์ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงเด็กให้ฟังว่า การเลี้ยงเด็ก 1 คน มีค่าใช้จ่ายราว 5,000-10,000 บาทต่อเดือน บางครอบครัวเปลี่ยนแปรงสีฟันบ่อย ของใช้เด็กบางอย่างต้องเปลี่ยนหมุนเวียนบ่อยกว่าผู้ใหญ่ ตัวเลขอัตราการเกิดของเด็กลดลงก็จริง แต่ขณะเดียวกันผู้เล่นกลุ่มสินค้าเด็กในตลาดก็ออกโปรดักต์ในเซกเมนต์ใหม่ๆ เช่นกัน ไม่ได้เป็นตลาดที่ซบเซาไปกับจำนวนเด็กที่น้อยลง ทุกคนพยายามมองหานวัตกรรมใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆ เสมอ

แผนการตลาดของ “โคโดโม” ปีนี้ เร่งเจาะกลุ่มพ่อแม่ที่เน้นเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย นอกจากสินค้าเด็กเล็กตั้งแต่ 0-3 ปี ยังต้องการขยับไปจนถึงอายุ 12 ปี เพื่อให้แบรนด์อยู่กับเด็กไปจนถึงวัยรุ่นก่อนก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ วางแผนออกโปรดักต์สำหรับวัยรุ่น พร้อมระบุว่า สินค้าเสื้อผ้าเด็กอยู่ในแผนเช่นกัน แต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ 

พ่อแม่เลี้ยงเด็ก 1 คน จ่ายหนักเดือนละ ‘10,000 บาท’ อยากเลือกของดีให้ลูก-แพงกว่าเดิมก็ยอม

-หนึ่งในกลุ่มสินค้าพรีเมียม ภายใต้แบรนด์โคโดโม-

สำหรับคาดการณ์ผลประกอบการตั้งเป้าเติบโตจากปีที่แล้ว แม้จำนวนเด็กลดลง ประกอบกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ทางทีมโคโดโมวางแผนออกแคมเปญกระตุ้นตลาดเยอะกว่าเดิมแน่นอน จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มมากขึ้น เริ่มจากเปลี่ยนพรีเซนเตอร์ใหม่ ปรับจุดยืนแบรนด์ จากปีที่ผ่านมาเติบโต 11% ปีนี้ตั้งเป้าโต 15%

ด้านเรื่องผลกระทบจากภาวะต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น “อัยญดา” ยืนยันยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาแน่นอน สถานการณ์ตอนนี้ตรึงราคาเต็มที่ แผนสต๊อกสินค้ายังมีไปจนถึงอีก 6 เดือนข้างหน้า อยู่ได้จนถึงช่วงสิ้นปี 2569 แต่ก็ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อของผู้บริโภคด้วย