“สมาคมโรงแรมไทย” เปิดผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่นที่พักแรม เดือน มี.ค. 69 “ธุรกิจโรงแรม” เกือบ 50% ประเมิน “ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน” ในโลว์ซีซันไตรมาส 2 ลดลงจากปีที่แล้ว หลังวิกฤติตะวันออกกลางฉุดภาคการเดินทางท่องเที่ยวร่วม 2 เดือน คาดอัตราเข้าพักเดือน เม.ย. เฉลี่ยอยู่ที่ 60% ต่ำกว่าปีก่อน ด้านสถิติจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุยอดทัวริสต์ต่างชาติตั้งแต่ 1 ม.ค.-12 เม.ย. สะสม 10.36 ล้านคนแล้ว หดตัว 2.6% เฉพาะเดือน มี.ค. พบยุโรปเที่ยวไทย 8.2 แสนคน ลดลง 4% ส่วนตลาดตะวันออกกลาง 1.25 หมื่นคน ติดลบ 33%
ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม เดือน มี.ค. 2569 จัดทำโดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 13-31 มี.ค. มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 138 แห่ง ระบุถึงแนวโน้มธุรกิจโรงแรมไทยในช่วงโลว์ซีซันไตรมาส 2 ปี 2569 หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือน มี.ค. ระบุว่า ธุรกิจโรงแรมในทุกระดับดาวเกือบ 50% ประเมินว่าราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกลุ่มสัดส่วน 14% มองว่า ADR น่าจะลดลงมากกว่า 10% ส่วนอีกกลุ่มที่มีสัดส่วน 16% คาดว่า ADR จะลดลง 6-10% และกลุ่มที่มีสัดส่วน 12% คาดลดลง 3-5%
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมราว 32% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก ประเมินว่า ADR ยังมีแนวโน้มทรงตัว และอีกกว่า 20% คาดว่าจะสามารถปรับเพิ่ม ADR ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ปรับได้ไม่เกิน 5% ซึ่งส่วนมากเป็นโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวที่รับลูกค้าหลายสัญชาติ เช่น รัสเซีย และเอเชีย
“ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ ระบุถึงคาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือน เม.ย. 2569 ด้วยว่าน่าจะอยู่ที่ 60% ต่ำกว่าปีก่อน จากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทย ส่วนหนึ่งจากผลกระทบของความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งมีส่วนทำให้ ADR ในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้มีโรงแรมเพียงบางส่วนที่คาดว่าจะสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ปรับได้ไม่เกิน 5%”
โดยสมาคมฯ หวังว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวช่วงเดือน เม.ย. จะดีขึ้นจากการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่ช่วยสร้างสีสันบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความคึกคักและช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น
ยอดลูกค้าคนไทย Q2/69 เข้าพักหดตัว
นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมกว่า 53% ในทุกระดับดาวประเมินว่า ภาพรวมจำนวนลูกค้าคนไทยในไตรมาส 2 ปีนี้มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งในกลุ่มที่มีสัดส่วน 19% ประเมินว่าลูกค้าคนไทยจะลดลงมากกว่า 20% ขณะที่กลุ่มสัดส่วน 17% คาดการณ์ว่าจะลดลง 11-20% และอีกกลุ่มที่มีสัดส่วน 17% เช่นกัน คาดลดลงน้อยกว่า 10%
อย่างไรก็ดี ธุรกิจโรงแรม 34% ประเมินว่าจำนวนลูกค้าคนไทยยังมีแนวโน้มทรงตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และธุรกิจโรงแรมอีกราว 10% ประเมินว่าจำนวนลูกค้าคนไทยอาจเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 10% ในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป
ส่องอัตราเข้าพัก มี.ค. ทั่วประเทศเฉลี่ย 69%
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังระบุถึงอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือน มี.ค. อยู่ที่ 69% ลดลงจากเดือนก่อนตามปัจจัยการเข้าสู่โลว์ซีซัน แต่ยังสูงกว่าปีที่แล้ว สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตลอดเดือน มี.ค. ที่มีจำนวน 2.77 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว
เมื่อเจาะเป็นรายภูมิภาค พบว่าในเดือน มี.ค. ภาคใต้มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 76% ลดลงจาก 90% ในเดือน ก.พ. ส่วนภาคกลางมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 75% ลดลงจาก 80% ขณะที่ภาคตะวันออกมี 66% ลดลงจาก 80% และภาคเหนือมี 44% ลดลงจาก 67%
“ภาพรวมท่องเที่ยวเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) เริ่มชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรคจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง สายการบินหลายแห่งจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน ลดจำนวนเที่ยวบินและยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนเพื่อควบคุมต้นทุน กระทบต่อความต้องการเดินทางของผู้โดยสารและการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกล”
จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมต่างๆ ในเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่เต็มเหมือนทุกครั้ง สำหรับโรงแรมที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ยังคาดหวังว่าคนไทยอาจจะตัดสินใจเดินทางในระยะกระชั้นชิด (Last Minute) ขณะที่โรงแรมในเมืองรองประสบภาวะลำบากมากกว่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวเน้นประหยัดค่าใช้จ่ายและเลือกเที่ยวระยะใกล้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับกลยุทธ์ดึงตลาดระยะใกล้ (Short-haul) รวมทั้งเดินหน้ากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาคการท่องเที่ยวหยุดชะงัก
ชงรัฐเร่งกระตุ้นดีมานด์-อุ้มซัพพลาย
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมต้องการจากภาครัฐ ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้ เพิ่มการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ กระจายการจัดกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ หรือจัดให้มีงานเจรจาธุรกิจ (Business Matching) มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ และควบคุมราคาตั๋วเครื่องบินไม่ให้สูงเกินไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียหรือกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงคราม และเพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนพลังงาน และค่าครองชีพทั่วไป รวมถึงการออกมาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน 3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) สำหรับปรับปรุงโรงแรม หรือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน
4.มาตรการด้านแรงงาน เพิ่มจำนวนแรงงานมีทักษะในภาคบริการ และ 5.มาตรการอื่นๆ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึง จัดการปัญหาจราจรติดขัด และอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาต หรือการตรวจสอบต่างๆ เช่น การตรวจสอบอาคาร
ต่างชาติเที่ยวไทย 1 ม.ค.-12 เม.ย. ยอดลด 2.6%
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 เม.ย. 2569 มีจำนวนสะสม 10,363,660 คน ลดลง 2.65% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 506,123 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,659,777 คน มาเลเซีย 1,093,636 คน รัสเซีย 792,629 คน อินเดีย 712,913 คน และเกาหลีใต้ 439,277 คน
เฉพาะเดือน มี.ค.2569 หลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 28 ก.พ. พบว่าตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางเข้าไทย จำนวน 819,016 คน ลดลง 4.2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ถ้านับรวมตลอดไตรมาส 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. มีนักท่องเที่ยวยุโรปจำนวน 3,050,711 คน เพิ่มขึ้น 3.9% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง (ไม่รวมอิสราเอล) เฉพาะเดือน มี.ค. มีจำนวน 12,485 คน ลดลง 33.26% ส่วนภาพรวมในไตรมาส 1 ของปีนี้ มีจำนวน 81,346 คน ลดลง 19.76% ด้านนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกา เฉพาะเดือน มี.ค. มีจำนวน 148,421 คน ลดลง 2.05% และในไตรมาส 1 ปีนี้มีจำนวน 485,051 คน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.16%
ด้านรายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เดิมปี 2569 ตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับปีที่แล้ว แต่จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดว่าในกรณี Base Case เหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1-3 เดือน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30-34 ล้านคน ลดลง 18% จากเป้าหมายเดิม ซึ่งมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก





