วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน 2569

Login
Login

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

“บีเจซี บิ๊กซี” เผยราคาพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน ค่าขนส่งพุ่งแรง จับตา “ต้นทุน-ขาดแคลน” ตีคู่กันมา “มาม่า” ประเมินบิ๊กคอร์ปปี 69 “กำไรลด” เชื่อรายใหญ่กัดฟันตรึงราคา ไม่ต้องการให้กระทบค่าครองชีพผู้บริโภค "วันทัช" เผยขึ้นราคา กระเทือนทั้งซัพพลายเชน

 

หลังการสู้รบในตะวันออกกลางผ่านมากว่า 1 เดือน ยังคงส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน สะเทือนซัพพลายเชนภาคการผลิต เนื่องจาก “ต้นทุน” ปรับตัวสูงขึ้น สินค้าจำเป็นในไทยย้ำ “สงคราม” เป็นสถานการณ์ “ไม่ปกติ” ทุกภาคส่วนต้องเผชิญ

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าจำเป็นเผชิญกับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานไฟฟ้า ค่าน้ำมัน การขนส่งและโลจิสติกส์ ทำให้ต้องหาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อบริหารจัดการต้นทุน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคู่ค้าอีกทอด ตัวอย่างกิจการค้าปลีกบริษัทมีการย้ายคลังสินค้าบิ๊กซีมายังบางปะอินซึ่งถือเป็นคลังที่ใหญ่สุด

“เราพยายามบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อชดเชยกับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบคู่ค้า”

ย้ำไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า-จับตาภาวะขาดแคลน

ในส่วนการผลิตสินค้าจำเป็นภายใต้ “บีเจซี” ที่มีทั้งสบู่ แชมพู ครีมอาบน้ำ ขนมขบเคี้ยว กระดาษชำระ ฯ นอกจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ยังมีบรรจุภัณฑ์ทั้งพลาสติก ฟอยล์ และอื่นที่ขยับขึ้นเช่นกัน แต่บริษัทพยายามหาทางจัดการกับอุปสรรคดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือการส่งออกสินค้าให้มากขึ้น รับค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เพื่อเป็นการสร้างรายได้มาชดเชย ส่วนในประเทศพยายามดูแลค่าครองชีพประชาชน และยังไม่มีแผนจะขึ้นราคาสินค้า

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

ก่อนหน้านี้ บรรดาบิ๊กคอร์ปรวมถึงบีเจซี มีการออกจดหมายแจงสถานการณ์ต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ ตลอดจนการสั่งซื้อสินค้าต่างๆให้ลูกค้าทราบ ประเด็นดังกล่าว นายอัศวิน กล่าวว่า เป็นการเรียนแจ้งให้คู่ค้าพันมิตรทราบเพื่อบริหารจัดการ หากมีเจตจำนงในการสั่งซื้อสินค้าเพิ่ม ปริมาณสต๊อกสินค้าของบริษัทที่มีในราคาขณะนั้นจะอยู่ไม่นานนัก และยอมรับว่าต้นทุนใหม่ที่มีผลต่อการผลิตสินค้าจะเกิดขึ้นหลังเดือนเมษายน 2569

“ที่สุดแล้วราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมาก บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ก็ขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่กระทบนัก แต่ถึงจุดหนึ่งต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง การผลิตสินค้าจะเป็นต้นทุนใหม่ ไม่เช่นนั้นจะเจอภาวะขาดแคลน ซึ่งการขาดแคลนกับต้นทุนใหม่เป็นสิ่งที่ต้องบาลานซ์อย่างยิ่ง ของทุกอย่างตอนนี้ปรับขึ้น แต่เรายังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า สินค้าจำเป็นที่เป็นสินค้าควบคุมยังไม่มีการยื่นขอปรับขึ้นกับภาครัฐ”

บิ๊กคอร์ปกำไรลด

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางถือเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ และการสู้รบในจุดยุทธศาสตร์ของโลกโดยเฉพาะพลังงานน้ำมัน และยังใช้ซัพพลายเชนเป็นตัวประกัน ล้วนส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าปรับตัวสูงขึ้น อีกด้านยังเห็นการฉวยโอกาสขึ้นราคาทั้งโลก

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

ต้นทุนการผลิตที่พุ่งขึ้น แต่สำหรับมาม่าหากไม่นับเป็นสินค้าควบคุมราคาโดยกรมการค้าภายใน (คน.) ยืนยันบริษัทว่าไม่มีแผนจะขึ้นราคาสินค้า เพราะไม่ต้องการเพิ่มภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจปี 2569 ประเมินว่าบิ๊กคอร์ปต่างๆ ไม่ต้องการขึ้นราคาสินค้า ตราบใดที่ยังไม่เผชิญผลการดำเนินงานสาหัสถึงขั้นขาดทุน ยังคงกัดฟันรับภาระต้นทุนได้ แต่ยอมรับว่าปีนี้กำไรจะลดลงอย่างแน่นอน

“สินค้าจำเป็นได้รับผลกระทบต้นทุนหมด เพราะซื้อพลาสติกแพงขึ้น แต่บางแบรนด์ไม่ปรับขึ้นราคา เพราะประเมินกำไรยังไหวหรือไม่ และรอบนี้ต้นทุนการผลิตไม่ได้เพิ่มแบบเฉพาะเจาะจงดีดขึ้น 20-30% แต่ขึ้นแบบเจ็บ ไม่เอาให้ตาย ต้นทุนขึ้นไม่ถึงตาย แต่รายเล็กจะลำบาก หากกำไรหายไปมาก ยกตัวอย่าง หากสินค้าที่มีกำไร 14% แต่กำไรหายไป 4% ยังอยู่ได้ ถ้ารายเล็กมีกำไร 5% แล้วกำไรหายไป 4% เหลือ 1% คือตาย ซึ่งน่าเป็นห่วง รัฐควรหามาตรการดูแลผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก”

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

ไม่ต้องการซ้ำเติมประชาชน

นายพันธ์ กล่าวอีกว่า การขึ้นราคาสินค้า มิติผู้ประกอบการเวลานี้ ไม่ใช่กังวลยอดขายตก หรือกลัวขายสินค้าไม่ได้ในระยะสั้น ภาวะช็อก แต่หากมองอย่างเป็นธรรม การไม่ขึ้นราคาเพราะไม่ต้องการซ้ำเติมภาวะค่าครองชีพประชาชน

“ไหวคือไหว ช่วยกัน มาม่าชัดเจนไม่คิดจะขึ้นราคา หากไม่สาหัสตัวแดงหรือขาดทุน ก็ไม่ขึ้นราคา ไม่ต้องการให้สถานการณ์แบบนี้แล้วเรามีกำไร เอ็นจอย แต่หันมาเห็นลูกค้าเราผู้บริโภคตรงข้าม เพราะนั่นคือเลือดเนื้อเขาทั้งนั้น”

 

อย่างไรก็ตาม หลังเดือน เม.ย.69 จะเป็นต้นทุนใหม่ผลิตสินค้า มองภาพใหญ่ ราคาสินค้าถูกกำหนดด้วยสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางภายใต้ซีนาริโอต่างๆ เช่น ยืดเยื้อ โรงกลั่นน้ำมันถูกถล่ม หรือเหตุการณ์เลวร้ายกว่าเดิม

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

“สงครามตะวันออกกลางผ่านไปเดือนกว่า สถานการณ์ต้นทุนผลิตสินค้าไม่ได้เลวร้ายไปกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และหากเป็นเช่นนี้ 3-4 เดือน บริษัททนได้ ประกอบกับมาม่ามีการซื้อวัตถุดิบการผลิตสต๊อกไว้ถึงเดือนส.ค.-ก.ย.แล้ว แต่หากมีสถานการณ์เปลี่ยน สงครามจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง ซึ่งต้นทุนจะแย่ลงหรือไม่ มอง 3 บริบท หากทรงตัว ผู้ประกอบการกลั้นหายใจไป หากดีขึ้นเป็นเรื่องดี หากเลวร้ายทุกคนต้องยอมรับเพราะนี่คือภาวะสงคราม”

อย่างไรก็ตาม ก่อนการขึ้นราคาสินค้า สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีทั้งการกักตุนสินค้าไว้จำหน่าย รวมถึงสินค้าเดิมในสต๊อกจะถูกปรับราคาใหม่ทันที นายพันธ์ กล่าวว่า ในบริบทของการค้าขายมีประโยค “เอ๊งชิ้ว” ที่เป็นการตอบแทนน้ำใจแสดงมิตรไมตรี และถูกนำมาใช้กับการขายสินค้าเก่าในราคาเดิม ซึ่งร้านค้าจะได้รับส่วนต่างนั้นๆ

ราคาขยับ กระเทือนทั้งซัพพลายเชน

นายวรัญญู ดารารัตนโรจน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและทำตลาดถุงยางอนามัย “วันทัช” (ONE TOUCH) กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง กระทบต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัท เช่นเดียวกับทุกเซกเตอร์ แต่บริษัทไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า เพราะเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวโยงพันธมิตรในซัพพลายเชนทั้งหมด เช่น ห้างค้าปลีก ร้านค้าทั่วไป ยี่ปั๊วซาปั๊ว ฯ และหากขึ้นราคาไปแล้ว พอเข้าสู่ปลายปีต้นทุนอ่อนตัวลง ราคาสินค้ามักไม่ปรับตัวลงด้วย

“บีเจซี บิ๊กซี”ย้ำไม่ขึ้นราคา จับตาต้นทุนพุ่ง-สินค้าขาด

ทั้งนี้ หากขึ้นราคาสินค้าผลกระทบจะเกิด 2 มิติ คือ ผู้บริโภคจะชะลอซื้อทันที หากขึ้น 10-20% จะรู้สึกว่าถุงยางอนามัยแพง และบริษัทต้องแจ้งคู่ค้าล่วงหน้า เช่น 60-90 วัน บางรายแจ้ง 6 เดือน ทำให้เกิดการสต๊อกสินค้าไว้ปริมาณมากเพื่อเก็งกำไร สุดท้ายทำให้ยอดขายบริษัทนิ่งไปชั่วขณะใหญ่ได้ ไม่เพียงต้นทุนพลังงานที่ขยับขึ้น ปัจจุบันต้นทุนค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์มต่างๆ ก็ปรับเพิ่ม ส่งผลให้ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม จนบริษัทต้องลดจัดโปรโมชัน เพื่อคงความสามารถทำกำไร รวมถึงบริหารจัดการภายในเพื่อให้ลีน รับบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย        

กรุงเทพธุรกิจ สำรวจห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) บิ๊กซี สาขาราชดำริ พบว่า ขณะนี้การทำโปรโมชัน “ลดราคาสินค้า” เพื่อกระตุ้นยอดขาย กำลังซื้อผู้บริโภค อีกด้านยังขานรับมาตรการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อลดภาระ ลดค่าครองชีพให้ประชาชน เช่น สมาชิกบิ๊กพอยต์ ซื้อสินค้าครบ 2,499 บาทขึ้นไป รับส่วนลด 200 บาท สินค้าอุปโภคบริโภคบางรายการซื้อ 4 แถม 1 สินค้าราคาพิเศษ และยังเห็นการติดป้าย sale sale sale ในวงกว้าง