“แอลจี อีเลคทรอนิคส์” ได้จัดงานใหญ่ “LG InnoFest 2026 APAC” ณ เมืองปูซาน ซึ่งถือเป็นอีเวนท์ใหญ่ปิดท้ายซีรีส์ InnoFest ประจำปี 2569 และปีนี้งานดังกล่าวมาพร้อมแนวคิด “Innovation, Forward Together”
งาน “LG InnoFest 2026 APAC” ไม่เพียงมีการโชว์วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนธุรกิจ ยังมีการนำเสนอสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวเอเชียแปซิฟิกโดยเฉพาะด้วย
แจซึง คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิกคส์ จำกัดฉายภาพว่า ภูมิภาคเอเชียถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ขับเคลื่อนการเติบโต และมีความสำคัญอย่างมากสำหรับแอลจีด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่ มีสินค้าที่ก้าวเป็นผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง เช่น เครื่องซักผ้า ขณะเดียวกันบริษัทยังมี “ฐานผลิต” อยู่ในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และจีน
ดังนั้น การจัดงาน InnoFest จึงไม่ใช่เป็นเพียงการโชว์สินค้า นวัตกรรมใหม่ๆ ของแอลจี เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทเกี่ยวกับอนาคต ที่ก้าวข้ามขอบเขตของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไปสู่โซลูชัน เพื่อเติมเต็มชีวิตของผู้คน โดยมีแรงขับเคลื่อน 3 เสาหลัก ซึ่งประกอบด้วย “AI Home” ที่เริ่มต้นจากผู้คนไม่ใช่เทคโนโลยี เสริมด้วย Total Home solution การให้บริการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบครบวงจรที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงภาคธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ และ O2O การนำเทคโนโลยีเพื่อส่งมอบความต้องการให้ลูกค้าในอนาคตเชื่อมออฟไลน์และออนไลน์แบบไร้รอยต่อ
นอกจากนี้ ยังเป็นจังหวะเวลาที่ดี “แอลจี” จะต่อยอดพลังความสำเร็จของกระแสเกาหลีหรือ K-Wave ที่มีทั้ง อาหาร ซีรีส์ แฟชั่น ฯ ไปสู่ KOREAN Technology หรือ K-Tech ไปทั่วภูมิภาคเอเชีย
หากนิยาม K-Tech ของแอลจี ผู้บริโภครับรู้ว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทว่าหลายเทคโนโลยีที่ “แอลจีเป็นผู้บุกเบิก” คิดค้นเป็น “รายแรก” เช่น การเปิดตัว Direct Drive Motor (DD Motor) สำหรับเครื่องซักผ้าครั้งแรกของโลก การทำน้ำแข็งจากภายในตู้เย็น นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาเป็นแรกของโลก รวมถึงผู้เปิดตัว “OLED TV” เครื่องแรกของโลก เป็นต้น
“ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้สั่งสมองค์ความรู้และเทคโนโลยีเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง และแอลจีคือผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลักและเปิดตัวนวัตกรรมเหล่านี้เป็นรายแรกของโลกด้วยนี่คือจุดแข็งหลักของเรา”
การชู K-Tech เจาะตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในภูมิภาค APAC ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่จะเห็นการผสานกับ K-Lifestyle ให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินผ่านสินค้าของ “แอลจี” นั่นเอง
โดยหนึ่งในความเพลิดเพลินที่ผู้บริโภค APAC จะได้รับคือการเปิดตัว KOREAN HOUSE หรือ K-House การนำวัฒนธรรมขึ้นบ้านใหม่ ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบเกาหลีมาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยจะนำร่องในประเทศเวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งมาพร้อมกับศิลปินไอดอล นักแสดงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อดึงดูดฐานแฟนด้วย
“บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างซบเซา ห้างค้าปลีกมีจำนวนลูกค้าหรือทราฟฟิกลดลงอย่างต่อเนื่อง”
กำลังซื้อเปราะบาง แต่ซีอีโอเชื่อว่า “ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อ” หรือดีมานด์ หน้าที่ “แอลจี” ต้องทลายอุปสรรคให้ได้ ด้วยการนำเสนอสินค้าที่โดดเด่นและมีคุณค่าอย่างแท้จริง การเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินค้าด้วยบริการ “LG Subscribe” หรือโมเดลธุรกิจบอกรับสมาชิก ซึ่งหลังเปิดตัวในไทยช่วงปลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีลูกค้าหลัก “หมื่นราย” และต้องการเพิ่มการเติบโตอีกหลายหมื่นราย จากนำร่องในกรุงเทพฯ ปีนี้จะขยายไปพื้นที่อื่นด้วย
“ผู้บริโภคชาวไทยชาวไทยมีความต้องการซื้อสินค้าอยู่มาก แต่กำลังซื้อไม่เพียงพอ คำถามคือเราจะตอบสนองความต้องการเหล่านั้นอย่างไร”
อีกประเด็นใหญ่ต้องเกาะติดคือ เหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อซัพพลายเชนทั่วโลกรวมถึง “ชิป” ที่มีผลต่อการผลิตสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ “ทุกบริษัทต่างเผชิญความท้าทายนี้” รวมถึงมีผลต่อ “ต้นทุนที่เพิ้มขึ้น” ยังมีผลต่อภาพรวมอื่นๆด้วย
“เรามีการเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ลักษณะนี้ไว้ล่วงหน้า ร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อการจัดและสำรองหาชิ้นส่วน การบริหารซัพพลายเชนให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันเรามีการบริหารราคาสินค้าอย่างระมัดระวัง และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อใหสอดคล้องกับความคาดหวังของตลาด”





