ได้ไลเซนส์ที่เดียวในโลก! คุยกับ “เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” กับธุรกิจสำนักแต่งรถ “Top Secret Thailand” ซุ่มจีบ “สโมคกี้ นาคาตะ” นาน 2 ปีเต็ม พร้อมทำราคากาแฟ-ราเมนเข้าถึงง่าย เริ่มต้น 55 บาท เล็งขยายสาขาคาเฟ่-ร้านอาหารเพิ่มเติม เชื่อตอบโจทย์ยุคสมัย ราคาดี ทำต้นทุนได้ อยากให้คนแวะมากินบ่อยๆ
ในช่วงเวลาที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังอยู่บนความไม่แน่นอน ผู้บริโภครัดเข็มขัด-คิดทบทวนก่อนซื้อมากกว่าเดิม “เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” ผู้บริหารและทายาทเครือโรงแรมใบหยกตัดสินใจเปิดธุรกิจใหม่ในชื่อ “Top Secret Thailand” คอมมูนิตี้ที่รวมสำนักแต่งรถ คาเฟ่ร้านกาแฟ และร้านอาหาร มาไว้บนพื้นที่โครงการ “FAB Avenue” ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา โดย “เบียร์” บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ยังไม่มีความกังวลว่าผลตอบรับจะดีหรือไม่ เพราะเชื่อว่า ราคาตอบโจทย์คนยุคนี้ กับกาแฟเริ่มต้นแก้วละ 55 บาท และราเมนเริ่มต้น 89 บาท
“เบียร์” เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากความชอบส่วนตัว ตนเองชอบสำนักแต่งรถที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสำนักเก่าแก่เล็กๆ ย่านชิบะ ชื่นชอบมานานและมีเพื่อนที่รู้จักกับ “สโมคกี้ นาคาตะ” (Smokey Nagata) เจ้าของ “Top Secret” สำนักแต่งรถชื่อดังระดับตำนาน เริ่มต้นด้วยการเชิญ “สโมคกี้” มาที่เมืองไทยเพื่อถ่ายรูปและเซ็นรถให้ หลังจากนั้น “เบียร์” จึงเริ่มพูดคุยถึงความตั้งใจที่อยากจะนำแบรนด์ “Top Secret” มาเปิดในเมืองไทย เชื่อว่า จะได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ที่เมืองไทยเป็นอย่างดี โดยเป็นการขอสิทธิไลเซนส์ (License) มาเปิดในชื่อ “Top Secret Thailand”
เมื่อตำนานระดับโลกตกลงปลงใจ “เบียร์” วางแผนอยากได้พื้นที่ใหญ่ๆ สักเวิ้งหนึ่งที่ไม่ได้มีเพียงสำนักแต่งรถ แต่อยากสร้างเป็นคอมมูนิตี้เพื่อคนรักรถ มีคาเฟ่และร้านอาหารหลายๆ แห่ง ประกอบกับ “เบียร์” คลุกคลีกับการทำร้านราเมนมา 15 ปี อยากเปิดร้านขายราเมนในพื้นที่นี้ด้วย แต่มี “Pain Point” เรื่องการทำราคามาตลอด มั่นใจว่า ทำราเมนรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ได้ แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่สูงถึงชามละ 300 บาท ซึ่งราคานี้ยากต่อการสเกลสาขา จึงเก็บสูตรลับนี้ไว้มานาน รอวันได้เจอกับแบรนด์ที่เหมาะสม
ท้ายที่สุดก็มาลงเอยที่ “Top Secret Ramen” ตรงกับคอนเซปต์ทั้งการเป็นสูตรลับ และราคาที่จับต้องได้ “เบียร์” คุยกับทางประเทศญี่ปุ่นว่า ขอใช้ชื่อ Top Secret สำหรับทำร้านราเมนด้วย โดยขายในราคาเริ่มต้น 89 บาท และยังมีส่วนของคาเฟ่ร้านกาแฟ “Top Secret Café” ราคาเริ่มต้นแก้วละ 55 บาท
“เขาไม่เคยให้ไลเซนส์ที่ไหนมาก่อน เราได้เป็นที่แรกของโลก และคงไม่ได้ให้ใครอีกแล้ว ผมเจอลุงสโมคกี้ตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว เขาเป็นตำนานคนหนึ่ง เจอตามงานมอเตอร์โชว์ที่ญี่ปุ่น เปิดรูปให้ดูว่า เคยถ่ายรูปกับเขานะ แต่เพิ่งได้คุยกันประมาณ 2 ปีที่แล้วที่ติดต่อมาทำธุรกิจในไทย แกทำธุรกิจเล็กมากแต่ดังมาก ต่างชาติรู้จักเยอะ เป็นคนญี่ปุ่นที่ติด Top 20 คนต่างชาติรู้จักอยู่แล้ว”
“เบียร์” บอกว่า ตอนแรกไม่ได้คิดวางแผนขยายธุรกิจนี้ แต่หลังจากทำราคาและต้นทุนได้ในกรอบที่ต้องการ จึงคิดว่า “Top Secret Thailand” ไปต่อได้ สำหรับส่วนของคาเฟ่น่าจะขยายเพิ่มอีก 3 สาขา ส่วนร้านราเมนเพิ่มอีก 1 แห่ง รวมของเดิมเป็น 2 สาขา สำหรับโลเคชันที่เลียบด่วนรามอินทรา เหตุผลที่เลือกสาขานี้เป็นแฟลกชิปสโตร์แห่งแรก เนื่องจากมีพื้นที่ตรงนี้ไว้รองรับ “FAB Avenue” สำหรับเปิดร้านอาหารในเครืออยู่แล้ว เน้นพื้นที่ลานจอดรถกว้างๆ เดินง่าย แวะมากินข้าวได้
มองว่า ย่านนี้ยังไม่ค่อยมีพื้นที่แนวคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์มากนัก ส่วนใหญ่ร้านอาหารจะขึ้นไปอยู่บนตึกสูงมากกว่า ตั้งใจออกแบบให้พื้นที่ตรงนี้เป็น “Low Rise” แวะมาถ่ายรูปเล่นกับสำนักแต่งรถได้ กินข้าวได้ กินกาแฟได้ ซึ่งในอนาคตจะขยายร้านยามะจังในรูปแบบอิซากายะในบริเวณเดียวกันด้วย
หลังจากเปิดมาได้ระยะหนึ่ง “เบียร์” บอกว่า ฟีดแบ็กค่อนข้างดี ส่วนใหญ่ลูกค้าประทับใจราคา มาแล้วก็แวะมาถ่ายรูปเล่นไปด้วย ส่วนตัวยังไม่เห็นสำนักแต่งรถที่มีร้านอาหารในตัวและคอนเซปต์ชัดเท่าที่นี่ มั่นใจว่าเป็นที่แรก สำคัญสุดคือราคาเข้าถึงง่าย ตั้งแต่เปิดร้านมายังไม่มีกระแสเรื่องราคาแรง เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกที่อยากให้ลูกค้าแวะมากินบ่อยๆ ถ้าอยากให้ธุรกิจยืนยาว ไปได้ไกล ไม่ต้องขายแพง ค่อยๆ ทำไป
ระบุว่า “Top Secret Thailand” เป็นธุรกิจที่เต็มไปด้วยแพชชัน จึงพยายามบาลานซ์แนวทางระหว่างความชอบและการทำกำไร หากคิดเป็นธุรกิจมากเกินไป ก็กลัวว่า จะสูญเสียตัวตน เอาความตั้งใจเป็นที่ตั้ง ซื่อสัตย์กับลูกค้า ค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย แผนในระยะไกล มองว่า ตอนนี้กะเกณฑ์ได้ยากขึ้นจากภาวะสงครามที่ต้องคอยเปลี่ยนแผนรับมือตามสิ่งที่เกิดขึ้น
“คอนเซปต์เราสามารถเปิดที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะ ไปอยู่ในห้าง ตึกแถว หน้าหมู่บ้าน หรือหน้ามหาวิทยาลัยก็ได้ โดยเฉพาะส่วนของคาเฟ่ แม้ว่าจะมีคาเฟ่ในบ้านเราเยอะมาก แต่ผมว่า คนของเราเก่ง และเรามีกาแฟที่ไม่เหมือนใคร ราเมนรสชาตินี้ ราคานี้ ก็ไม่เหมือนใครเช่นกัน และเราไม่ได้ขายแพงอยู่แล้ว ผมไม่ได้ขายกาแฟเริ่มต้นร้อยกว่าบาท หรือราเมนถ้วยละ 300 บาท ที่นี่ราเมนเริ่มต้น 89 บาท เราดูต้นทุนอยู่ เวลาซื้อของกับซัพพลายเออร์มีการล็อกราคากันล่วงหน้าเป็นปีอยู่แล้ว”





