องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เดินหน้าปรับตัวฝ่าความผันผวน พลพวงจากสงครามในตะวันออกกกลาง "ต้นทุน" แรงกระแทกใหญ่ กำลังซื้อผู้บริโภค "ปราบเซียน" ยก Year of Efficiency คัมภีร์รอด
ภาคธุรกิจฝ่าคลื่นผันผวน “แสนสิริ” ยึดคัมภีร์ Speed to Market ล็อกต้นทุนหนุนเปิดโครงการใหม่ “เอพี” ชิงตลาดทุกเซกเมนต์ “ศุภาลัย” ชี้หากสงครามยืดเยื้อเกิน พ.ค.อาจขึ้นราคา 4-5% “เซ็นทรัล รีเทล” คุมพลังงานทุกสาขา “มาม่า” ลดงบตลาดมโหฬาร กลุ่ม ปตท.ยึดหลัก Security of Supply ผนึกทั้งเครือทำแผนโลจิสติกส์ร่วมกัน SCG ลุยหาแหล่งวัตถุดิบ Non-Hormuz
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือน และยังไม่มีความชัดเจนในการหยุดยิงทำให้ผู้ประกอบการไทยต่างทยอยปรับแผนธุรกิจ โดยหลายแห่งต้องปรับตามสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อมากขึ้น ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การควบคุมต้นทุนดำเนินงานทั้งด้านราคาวัตถุดิบ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบ
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อลดผลกระทบราคาพลังงานผันผวนทำให้ต้นทุนก่อสร้างและขนส่งสูงขึ้น ซึ่งยึดกลยุทธ์ “Speed to Market” ควบคุมความเสี่ยง โดยล็อกราคาวัสดุก่อสร้างสำคัญล่วงหน้ารองรับแผนเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ไตรมาส 2 เตรียมเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่า 15,900 ล้านบาท ครอบคลุมตลาดลักชัวรีถึงแมส พร้อมชู “ความแตกต่าง” รายเซกเมนต์ และจุดขายด้านทำเลศักยภาพจะเร่งรับรู้รายได้ หลังไตรมาสแรกทำยอดขายทะลุเป้า 13,300 ล้านบาท จากแรงหนุนคอนโดมิเนียมและแนวราบพรีเมียมพร้อมมี Backlog กว่า 24,000 ล้านบาท ที่ทยอยรับรู้รายได้
“ท่ามกลางความผันผวนราคาต้นทุนก่อสร้าง แสนสิริใช้ความเชี่ยวชาญและกลยุทธ์ Speed to Market ล็อกราคาวัสดุก่อสร้างสำคัญล่วงหน้าให้สอดคล้องแผนเปิดโครงการใหม่ มั่นใจว่าต้นทุนดำเนินงาน 4-6 เดือนข้างหน้ายังควบคุมได้"
ขณะเดียวกันมุ่งขยายตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวใหญ่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังเป็นเครื่องยนต์หลักจากดีมานด์ชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้งกลุ่มนักลงทุน
ศุภาลัย “สวนกระแส” รับแรงกระแทกต้นทุน
นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สงครามกระทบต้นทุนผู้ประกอบการ ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 2 ขึ้นกับสงครามหากยืดเยื้อเกินเดือน พ.ค.มีโอกาสขึ้นราคา 4-5% แต่หากจบเร็วอาจใช้เวลาแบกรับผลกระทบ 2 เดือนก่อนเข้าภาวะปกติ โดยศุภาลัยยังขายบ้านต้นทุนเดิม “แบกรับต้นทุน” แทนผู้บริโภคระยะสั้นเพื่อรักษากำลังซื้อและความเชื่อมั่นตลาด
วิชาญ วิริยะภูษิต - ประทีป ตั้งมติธรรม - รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ
ทั้งนี้ ศุภาลัย มีแนวทางช่วยผู้รับเหมารายเล็กด้วยการสั่งซื้อ เหล็ก คอนกรีต ให้ในราคาถูกลง เพื่อรับแรงกระแทกต้นทุนสงครามที่ดันราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กและคอนกรีต
“ไตรมาสแรกเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากแรงหนุนดอกเบี้ยนโยบายลดลง แต่ยังเปราะบางจากความกังวลต่างๆ ผู้บริโภคชะลอตัดสินใจซื้อบ้านใหม่”
อย่างไรก็ดี ในเชิงกลยุทธ์ ศุภาลัยเลือก “เร่งเปิด” มากกว่าชะลอ โดยเพิ่มแผนเปิดโครงการไตรมาส 2 อีก 5 โครงการ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้ทั้งปีมี 33 โครงการ เพิ่มขึ้นจากแผนที่วางไว้ 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อสถานการณ์
"เอพี" มั่นใจโอกาสลุยขยายทุกเซกเมนต์
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ภาคอสังหาฯ เผชิญความท้าทายต่อเนื่อง แต่ยังเห็นโอกาสตลาดระดับกลางถึงบนที่ส่งสัญญาณเชิงบวกชัดเจน หลังไตรมาสแรกทำยอดขาย 20,645 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 43% ของเป้าหมายทั้งปี สะท้อนดีมานด์กลุ่มกลาง-บนยังแข็งแรง
ดังนั้นไตรมาส 2 พร้อมเปิด 12 โครงการ มูลค่า 17,150 ล้านบาท ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยวและคอนโด เพื่อตอบโจทย์ดีมานด์ที่หลากหลาย โดยพอร์ตที่หลากหลายช่วยกระจายความเสี่ยงท่ามกลางตลาดไม่ฟื้นเต็มที่ โดยเฉพาะการจับดีมานด์ระดับกลาง-บนที่ยังมีศักยภาพ
เซ็นทรัลรีเทลเข้มจัดการพลังงาน
นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกและสงครามที่ยืดเยื้อกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพพลังงานทุกประเทศ
สำหรับ “เซ็นทรัล รีเทล” มีร้านค้าครอบคลุม 63 จังหวัด มีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านนวัตกรรมเพื่อรับมือทุกวิกฤติเพื่อปิดจุดอ่อนด้านการสูญเสียไฟฟ้า น้ำ และการขนส่ง
รวมทั้งใช้พลังงานสะอาดที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา 181 แห่ง (ณ ปี 2568) ผลิตพลังงานสะอาดได้ 204,818 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี คิดเป็น 23% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 450 จุด เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในสภาวะน้ำมันแพง และเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 144 คัน ลดใช้ดีเซล 1,023,209 ลิตรต่อปี
“ระยะสั้นต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกระทบค่าครองชีพผู้บริโภค เซ็นทรัล รีเทล มุ่งประหยัดพลังงานควบคู่ดูแลราคาสินค้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันให้ทุกภาค”
“โฮมโปร” ย้ำ “Year of Efficiency”
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า ตลาด Home Improvement ยังเผชิญแรงกดดันกำลังซื้อฟื้นตัวช้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวและความไม่แน่นอนของต้นทุนหลายมิติ
ขณะที่ฐานลูกค้าโฮมโปร 70% เป็นลูกค้าบ้านเก่าที่ต้องการปรับปรุงบ้านทำให้โจทย์ธุรกิจไม่ใช่แค่รอตลาดฟื้นตัว แต่มองหาโอกาสใหม่ในตลาดเดิม โดยปี 2569 เป็น Year of Efficiency ของโฮมโปร ตลาดอาจไม่โตมากนัก แต่โอกาสยังมีสำหรับองค์กรที่แข็งแรงกว่า เข้าใจตลาดมากกว่า และเปลี่ยนความเข้าใจเป็นระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่า
วันนี้ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น การเติบโตของธุรกิจไม่วัดจากยอดขายอย่างเดียว แต่มองที่ Bottom Line ผ่านการบริหาร Margin การใช้ Data อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นที่มาแนวคิด “Home Lifetime Companion" ยกระดับโมเดลธุรกิจจาก Transaction ไปสู่ความสัมพันธ์ระยะยาว
“ไมเนอร์” เดินหน้าธุรกิจตะวันออกกลาง
นายโอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังสนับสนุนและเดินหน้าแผนขยายธุรกิจในตะวันออกกลางเต็มที่แม้มีความขัดแย้ง โดยได้ประสานงานใกล้ชิดกับพันธมิตรในตะวันออกกลาง รวมถึงทีมงานไมเนอร์ที่ประจำสำนักงานในพื้นที่ดังกล่าว
“ทั้งทีมงานและพันธมิตรในพื้นที่มุ่งมั่นดำเนินงานตามแผนธุรกิจ และมีมุมมองแง่ดี (Optimistic) ต่อการฟื้นตัวของสถานการณ์ การเจรจาและหารือเกี่ยวกับสัญญาการบริหารจัดการโรงแรมกับพันธมิตรในตะวันออกกลางโดยยังดำเนินการปกติไม่หยุดชะงัก
“มาม่า”ลดงบตลาดมโหฬาร
นายเพชร พะเนียงเวทย์ กรรมการบริษัทและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูลจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 เดือนแรกอยู่ในภาวะซบเซา แต่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเดือน มี.ค.เนื่องจากผู้บริโภค ร้านค้า ห้างค้าปลีก มีการซื้อสินค้าตุนไว้เพื่อป้องกันขาดแคลน และผลกระทบจากต้นทุนสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2 ประเมินว่าผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยเห็นได้จากสถานการณ์ปัจจุบันสินค้าหลายหมวดหมู่ หลากแบรนด์ใช้กลยุทธ์ความร่วมมือหรือคอลแลบส์ แต่ไม่ดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมเท่าที่ควร เนื่องจากประสบภาวะสงคราม เศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูง สภาพอากาศร้อนจัดทำให้คนไม่ค่อยมีความสุขหรือจอยมากนัก
“ตลาดบะหมี่ฯ ไตรมาส 1 ไม่ค่อยดี มีคนนิยามว่าเศรษฐกิจดี มาม่าต้องขายไม่ดี ตอนนี้เศรษฐกิจดี มาม่าขายไม่ได้ เห็นจากเดือนม.ค.-ก.พ.ยอดขายตกค่อนข้างมาก เซกเมนต์พรีเมียมโดนด้วย ส่วนภาพรวมปี 2569 หากตลาดรวมโตได้ถือว่าเก่ง เพราะปี 2568 ตลาดหดตัว”
สำหรับแผนธุรกิจไตรมาส 2 บริษัทจะเปิดสินค้าใหม่ 2-3 ตัว ล่าสุดมาม่าโอเคมัจฉะเคอรี่ บุกเซกเมนต์พรีเมียม และในงานสหกรุ๊ปแฟร์ จะมีสินค้าใหม่อีก 2-3 ตัว
ทั้งนี้ จากบรรยากาศตลาด กำลังซื้อผู้บริโภคไม่เอื้อ บริษัทได้ลดงบประมาณการทำตลาดมโหฬาร เมื่อเทียบปีก่อนใช้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท โดยจะเน้นการใช้ไอเดียมากขึ้น เพราะการทำตลาดแบบเดิมภายใต้เศรษฐกิจเช่นนี้ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
นอกจากนี้ ธุรกิจกำลังเผชิญกับต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น สหพัฒนพิบูลในฐานะผู้จัดจำหน่ายและกระจายสินค้า ได้รับผลกระทบจากน้ำมันแพงเช่นเดียวกับทุกเซกเตอร์ รวมถึงฝั่งโรงงานผลิตมาม่ามีต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องช่วยเหลือตัวเองค่อนข้างมาก และมุ่งจำหน่ายสินค้าไปยังร้านค้าก่อน
“ปีนี้รัดเข็มขัดกว่าเดิม งบตลาดลดมโหฬาร แต่เป้าหมายยังคงเดิม มาม่าต้องโต 10% ไม่มีคำว่าทบทวน ซึ่งคัมภีร์รอดปีนี้ต้องยึดไอเดียทำตลาดเป็นหลัก อะไรทำใหม่ได้ต้องทำ ส่วนงบต้องประหยัด ภาพรวมจะเห็นสีสันการตลาดบะหมี่ฯ หรือไม่มองว่าปีนี้ยากจริงๆ ปราบเซียนเพราะกำลังซื้อผู้บริโภคไม่มา มีการซื้อแล้วตุนไว้”
“แอลจี”พยายามตรึงต้นทุนการผลิต
นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไตรมาส 1 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอตัว ส่วนหนึ่งเมื่อเทียบปีก่อนมีตัวแปรจากช้อปดีมีคืน เจาะลึกหมวดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ไตรมาส 1-2 เป็นไฮซีซันอากาศร้อนช่วง 3 เดือน หากตัดปัจจัยช้อปดีมีคืนตลาดยังเติบโต แต่เข้าเดือน เม.ย.เห็นการชะลอตัว ส่วนแนวโน้มทั้งปีคาดว่าตลาดเติบโต 20%
“ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอตัวหมดแต่เครื่องปรับอากาศ ร้อนจัดทำให้มีดีมานด์ ตลาดแอร์จึงค่อนข้างทรงตัวเท่ากับปีก่อน และเดือนเมษายน ชะลอตัวด้วย จึงหวังว่าอากาศที่ร้อนขึ้นต่อเนื่อง จะทำให้ตลาดแอร์เติบโตได้ เพราะหากปล่อยให้ 2 ปีไม่โตคงไม่ได้”
นอกจากนี้ จะผลักดันบริการ “LG Subscribe” โมเดลธุรกิจบอกรับสมาชิก หรือ Subscription ที่ยืดหยุ่นในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน การจ่ายต่อเดือนต่ำ เพื่อจูงใจลูกค้า ที่สำคัญจะผนึกพันธมิตรคู่ค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายที่ร้านโดยตรง เพราะคู่ค้าได้ประโยชน์โดยตรง โดยบริษัทจะไม่เน้นการลดราคาเพื่อแข่งขันในตลาด
นายอำนาจ กล่าวว่า จากสถานการณ์ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานสุด และจากปัจจัยดังกล่าว เชื่อว่าปี 2569 จะไม่เห็นสงครามราคาหนักในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย
“แอลจีไม่ปรับเป้าการเติบโตและไม่ลดงบการตลาด เป็นเรื่องยากที่จะลดงบตอนนี้ในสถานการณ์ต้นทุนสูง แต่จะไม่ลดราคามาก จะทำแพ็กเกจเสริมกระตุ้นยอดขาย หาวิธีการผลักดันการเติบโต จากจุดแข็งของการมีสินค้าที่หลากหลาย จำนวนรายการหรือเอสเคยูที่มาก มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุม เราต้องหาวิธีการนำเข้ามาขายสินค้าให้ได้ ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ตลาดไม่ใช้โมเดลเดิมๆ”
ปตท.ยึดหลัก Security of Supply
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญทำให้ปตท.เลือกใช้แนวทางบริหารจัดการเชิงรุก โดยยึดหลัก Security of Supply เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อรับประกันว่าไทยจะไม่ขาดแคลนพลังงาน
ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท.ยกระดับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกทันที โดยเร่งกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบผ่านเครือข่าย Trading ทั่วโลก ส่งผลให้ลดสัดส่วนนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางจากเดิมเกือบ 70% เหลือเพียง 30% ภายในเดือน เม.ย.2569 โดยจัดหาจากสหรัฐ แอฟริกาตะวันตก และภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งทำให้ปัจจุบันไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพออย่างน้อยถึงกลางปีแม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ไม่แน่นอนสูง
นอกจากนี้ ภาพรวมตลาดพลังงานโลกผันผวนสูง (High Volatility) ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่แกว่งตัวแรงระยะสั้น ขณะที่ Crude Premium และค่าระวางเรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งจากแหล่งผลิตสำคัญ
OR ผนึกทั้งเครือทำแผนโลจิสติกส์
ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวว่า ประเมินสถานการณ์แบบไม่ประมาทเพราะสถานการณ์ยากที่จะคาดเดา โดย OR ใช้ยุทธศาสตร์เพิ่ม Buffer สำรองน้ำมัน เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลน ซึ่งปรับแผนบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน (Inventory Level) ใหม่ทั้งหมด
รวมทั้งทำแผนบูรณาการด้านโลจิสติกส์ร่วมกลุ่ม ปตท.เพื่อบริหารจัดการน้ำมันจากทุกแหล่ง โดยเน้นการเร่งกระจายน้ำมันไปคลังภูมิภาคให้เร็วและมากที่สุด เพื่อลดระยะเวลาการขนส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะช่วยให้สถานีบริการกระจายน้ำมันจากคลังใกล้บ้านได้ทันทีแทนการรอรถขนส่งจากส่วนกลางหรือพื้นที่ศรีราชา
WHA วางแผน 3 ฉากทัศน์
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เปิดเผยว่า ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ WHA ยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้วยการจัดทำ Scenario Planning ครอบคลุม 3 ระยะ ได้แก่ 1 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับโลก (Global War) พร้อมเร่งปรับนิคมอุตสาหกรรมสู่ Smart Eco-Industrial Estate โดยนำ AI และพลังงานสะอาดเข้ามาใช้
SCG หาแหล่งวัตถุดิบ Non-Hormuz
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เปิดเผยว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซได้กำลังสร้างแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่อธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มเคมิคอล โดย SCG พึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางผ่านเส้นทางดังกล่าวถึง 50-60% และเมื่อซัพพลายสะดุดจึงหยุดเดินเครื่องบางส่วนของโรงงานโอเลฟินส์ในระยอง
ทั้งนี้ SCG เร่งแก้เกมเชิงรุก ด้วยการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ที่ไม่ผ่านฮอร์มุซ (Non-Hormuz) ที่ได้เจรจาไปแล้ว พร้อมปรับโครงสร้างซัพพลายเชนภายใต้แนวคิด Regional Optimization โดยใช้ฐานการผลิตในแต่ละประเทศกระจายความเสี่ยง เช่น เวียดนามเป็นฐานส่งออก ขณะที่ไทยเน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง





