วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

เศรษฐกิจซบเซา สงครามตะวันออกกลางปะทุ ปัจจัยลบรายล้อมฉุดงบโฆษณาดิจิทัลปี 2569 อยู่ในแดนลบ 0.3% โทรคมนาคม ยานยนต์ ผลิตภัณฑ์นม ค้าปลีก เครื่องสำอางหั่นงบถ้วนหน้า ส่วนปี 2568 ปิดฉากโตต่ำกว่าคาด

สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ร่วมกับ คันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทวิจัยการตลาดและที่ปรึกษากลยุทธ์ชั้นน เผยผลสำรวจเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของประเทศไทยประจำปี 2568 และการคาดการณ์ปี 2569 โดยรวบรวมข้อมูลจาก 27 เอเจนซีชั้นนำ ครอบคลุมอุตสาหกรรมกว่า 80 ประเภท และ 18 ประเภทสื่อดิจิทัล

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลในปี 2568 เติบโตเพียง 2% คิดเป็นมูลค่ารวม 32,247 ล้านบาท ซึ่งถือว่า “ต่ำ” กว่าคาดการณ์เดิมที่มองไว้ 5%

ส่วนแนวโน้มปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดจะเริ่มคงที่และ -0.3% มีเม็ดเงินสะพัด 32,145 ล้านบาท ทว่า สัญญาณดังก่าวสะท้อนการ “ติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์” นับตั้งแต่เริ่มทำการสำรวจมาตลอด 14 ปี

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

ทั้งนี้ 3 อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ ที่จะใช้จ่ายในปี 2569 “สกินแคร์” ยังคงครองแชมป์อย่างแข็งแกร่ง และเจาะลึกรายหมวดหมู่เป็นดังนี้ 

1. ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ด้วยเม็ดเงิน 6,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2568 เงินสะพัด 5,325 ล้านบาท เติบโต 5% สะท้อนภาพผู้บริโภคยังให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง รักสวยรักงามอย่างต่อเนื่อง 2. กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม คาดการณ์ลดลงเล็กน้อย 0.5% เงินสะพัด 2,592 ล้านบาท โดยงบประมาณจะเทไปทางฝั่งอุปกรณ์สื่อสาร (Communication Devices) มากกว่ากลุ่มบริการเครือข่าย ส่วนปี 2568 ยังขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่า 2,604 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นที่ 28% มีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มโทรคมนาคม (Telco) ที่เติบโตถึง 86%

3.เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ คาดเงินสะพัด 2,412 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน 2,261 ล้านบาท “หดตัวถึง 10%” 4. ยานยนต์ คาดเงินสะพัดลดลงเหลือ 2,316 ล้านบาท ลดลง 10% และถือเป็นการ “ติดลบ 2 ปีซ้อน” จากสภาวะตลาดที่ซบเซา ส่วนปี 2568 เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักจนตกมาอยู่อันดับ 3 โดยมียอดใช้จ่าย 2,568 ล้านบาท ลดลง 15% และ 5.ผลิตภัณฑ์นม คาดเงินสะพัด 1,859 ล้านบาท ลดลง 13% จากปีก่อน 2,131 ล้านบาท เติบโต 6% และ

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

นอกจากนี้ กลุ่มที่คาดการณ์จะเปย์งบโฆษณาดิจิทัลเพิ่มในปี 2569 เช่น อสังหาริมทรัพย์ คาดเงินสะพัด 1,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน 1,177 ล้านบาท เติบโต 4% วิตามิน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 1,122 ล้านบาท เพิ่มชึ้น 18% ร้านอาหารต่างๆ 1,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เทียบปีก่อน 1,114 ล้านบาท เติบโตสูง 36% ส่วนที่หดตัวจะเป็น “ค้าปลีก” คาดเงินสะพัด 1,599 ล้านบาท ลดลง 6% และเครื่องสำอาง คาดเงินสะพัด 1,088 ล้านบาท “ติดลบ 16%” จากปี 2568 เติบโตร้อนแรงถึง 48% ด้วยมูลค่า 1,295 ล้านบาท

ด้านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังเป็นสมรภูมของการสู้ศึก “ยักษ์ชนยักษ์” ระหว่าง “Meta” ที่ยังครองบัลลังก์เม็ดเงินโฆษณามากสุด ทว่า “TikTok” กำลังจี้ติดด้วยอัตราเติบโต 61%

สำหรับรายละเอียดของช่องทางสื่อดิจิทัล ปี 2569 Meta ยังคงเป็นผู้นำตลาดด้วยเม็ดเงิน 8,289 ล้านบาท เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปี 2568 ครองเม็ดเงิน 8,493 ล้านบาท ในทางตรงกันข้าม TikTok จะครองเม็ดเงิน 6,626 ล้านบาท จากปี 2568 ได้สร้างปรากฏการณ์เติบโตถึง 61% มียอดการใช้จ่ายทะลุ 6,697 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 21% ของทั้งอุตสาหกรรม กลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่แบรนด์เลือกใช้เพื่อเข้าถึงอารมณ์และความสนุกสนานของผู้บริโภค

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

นอกจากนี้ สื่อประเภท Creative Production และ Online Video ยังคงมีการเติบโตที่น่าสนใจ สะท้อนว่านักการตลาดเริ่มหันมาเน้นที่คุณภาพของเนื้อหาเพื่อดึงดูดความสนใจมากกว่าการทุ่มงบซื้อสื่อเพียงอย่างเดียว

ดร. อาภาภัทร บุญรอด Managing Director, Client & Head of Growth, Kantar Insights Thailand ให้มุมมองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปมาก ผู้คนสนใจเรื่องสุขภาพ ความงาม และภาพลักษณ์ส่วนบุคคลมากขึ้น แม้เศรษฐกิจจะผันผวน แต่เม็ดเงินในกลุ่มสกินแคร์และวิตามินยังคงโตได้ดี เพราะผู้บริโภคมองหาความสุขเล็ก ๆ เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง แบรนด์จึงต้องปรับบทบาทจากการเป็นผู้ขาย มาเป็นผู้สร้างความสุขผ่านสินค้าและการสื่อสารที่ตอบโจทย์เชิงลึกมากขึ้น

ด้านราชศักดิ์ อัศวศุภชัย (Transforming Director, Omnicom Media Group) ได้ให้ความเห็นเสริมถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเติบโตของตลาดหลักๆ ได้แก่ ปัจจัยภายนอกคือ สงครามการค้า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ส่วนปัจจัยภายในประเทศ มาจากเศรษฐกิจหรือจีดีพีของไทย  การส่งออก  ความไม่แน่นอนทางการเมือง ตลอดจนภัยธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม  ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น 

นอกจากนี้ พายุดิจิทัล(Digital Disruption) การเข้ามาของ AI ทำให้แบรนด์และนักการตลาดพยายามลดการใช้เงินในส่วนของ Paid media และหันไปลงทุนกับการสร้างคอนเทนต์เพื่อรองรับเทคโนโลยีมากขึ้น

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

ชาญชัย พงศนันทน์ Managing Director - Online Supply-side Management, Dentsu - Amplifi Thailand กล่าวถึงอุตสาหกรรมสกินแคร์ เครื่อใช้ส่วนบุคคลที่ยังคงเป็นอันดับ 1 และมีการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุด และคาดการณ์ปี 2569 เม็ดเงินจะทะลุ 6,000 ล้านบาท ถือเป็น New Time High โดยเน้นการใช้ TikTok เพื่อสร้างยอดขายและทำการตลาดแบบ Lower Funnel เช่น TikTok Shop

ด้านคุณพัชรี เพิ่มวงศ์อัศวะ General Manager, Publicis Media ให้ความคิดเห็นว่า อุตสาหกรรม ด้าน Communication ที่ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในปี 2568 และคาดการณ์ว่าจะรักษาระดับนี้ในปี 2569 การเติบโตมาจาก Telco ที่การแข่งขันเพื่อดึงดูดผู้ใช้ใหม่ โดยเฉพาะ Gen Alpha และการเปลี่ยนค่าย เน้นใช้ดิจิทัลมีเดียเพื่อการสนทนา สื่อสาร นอกจากนี้ อุปกรณ์มือถือ จะมุ่งสร้างประสบการณ์และเอนเกจเมนต์ สำหรับกลุ่มเรือธงจากการเน้นนวัตกรรม ฟีเจอร์ใหม่)ผ่านวิดีโอคอนเทนต์ออนไลน์ และการจัดโปรโมชั่นสำหรับกลุ่ม Mid-tier และ Low-tier

กานนท์ วัฒนะพยุงกุล General Manager, i-dac (Bangkok) Co., Ltd. กล่าวว่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เม็ดเงินโฆษณาลดลงมาเป็นอันดับ 3 ในปี 2568 และคาดการณ์ว่าจะลดลงอีกในปี 2569 โดยสาเหตุหลักมาจาก 1.การแข่งขันของรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นโปรโมชั่นและกิจกรรม On-ground 2.ผลกระทบจากกลุ่มไฟแนนซ์ที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อลดลง 3.ตลาดรถมือสองมีซัพพลายสูง ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถใหม่ และ4.แบรนด์ยังคงใช้งบเพื่อสร้าง Brand Equity และสื่อสารแม้ตลาดจะชะลอตัว

ปัจจัยลบรายล้อม ปี 69 สัญญาณโฆษณาดิจิทัล ‘ติดลบครั้งแรก’ รอบ 14 ปี

พลวิภาส เธียรจวง Digital Business Development Lead, Media Intelligence Group กล่าวว่า ความท้าทายของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (AI) ทำให้การทำตลาดเปลี่ยนแปลงไป และยากต่อการทำ Attribution/Measurement เพื่อหา Insight ว่าโฆษณาได้ผลเพราะอะไร รวมถึงการผลิตคอนเทนต์จำนวนมากด้วย AI (Content Overload) ทำให้ยากที่จะดึงความสนใจของผู้บริโภคด้วย

ท้ายที่สุดแล้วผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทาย แต่ก็มีโอกาสสำหรับแบรนด์ที่วางแผนการตลาดอย่างรอบคอบและชาญฉลาด โดยเฉพาะการรักษาสมดุลระหว่างการสร้างแบรนด์และการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น

คันทาร์ (ประเทศไทย) และ DAAT ได้สรุปประเด็นสำคัญว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ความเข้าใจผู้บริโภคมีค่ามากกว่างบประมาณ การที่ตลาดมีแนวโน้มชะลอตัวหมายความว่าการแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แบรนด์ที่สามารถรักษาความสนใจของผู้บริโภคได้ด้วยครีเอทีฟที่มีคุณภาพ และการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับจังหวะการตัดสินใจของลูกค้า จะเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตได้ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ