วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ความหวังใหม่ของ MK ? เชื่อ ‘โบนัส สุกี้’ มาถูกทาง แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก

ความหวังใหม่ของ MK ? เชื่อ ‘โบนัส สุกี้’ มาถูกทาง แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก

ตอนนี้ “MK” มาถูกทางแล้ว! คุยกับ “ธีร์ ธีระโกเมน” ทายาทรุ่นที่ 2 แห่ง “MK Group” มองตลาดเปลี่ยนไวต้องรีบตามให้ทัน ถ้าไม่มีโปรดักต์ต้องเร่งสร้าง-ใครเปิดก่อนได้เปรียบกว่า แผนปีนี้เน้นขยาย “โบนัส สุกี้” พร้อมดันแบรนด์อื่นในเครือโตต่อ แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่ มีทั้งสร้างเอง-นำเข้าจากต่างประเทศ

ปี 2568 ถือเป็นช่วงเวลาที่ “MK Group” (เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป) ปรับทัพครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศศักดาเปิดตัวแบรนด์สุกี้ราคาประหยัด สู้ศึกตลาดแมสด้วยบุฟเฟ่ต์ราคา 219 บาท ประเดิมที่จังหวัดสระบุรีเป็นสาขาแรกแบบเงียบๆ โดยไม่ได้ทำการตลาดในฐานะแบรนด์ลูกของ MK แต่ผ่านไปไม่นานก็เริ่มเป็นที่พูดถึง และในที่สุด “ทานตะวัน ธีระโกเมน” และ “ธีร์ ธีระโกเมน” ทายาทรุ่นที่ 2 เครือ MK ก็ออกมาเปิดหน้าชนอย่างเป็นทางการ ชู “โบนัส สุกี้” ในฐานะหมากเด็ดของ “MK” หลังปล่อยให้สุกี้แมสถูกครอบครองโดยสองเชนใหญ่มาหลายปี

“ธีร์ ธีระโกเมน” ทายาทรุ่นที่ 2 และผู้บริหาร MK Group เล่าถึงภาพรวมการทำงานทุกวันนี้บนเวที “The Entrepreneur Forum 2026” ที่จัดขึ้นโดยลงทุนแมนให้ฟังว่า แม้จะมีแบรนด์หลากหลาย แต่ทุกแบรนด์ยังทำงานอยู่บนหลักความเชื่อเดียวกัน ต้องมี “Unique Selling Point” โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพอาหารและการบริการ “MK” ล้างผักทีละใบ มีศูนย์อบรมพนักงาน หรือ Training Center รวมทั้งยังมี “พี่เลี้ยง” หรือครูประจำสาขา พร้อมกับคัมภีร์ในการให้บริการลูกค้า ถึงขั้นที่ว่า พนักงาน MK ต้องยิ้มกว้างแค่ไหนถึงจะพอดีมากที่สุด

ความหวังใหม่ของ MK ? เชื่อ ‘โบนัส สุกี้’ มาถูกทาง แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก

ปัจจุบัน MK Group มีแบรนด์ในเครือ 14 แบรนด์ พร้อมกับพนักงานจำนวนมหาศาล “ธีร์” บอกว่า การทำธุรกิจร้านอาหารไม่พ้นต้นทุนหลักๆ 2 เรื่อง คือต้นทุนวัตถุดิบอาหาร และต้นทุนแรงงาน โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่กินสัดส่วนมากที่สุด ยิ่งในช่วงวิกฤติสงครามแบบนี้การใช้วัตถุดิบแต่ละอย่างต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด วางระบบนับสต๊อกให้แม่นยำมากขึ้น มีดาต้าตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า เกิด “Waste” ตรงไหน และต้องจัดการอย่างไรหากเกิดขึ้นซ้ำสอง

“ธีร์” บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การสั่งซื้อวัตถุดิบตอนนี้ยังไม่ได้ล็อกราคากับซัพพลายเออร์เจ้าใดเป็นพิเศษ ทว่า อยู่ในช่วงปรับตัวเพื่อบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น ซื้อเนื้อหมูมา 1 ชิ้น ก็อยากให้ใช้ประโยชน์ได้ครบทุกส่วน แต่บางครั้งก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย เนื้อหมูอาจมีส่วนมันเยอะเกินไป หรือบางครั้งฝีมือคนหั่นก็ไม่ได้มีความสามารถเท่ากัน ต้องกลับมาเช็กมาตรฐานทุกส่วนทั้งวัตถุดิบและการเทรนนิ่งพนักงาน

แม้จะวางแผนไว้ดีแค่ไหน แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันก็ไม่อาจทำทุกอย่างตามแผนได้ 100% ความท้าทายในปีนี้นอกจากเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ การขยายสาขาก็เป็นอีกเรื่องที่ “MK” โฟกัส โดยเฉพาะกลุ่มแบรนด์ใหม่อย่าง “โบนัส สุกี้” (BONUS SUKI) และ “ฮิคินิคุ” (Hikiniku) รวมถึงแบรนด์อื่นๆ ที่ผู้บริหารแง้มว่า สิ้นปีนี้จะมีแบรนด์ใหม่เข้ามาเติมพอร์ตโฟลิโอแน่นอน 

ความหวังใหม่ของ MK ? เชื่อ ‘โบนัส สุกี้’ มาถูกทาง แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก

ทายาทรุ่นที่ 2 เล่าย้อนไปถึงการเกิดขึ้นของ “โบนัส สุกี้” ว่า แม้ “MK” จะเป็นพี่ใหญ่เจ้าตลาดสุกี้พรีเมียมแมสที่อยู่มานาน 40 ปี แต่เมื่อตลาดเปลี่ยนไปโมเดลเดิมไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใหม่ ก็ต้องใช้วิธี “สร้างแบรนด์” เพื่อเป็น “Winning Model” อีกแบบ ถ้าตลาดตอบรับ ยอดขายและจำนวนลูกค้าถึงเป้าก็แปลว่ามาถูกทาง “โบนัส สุกี้” ก็เป็นเช่นนั้น อยู่ในขั้นตอนปั๊มสาขาขยายเรื่อยๆ ด้วยความถี่ “1 สัปดาห์ 1 สาขา” หรือบางเวลาก็ทำได้ 2 สาขาภายในสัปดาห์เดียว

“ธีร์” ยอมรับว่า ตลาดร้านอาหารไม่ง่าย แข่งขันสูง ทำไปเรื่อยๆ จะเริ่มเห็นผู้ชนะของแต่ละเซกเมนต์ ใครจับจังหวะได้ก่อน เข้าไปเปิดตลาดก่อนก็มีโอกาสกินส่วนแบ่งได้มากกว่า สำหรับ “MK” ที่คลอดแบรนด์แมสได้ไม่ถึง 1 ปีเต็ม อาจจะมาช้ากว่าคู่แข่งสักหน่อย ทว่า “ธีร์” มองถึงการปรับตัว เพิ่ม “New Business” เข้าไปเติมพอร์ตให้ครบถ้วนแข็งแรง ระบุว่า เป็นการ “Diversify” เพิ่มความหลากหลาย-เก็บให้ครบทุกเซกเมนต์ 

นอกจาก “MK” แบบเดิม แตกไลน์ “MK Premium Buffet” คลอดแบรนด์แมส “โบนัส สุกี้” ล่าสุดยังมี “MK Paradise” ที่ขึ้นไปแตะระดับบน พูดง่ายๆ คือทั้งหมดยังอยู่ใต้ร่มแบรนด์เดิม เพิ่มเติมคือการลงลึกเซกเมนต์ให้ละเอียดยิบ MK เดิมจะไม่เน้นขยายสาขาครั้งละมากๆ อีกแล้ว ให้น้ำหนักการขยายไปที่ “โบนัส สุกี้” กับเป้าหมาย 70 สาขาภายในปี 2569 อยากไปให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่อาจจะไม่ครบทุกจังหวัด พยายามเข้าถึงทุกภูมิภาคให้ทั่วถึงมากที่สุด 

ความหวังใหม่ของ MK ? เชื่อ ‘โบนัส สุกี้’ มาถูกทาง แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก -ธีร์ ธีระโกเมน ทายาทรุ่นที่ 2 และผู้บริหาร MK Group-

เมื่อถามว่า เศรษฐกิจฝืดเคืองช่วงนี้จะมีผลกับการเปลี่ยนแปลงของแผนขยายสาขาหรือไม่ “ธีร์” ระบุว่า ตนเองมองเห็นเป็นโอกาสมากกว่า เห็นถึงความเป็นไปได้ของ “โบนัส สุกี้” ทุกวันนี้ก็ยังเปิดได้ตามแผน มั่นใจในโมเดลนี้พอสมควร เชื่อว่า สุกี้แมสเหมาะกับช่วงเวลาแบบนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ เป็นอานิสงส์ตั้งแต่ยุคโควิด-19 จบลง หลังจากนั้นสุกี้แมสหรือสุกี้ราคาประหยัดคุ้มค่าก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จังหวะเวลาแบบนี้เหมาะกับการขยายของ “โบนัส สุกี้” ที่สุดแล้ว

“สิ่งที่เป็น Niche Market ก็ต้องยอมรับว่า เป็น Niche Market อย่างฮิกินิกุเราต้องรู้ว่า แบรนด์นี้เป็น Niche อาจจะขยายได้สัก 20-30 สาขา แต่คงไม่ใช่ 200-300 สาขาเหมือน MK ต้องแยกให้ออก ถ้าขยายจนเป็นแบบนั้นจะเสียแก่นของแบรนด์ วันนี้เราอาจจะยังขายแต่เนื้อวัวล้วน แต่อนาคตอาจจะแตกแบรนด์ออกมาก็ได้ หรือไม่เป็นไรเดี๋ยวก็มีแบรนด์อื่นที่เจาะตลาดอื่นได้อีก เราไปเป็น First Mover ก็ยังได้”

ส่วนสิ้นปีนี้ที่แง้มว่า จะมีแบรนด์ใหม่เข้ามา ระบุว่า ยังอยู่ในธุรกิจร้านอาหารเหมือนเดิม เชื่อในธุรกิจนี้ และการขยายพอร์ตโฟลิโอให้มีหลายๆ แบรนด์ในอาณาจักรจะช่วย “synergy” ทั้งอีโคซิสเทมของเครือ MK Group ให้แข็งแกร่งมากขึ้น จากประสบการณ์การทำร้านอาหารมา 40 ปี รู้ว่า อะไรคือใจความสำคัญ แต่จะเป็นแบรนด์ไหนคงต้องทำเซอร์เวย์ก่อนว่า ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน 

ความหวังใหม่ของ MK ? เชื่อ ‘โบนัส สุกี้’ มาถูกทาง แง้มสิ้นปีได้เห็นแบรนด์ใหม่เพิ่มอีก -Hikiniku หนึ่งในแบรนด์ใหม่มาแรงของ MK Group-

หลักในการหาแบรนด์ที่ใช่ต้องเริ่มจากการทำรีเสิชที่ถูกต้อง ต่อยอดแบรนด์อย่างไร ทำอย่างไรให้แข่งขันได้ “ธีร์” มองว่า จุดแข็งของ MK Group คือห่วงโซซัพพลายเชนที่แข็งแรงมากๆ ดูเทรนด์ก่อนแล้วย้อนมาพิจารณาสิ่งที่มี เรามีแบรนด์ที่สอดรับกับเทรนด์หรือความต้องการของตลาดหรือไม่ ถ้าไม่มีจะปั้นแบรนด์ขึ้นมาใหม่หรือนำเข้าจากต่างประเทศก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต

“แบรนด์ใหม่ๆ ที่เตรียมจะเปิดได้เห็นช่วงสิ้นปี เป็นแบรนด์ที่เราพัฒนาเองและนำเข้ามา มีทั้งสองไอเดีย อย่าง MK Paradise ที่เพิ่งเปิดก็ได้รับผลตอบรับที่ดี หลังจาก MK Gold อยู่ที่นั่นมาเกือบ 20 ปี ตั้งแต่สยามพารากอนเปิด แล้วพอเราปรับแบรนด์ เปลี่ยน Customer Journey ผลตอบรับดีมาก ทั้งคนไทยและต่างชาติที่เดินในสยามพารากอน ก็สนใจว่าเป็นแบรนด์ใหม่”