วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

ส่องเทรนด์ ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 กระแสซีรีส์เกาหลี Can This Love Be Translated? พลิก ‘เมืองรอง’ มาแรง

ส่องเทรนด์ ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 กระแสซีรีส์เกาหลี Can This Love Be Translated? พลิก ‘เมืองรอง’ มาแรง

Trip.com เปิดเทรนด์ท่องเที่ยว ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 เปลี่ยน ‘เมืองรอง’ มาแรง รับกระแสซีรีส์เกาหลียอดนิยมจาก Netflix เรื่อง ‘Can This Love Be Translated?’ นำแสดงโดย คิมซอนโฮ และ โกยุนจอง

เทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อชมดอกซากุระกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ในปี 2026 โดยนักท่องเที่ยวเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร และหลีกเลี่ยงความแออัดจากสถานที่ยอดนิยมแบบเดิม เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสื่อบันเทิง ควบคู่กับบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลการจองล่าสุดจาก Trip.com Group เผยว่า แม้จุดชมซากุระระดับไอคอนในประเทศญี่ปุ่นยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่นักท่องเที่ยวเริ่มหันไปเลือกจุดหมายปลายทางในเมืองรองเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสถานที่ที่ปรากฏในซีรีส์ชื่อดัง เพื่อสัมผัสบรรยากาศที่คล้ายกับฉากในภาพยนตร์ พร้อมความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าในช่วงพีคซีซัน

เทรนด์ “ชมซากุระตามรอยซีรีส์เกาหลี” มาแรง

หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเทรนด์นี้คือ “Screen Tourism” หรือการท่องเที่ยวตามรอยซีรีส์และภาพยนตร์ โดยรายงาน Momentum Report ของ Trip.com Group ระบุว่า นักท่องเที่ยวกว่า 70% เลือกจุดหมายปลายทางจากสิ่งที่เห็นผ่านหน้าจอ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือซีรีส์ยอดนิยมจาก Netflix เรื่อง Can This Love Be Translated? ที่นำเสนอภาพของเมืองคามาคุระและเอโนชิมะ จังหวัดคานากาวะ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง โดยนับตั้งแต่ซีรีส์ออกฉาย การจองตั๋วรถไฟไปคามาคุระเพิ่มขึ้นถึง 66% ต่อเดือน ขณะที่การจองโรงแรมและยอดการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 55%

ส่องเทรนด์ ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 กระแสซีรีส์เกาหลี Can This Love Be Translated? พลิก ‘เมืองรอง’ มาแรง

นอกจากนี้ การจองกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น ทัวร์ สถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมในคามาคุระและเอโนชิมะ ยังเพิ่มขึ้น 64% ต่อเดือน โดยเอโนชิมะโดดเด่นด้วยวิวทะเล เส้นทางศาลเจ้า และซากุระพันธุ์คาวาซึที่บานตั้งแต่ต้นฤดู จึงเป็นทางเลือกที่เงียบสงบกว่าการท่องเที่ยวในโตเกียวช่วงพีคซีซัน อย่างไรก็ตาม อุทยานแห่งชาติชินจูกุเกียวเอนยังคงครองอันดับ 1 ของโลกด้านการจองสถานที่ชมซากุระ สะท้อนว่าโตเกียวยังคงเป็นจุดหมายหลัก แม้นักท่องเที่ยวจะเริ่มกระจายตัวไปยังพื้นที่ใหม่มากขึ้น

ในฝั่งเกาหลีใต้ K-Drama หรือซีรีส์เกาหลี ก็มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางชมดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ เช่น ซีรีส์คลาสสิก Winter Sonata ที่ทำให้เกาะนามิกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งโรแมนติก ขณะที่สวนยออีโด ซึ่งปรากฏในซีรีส์ดังอย่าง Squid Game, The King: Eternal Monarch และ The Penthouse ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมซากุระในกรุงโซล

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวไม่ได้ตั้งคำถามเพียงว่า “ซากุระบานเมื่อไหร่” แต่เริ่มมองหา “จะไปชมซากุระที่ไหนให้ได้ประสบการณ์ที่แตกต่าง”

 

“ซากุระเมืองรอง” เทรนด์ใหม่ที่มาแรง

เมื่อความแออัดในเมืองใหญ่เพิ่มสูงขึ้น จุดหมายปลายทางในเมืองรองจึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม แม้เส้นทาง Golden Route อย่างโตเกียว โอซาก้า และเกียวโต ยังคงครองสัดส่วนมากกว่าสองในสามของการจองเพื่อชมซากุระในญี่ปุ่น แต่เกือบ 1 ใน 3 ของการจองเริ่มกระจายออกไปนอกเส้นทางหลักแล้ว โดยเมืองรองหลายแห่งยังมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าโตเกียว (เติบโต 31.5% YoY) อย่างชัดเจน เช่น เซนได (+89.7% YoY) ซัปโปโร (+56.2% YoY) และฟุกุโอกะ (+54.9% YoY)

ส่องเทรนด์ ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 กระแสซีรีส์เกาหลี Can This Love Be Translated? พลิก ‘เมืองรอง’ มาแรง

เทรนด์นี้เป็นสัญญาณของยุค “ซากุระเมืองรอง” ที่มอบความสวยงามไม่แพ้จุดหมายหลัก และยังให้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากกว่า

 

จุดหมายชมซากุระทางเลือกที่น่าจับตาในญี่ปุ่น

  • เซนได (+89.7% YoY) - อุโมงค์ซากุระริมแม่น้ำชิราอิชิ ช่วงระหว่างฟุนาโอกะถึงโองาวาระ บรรยากาศสงบ (กลางเดือนเมษายน)
  • โอกินาวา (+66.4% YoY) - ซากุระบานเร็ว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอากาศอบอุ่น
  • เขตมินามิซึรุ (+23.6% YoY) - ซากุระริมทะเลสาบพร้อมวิวภูเขาฟูจิ
  • ซัปโปโร (+56.2% YoY) - ฤดูซากุระที่ขยายไปถึงต้นเดือนพฤษภาคม
  • ฟุกุโอกะ (+54.9% YoY) - เสน่ห์ชายฝั่งทะเลที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวา

รวมถึง นาโกย่า (+22.1% YoY) และนาฮา (+27.6% YoY) ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวเริ่มมีการกระจายตัวออกไปสู่หลากหลายเมืองทั่วประเทศมากขึ้น

ส่องเทรนด์ ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 กระแสซีรีส์เกาหลี Can This Love Be Translated? พลิก ‘เมืองรอง’ มาแรง

 

ซากุระไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่น: เทรนด์ท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

แม้ญี่ปุ่นยังเป็นจุดหมายหลักของการท่องเที่ยวเพื่อชมซากุระ แต่เกาหลีใต้และจีนกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยติดอันดับ 5 จุดหมายปลายทางที่มีการค้นหาคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับซากุระมากที่สุดในโลก

 

จุดหมายปลายทางเพื่อไปชมซากุระที่น่าสนใจในเกาหลีใต้

  • คยองจู - เมืองหลวงโบราณที่มีถนนเรียงรายด้วยวัดและวิวซากุระริมทะเลสาบอันเงียบสงบ
  • จินแฮ - ขึ้นชื่อเรื่องอุโมงค์ซากุระริมแม่น้ำ และเป็นสถานที่จัดเทศกาลซากุระที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้
  • โซล - ซากุระในเมืองที่เข้าถึงง่าย รวมถึงสวนนัมซาน เป็นแหล่งถ่ายรูปที่โดดเด่นและได้รับความนิยมสูง บนโซเชียลมีเดีย
  • เกาะเชจู - เกาะที่มีภูมิทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ประดับประดาด้วยซากุระตามฤดูกาล

นอกจากนี้ คยองจูและเกาะเชจู มีอัตราการเติบโตของการจองตั๋วเครื่องบินสูงถึง 207% และ 143% ต่อปีตามลำดับ

 

จุดหมายปลายทางเพื่อไปชมซากุระที่น่าสนใจในจีน

จุดหมายปลายทางเพื่อการไปชมซากุระในจีนก็กำลังดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มองหาทั้งความงามของธรรมชาติและประสบการณ์ทางวัฒนธรรม

  • กุ้ยโจว - เมืองที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชนเผ่า กลายเป็นฮอตสปอตในการชมซากุระ โดยเฉพาะอุทยานซากุระผิงป้า ที่ติดอันดับทัวร์ที่ถูกจองมากที่สุดบนแพลตฟอร์มของ Trip.com Group
  • อู่ฮั่น - ซากุระที่มหาวิทยาลัยและสวนซากุระอีสต์เลค ดึงดูดผู้เยี่ยมชมที่ต้องการชมซากุระกลางเมือง
  • เซี่ยงไฮ้ - สวนประติมากรรมจิ้งอัน ผสมผสานงานศิลปะสมัยใหม่เข้ากับดอกซากุระตามฤดูกาล

พฤติกรรมการค้นหาของนักท่องเที่ยวจีนชี้ความนิยมจุดชมซากุระริมทะเลสาบและการเดินชมตามสวนต่างๆ ซึ่งตอบโจทย์บรรยากาศสวยงามและการเดินเที่ยวที่สะดวก

ส่องเทรนด์ ‘ชมซากุระบาน’ ปี 2026 กระแสซีรีส์เกาหลี Can This Love Be Translated? พลิก ‘เมืองรอง’ มาแรง

 

 

โปรไฟล์นักท่องเที่ยว

จากการศึกษาข้อมูลนักท่องเที่ยวทั่วโลกพบว่านักท่องเที่ยวผู้หญิงเป็นผู้จองทริปชมซากุระถึง 62.9% โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 25-49 ปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการจองทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ยังพบการเติบโตที่น่าสนใจในกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ นักท่องเที่ยวอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเพิ่มขึ้น 29.5% ต่อปี และทริปครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งเติบโตสูงถึง 150% ต่อปี

เทรนด์การเดินทางเพื่อชมซากุระในระดับภูมิภาคนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวชมซากุระกำลังขยายตัวทั้งในด้านความหลากหลายและความน่าสนใจ โดยผสมผสานความงามของธรรมชาติ ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม และอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย จนก่อให้เกิดรูปแบบการท่องเที่ยวตามฤดูกาลแนวใหม่ทั่วเอเชีย