วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

ต้นทุนพุ่งกระทบร้านอาหาร ‘ซีอาร์จี’เคลื่อนธุรกิจโตฝ่าบริบทโลกไม่แน่นอน

ต้นทุนพุ่งกระทบร้านอาหาร  ‘ซีอาร์จี’เคลื่อนธุรกิจโตฝ่าบริบทโลกไม่แน่นอน

“ธุรกิจร้านอาหาร” หนึ่งในเซกเตอร์ที่มักอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤติ ความไม่แน่นอนบริบทโลกรายล้อม เพราะถือเป็นสิ่งที่ต้องรับประทานทุกวัน หากเศรษฐกิจซบเซา ผู้บริโภคเพียงลดทานเซกเมนต์พรีเมียม หันซบราคาที่ “คุ้มค่า” เป็นทางเลือกแทน

“ซีอาร์จี” 1 ในท็อป 2 “บิ๊กธุรกิจร้านอาหาร” ปี 2568 ยังสร้างการเติบโตยอดขายได้ ที่โดดเด่นคือ “กำไรสุทธิ” ขยายตัว 26% ในปี 2569 บริษัทยังวางหมากรบ พร้อมมองฉากทัศน์การเติบโต ปัจจัยเสี่ยง ตลอดจน “เทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร” ที่จะมีอิทธิพล

“มีหลายอย่างเกิดขึ้นบนโลกเรา ภาวะการทำธุรกิจตอนนี้เผชิญความไม่มีแน่นอนตลาด อะไรที่ Certain หรือแน่นอนอย่าไปหวัง ไม่มีทางเกิดขึ้น เมื่อเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จะต้องปรับตัวให้ได้” ณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) มองภาพใหญ่ที่ผู้ประกอบการถูกท้าทาย

เดิมทีปี 2569 เป็นปีแห่งความหวังว่า “กำลังซื้อผู้บริโภคโดยรวมจะดีขึ้น” ขานรับมีรัฐบาลใหม่บริหารประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆออกมา แต่เมื่อเกิดความไม่สงบ การสู้รบในตะวันออกกลางกลายเป็นคาดการณ์ทุกอย่างยากยิ่ง ล่าสุดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ “แพงขึ้น” จะส่งผลต่อทานอาหารนอกบ้านที่ร้านและเดลิเวอรี่อย่างไร ต้องจับตาใกล้ชิด

สู้รบยืดเยื้อกระทบกำลังซื้อไตรมาส 2-3

ไตรมาส 1 ธุรกิจร้านอาหารยังไม่กระทบมากนัก ภาพรวมยังดี รวมถึง “ยอดขายซีอาร์จี” ออกมาดีเช่นกัน เพราะต้นทุนยังไม่ขยับขึ้นรุนแรง ทว่า ไตรมาส 2 เริ่มเห็นผลกระทบทั้งจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีนักเดินทางมาเยี่ยมเยือนไทยมากน้อยเพียงใด เดือน พ.ค. ช่วง “เปิดเทอม” ที่ผู้ปกครองต้องมีภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาของบุตรหลาน กระเทือนต่อถึงเดือน มิ.ย. ลากยาวถึงไตรมาส 3

ต้นทุนพุ่งกระทบร้านอาหาร  ‘ซีอาร์จี’เคลื่อนธุรกิจโตฝ่าบริบทโลกไม่แน่นอน

“เดือนเม.ย. อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบไหม เดือน พ.ค. เปิดเทอมผู้บริโภคระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และไตรมาส 3 จะเห็นความกังวลซึ่งทุกคนรอดูสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น หากยืดเยื้อย่อมระมัดระวัง ไตรมาส 2-3 ธุรกิจอาจได้รับผลกระทบบ้าง”

ธุรกิจร้านอาหารห่วงต้นทุนมากสุด

การสู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานถูกทำลาย ส่งผลให้ “ราคาน้ำมันพุ่ง” ธุรกิจร้านอาหารเจอต้นทุนพุ่งทั้งค่าขนส่ง ค่าไฟ ค่าวัตถุดิบ โดย “ซีอาร์จี” ยังมีสัญญาซื้อวัตถุดิบ “ราคาเดิม” กับซัพพลายเออร์ไว้ระยะเวลาหนึ่ง มีปริมาณสต๊อกเก่า เพื่อประกอบอาหาร หากสถานการณ์คลี่คลายเร็วยัง “ตรึงราคาอาหาร” ไว้ได้แต่หากยืดเยื้อต้องพิจารณาผลกระทบต้นทุนอีกครั้ง

สำหรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หลักๆจะเป็นอาหารทะเล วัตถุดิบนำเข้า เช่น แซลมอน แต่บริษัทมีสต็อกรองรับผู้บริโภค 2-3 เดือน

ราคาขายปลีกน้ำมันขึ้น ต้นทุนขนส่งขึ้น ทุกคนได้รับผลกระทบหมด ไม่แค่บริษัท ผู้บริโภคก็รับด้วย ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ของเรายังจัดการได้ ส่วนหนึ่งมีการซื้อวอลุ่มใหญ่ มีคอนแทร็คและสต็อกเก่า ได้ต้นทุนเดิมสำหรับใช้ช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนการปรับราคาอาหารเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะทำ เพราะตอนนี้ผู้บริโภคมีความลำบากอยู่แล้ว การพยายามไม่ปรับราคาจึงดีสุด”

ปี 2569 ยอมรับว่าปัจจัยที่มีความกังวลสูงสุดคือ “ต้นทุน” อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหารต้นทุนหลักเป็นค่าแรง ค่าเช่าพื้นที่ วัตถุดิบ บางแบรนด์มีต้นทุนค่าไฟสูง เป็นต้น

ต้นทุนพุ่งกระทบร้านอาหาร  ‘ซีอาร์จี’เคลื่อนธุรกิจโตฝ่าบริบทโลกไม่แน่นอน

“ภาพรวมต้นทุนขยับแน่นอน ตอนนี้เราพยายามตรึงราคา แต่อาจขึ้นราคาเร็วๆ นี้ เพราะของสด แพ็คเกจจิ้งกระทบแล้วจากราคาน้ำมัน”

ตลาดโต 2-3% แตะ 6 แสนล้าน

แม่ทัพซีอาร์จี มองแนวโน้วธุรกิจร้านอาหารปี 2569 มูลค่า แตะ 6 แสนล้านบาท เติบโต 2-3% ต่ำกว่าปี 2568 เล็กน้อย ซึ่งขยายตัว 4-5% และหากมองย้อนไปช่วงโควิด-19 ระบาด เป็นวิกฤติเดียวที่ฉุดตลาดรวม “ติดลบ 5%” มูลค่าลดเหลือ 3.7 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้เล่นหน้าใหม่ มาพร้อมแบรนด์ใหม่ มีคอนเซปต์ โมเดลร้านโดดเด่น น่าสนใจ มีอิทธิพลสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตด้วย เช่น หมวดยูนีก และสเปเชียลตี ร้านอาหารนั่งทานคนเดียว (SOLO Diner) อีโคโนคอฟฟี่ (ECONO Coffee) กาแฟคั่วบดพิเศษราคาแพงที่ผู้บริโภคยอมจ่าย หรือร้านซูชิสายพานจากมี 1 ราย ปัจจุบันศูนย์การค้าทำเลทองใจกลางเมืองมีถึง 4 แบรนด์ให้เลือก เพิ่มการแข่งขันเดือด

“ปกติธุรกิจร้านอาหารเติบโต 4% แต่ปีนี้คาดการณ์โต 2-3% ภาพรวมถือเป็นเซกเตอร์ที่ขยายตัวเร็ว ก่อนช่วงโควิดตลาดมีมูลค่าราว 4 แสนล้านบาท ปีนี้ 6 แสนล้านบาท ใครที่บอกร้านอาหารซบเซา อาจเป็นผู้เล่นเก่าๆ ที่ไม่ทำอะไรเลย ซบเซาแน่ แต่ตลาดมีผู้เล่นใหม่ๆและเก่ง เข้ามาเต็ม การเติบโตล้วนมาจากผู้ประกอบการไม่ใช่เอสเอ็มอี แต่เป็นธุรกิจขนาด 2,000-3,000 ล้านบาท และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ”

ต้นทุนพุ่งกระทบร้านอาหาร  ‘ซีอาร์จี’เคลื่อนธุรกิจโตฝ่าบริบทโลกไม่แน่นอน

เทรนด์แรงปี 69

ณัฐ อีกว่า ปี 2569 ยังมีเทรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่น่าสนใจ ได้แก่ แบรนด์ใหม่ มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่จะเข้าเข้าสู่สมรภูมิอีกมาก การแจ้งเกิดเร็วด้วยพลังสื่อสารบนโลกออนไลน์ เซกเมนต์พรีเมียม ยังร้อนแรง ลูกค้า “ยินดีจ่ายแพง” ให้กับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ บางส่วนต้องการ “ลอง” เพื่อนำเสนอบนโลกออนไลน์ สร้างเอนเกจเมนต์และทำเงินจากคอนเทนต์ “แบรนด์จีน” ยกทัพบุกไทยชิงขุมทรัพย์แสนล้านต่อเนื่อง และเป็นแบรนด์ที่พรีเมียมขึ้นท้าชนแบรนด์สหรัฐฯได้ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ

“จีนจะบุกเข้ามาอีกเยอะมาก ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ผู้ประกอบการไทยรายเล็กสู้ลำบาก เพราะจีนมาด้วยเชนใหญ่ ต้นทุนต่ำ และอาจไม่ใช่ต้นทุนในไทย แต่เป็นวัตถุดิบจากจีน หากสู้จะมีมิติทั้งเมนูแตกต่าง รสชาติ การนำเสนอ ต้องตระหนักตรงนี้”

เทรนด์แลนด์ลอร์ดดึง “แบรนด์ใหม่” แม่เหล็กดึงคนเข้าห้าง โดยเฉพาะศูนย์การค้าในย่านใจกลางธุรกิจ ที่ต้องการจับกลุ่มนักท่องเที่ยว

ต้นทุนพุ่งกระทบร้านอาหาร  ‘ซีอาร์จี’เคลื่อนธุรกิจโตฝ่าบริบทโลกไม่แน่นอน

“ไม่ใช่ทุกศูนย์การค้ามองหาแบรนด์ใหม่ แบรนด์เก่าดีๆ ยังเป็นที่ต้องการ สิ่งสำคัญ ร้านอาหารต้องปรับตัว นิ่งเมื่อไหร่ ตายเมื่อนั้น”

ซีอาร์จี ลงทุน 1,400 ล้าน ดันยอดโต 14%

ด้านแผนธุรกิจปี 2569 ซีอาร์จี วางงบลงทุน 1,400 ล้านบาท (ไม่รวมงบซื้อกิจการ ร่วมทุน) เพิ่มจากปีก่อนใช้ 1,100 ล้านบาท  โดยปีนี้ ใช้งบ 900 ล้านบาท เปิดร้านอาหารใหม่ 140-160 สาขา โฟกัสแบรนด์เรือธงที่ทำรายได้และ “กำไร”   220 ล้านบาท ใช้ปรับปรุงร้านเดิม 70 ล้านบาท พัฒนาระบบหลังบ้าน และที่เหลือใช้ด้านทรัพยากรบุคคล เป็นต้น

“การทำธุรกิจปีนี้เราไม่เก็บคองอเข่า ยังลงทุน ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีมากจริงๆ นักท่องเที่ยวไม่มา รายได้คนไม่มี เงินน้อยทั้งระบบ ร้านอาหารของซีอาร์จีมีเซกเมนต์รองรับความต้องการหมด หากคนลดการทานอาหารแพง ขยับมาบริโภคอาหารที่คุ้มค่า เราก็มีตอบโจทย์”

ปัจจุบันซีอาร์จี มีแบรนด์ในพอร์ตหลากหลาย เช่น เคเอฟซี อานตี้ แอนส์ มิสเตอร์ โดนัท โอโตยะ แบรนด์ภายใต้การร่วมทุน เช่น สลัดแฟคทอรี่ ชินคันเซ็น ซูชิ ปีนี้มองหา “พันธมิตร” เพื่อซื้อกิจการ (M&A) ร่วมทุน แฟรนไชส์ เติมพอร์ต 4-5 แบรนด์ใหม่ สร้างการเติบโต ตั้งเป้ารายได้ 19,300 ล้านบาท เติบโต 14% หากรวมแบรนด์ร่วมทุนยอดขายจะทะลุ 23,000 ล้านบาท