โรยัล คานิน เผยยอดขายเดือนมีนาคมพุ่งกระฉูด 30% ในช่องทางโรงพยาบาล-คลินิกรักษาสัตว์ หลังคนห่วงน้องหมาน้องแมวขาดแคลนอาหาร จากผลพวงสู้รบตะวันออกกลาง เศรษฐกิจ กำลังซื้อท้าทาย แต่ทาสยังเปย์หนัก ไม่ลดเกรดอาหาร
ก่อนเกิดความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงปี 2569 คาดการณ์จะมีมูลค่าประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่อง
ทว่าหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ “สหรัฐ” ปะทะเดือด “อิหร่าน” ยังส่งสัญญาณต่อตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปด้วย โดยเฉพาะยอดขายเดือนมีนาคมที่พุ่งกระฉูด
นายสัตวแพทย์จดล สุวรรณฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า บริษัทมียอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะน้องหมาน้องแมวในไตรมาส 1 เติบโตราว 20% และเดือนมีนาคม เฉพาะช่องทางกลุ่มโรงพยาบาลและคลินิกรักษาสัตว์มีการเติบโตถึง 30% ตัวแปรสำคัญมาจากลูกค้ามีความต้องการซื้อสินค้ามากขึ้น ยิ่งอาหารหมวดโภชนาการและการดูแลสุขภาพของหมาแมว เนื่องจากเป็นห่วงจะขาดแคลนสินค้า และส่งผลกระทบต่อชีวิต การรักษาโรคของลูกรัก 4 ขา
สำหรับสินค้าของบริษัทภายใต้แบรนด์ “โรยัล คานิน” เป็นการนำเข้าสินค้าทั้งหมดจาก 3 โรงงาน ได้แก่ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะมีระยะเวลาส่งสินค้า(Lead Time) ประมาณ 2 เดือน จากนั้นกระจายไปให้โรงพยาบาลและคลินิกรักษาสัตว์ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งกระจายให้เพียงพอต่อการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง
“ยอดขายเดือนมีนาคมเติบโตถึง 30% จากปกติจะโตราว 10-12% เท่านั้น ยิ่งเกิดสงครามยอดขายยิ่งเติบโต เนื่องจากหากหมาแมวต้องกินอาหารรักษาโรค ลูกค้าที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจะต้องซื้อเพิ่มขึ้น ถ้าไม่มีอาหารจะทานอะไร ส่วนสัตวแพทย์ก็เริ่มกลัวสินค้าขาดแคลน เพราะต้องใช้อาหารโภชนาการเพื่อรักษาหมาแมวให้หายป่วย”
ทั้งนี้ การสู้รบในตะวันออกกลาง กระทบต้นทุน วัตถุดิบผลิตสินค้า รวมถึงซัพพลายเชนทั่วโลก แต่บริษัทยังมีสินค้าในสต๊อกและสต๊อกที่จะเข้ามารองรับความต้องการราว 6 เดือน และพยายามจะตรึงราคาสินค้าไว้ ไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค
ท่ามกลางสถานการณ์เปราะบาง เหล่าทาสหรือคนรักสัตว์เลี้ยง ยังยินดีจ่ายเงินซื้อสินค้า ยิ่งกว่านั้นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการอาหารสัตว์เลี้ยงจะ "ไม่ลดเกรด" สินค้าไปยังราคาที่ต่ำกว่า หรือได้ปริมาณมาก เพราะตระหนักอาหารที่ดูดซึมดี มีโภชนาการช่วยลดโอกาสป่วย ลดค่าใช้จ่ายในการหาหมอ รักษาโรคด้วย
“กำลังซื้อคนรักสัตว์ หากพิจารณาค่าใช้จ่ายอาหารน้องหมาแมวต่อวัน ถ้าอาหารที่ดูดซึมดีกว่า แม้กินปริมาณน้อยกว่า 15-20% แต่ลดโอกาสป่วยจะประหยัดค่าหาหมอ รักษาโรค ดังนั้นเมื่อศึกษาข้อมูลจึงไม่ควรมองแค่อาหารราคา 1,000 บาท แตกต่างจาก 500 บาท”
นอกจากนี้ วลี “คนอดได้แต่หมาแมวอดไม่ได้” ยังเป็นเช่นนี้ รวมถึงพฤติกรรมการซื้อเพราะตื่นตระหนัก(Panic buy) ทำให้ตลาดโตยังสะท้อนภาพดังกล่าวได้ดี
นายสัตวแพทย์จดล กล่าวอีกว่า เทรนด์เลี้ยงสัตว์ยังเติบโตในไทย ปัจจุบันประชากรสุนัขมีราว 15 ล้านตัว(รวมสุนัขจร) และแมวมี 8 ล้านตัว ขยายตัวแรงกว่าสุนัข เพราะเลี้ยงง่ายกว่า
ปี 2569 โรยัล คานิน ยังเดินหน้าทำตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเจาะคนรุ่นใหม่ ล่าสุดจัดงาน “Royal Canin ลอง Love” ถ่ายทอดแนวคิดของแบรนด์ที่มุ่งสร้างโลกที่ดีให้กับน้องหมาแมวหรือ A Better World for Pets ชูแนวคิด “Healthy is Worthy เพราะสุขภาพดีคุ้มค่าที่สุด” ควง “สกาย-นานิ” Friend of Royal Canin สร้างสีสันสื่อสาร เชื่อมต่อแบรนด์ถึงกลุ่มเป้าหมาย
“คนรุ่นใหม่ Gen Z เป็นสายเปย์เพื่อสัตว์เลี้ยง การตัดสินใจรวดเร็วเพราะมีข้อมูลจากโลกออนไลน์ เห็นคอนเทนต์ต่างๆ หากพิจารณาน่าจะดีจะซื้อสินค้าทันที แต่ซื้อไม่มาก ซื้อถี่กว่า Gen X เพราะไม่ Loyalty หรือยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง พร้อมลองและเลือกแบรนด์ใหม่ ขณะที่โรยัล คานินใช้ สกาย-นานิ เป็น Friend of Royal Canin ไม่ใช่แบรนด์แอมบาสเดอร์ ถือเป็นการเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่รู้จัก สนใจแล้วศึกษาและลองซื้อสินค้า”
สำหรับ GenZ มีการเปย์เพื่อสัตว์เลี้ยง(ค่าอาหาร อาหารหมอ) ราว 3,000 บาทต่อเดือน ส่วน GenX จ่ายราว 5,000-6,000 บาทต่อเดือน
ด้านภาพรวมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ปีนี้คาดการณ์เติบโต แต่อาจไม่ร้อนแรงเท่าช่วงโควิด-19 ระบาดที่ขยายตัวสูงในอัตรา 2 หลัก ส่วนปี 2568 การเติบโตอยู่ที่ 6%
“ปีนี้เป็นปีที่ยาก..ยากในการบริหารจัดการต้นทุน และซัพพลายเชน ขณะที่ความต้องการหรือดีมานด์ตลาดมีสูง อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันแบรนด์ที่มีวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ บริหารการผลิตได้ดีมีประสิทธิภาพ จะได้เปรียบ เพราะตอนนี้อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นที่ต้องการค่อนข้างมาก แบรนด์ที่มีของจำหน่ายก็จะสร้างการเติบโตได้”





