EEC เซย์เยส ไม่รอรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน เคาะฤกษ์ออกหนังสือแจ้ง UTA เริ่มงานสร้าง ‘สนามบินอู่ตะเภา’ 3 เม.ย. 69 นับหนึ่งสัมปทานโครงการระยะเวลา 50 ปี “กัปตันพุฒิพงศ์” แม่ทัพบางกอกแอร์เวย์ส ผู้ถือหุ้น UTA เผยเฟสแรก ทุ่มงบลงทุนเฉียด 1 หมื่นล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปี
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส” เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการลงทุน “โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก” ว่า ล่าสุดทางสำนักงานนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC จะออกหนังสือแจ้ง (Notice to Proceed หรือ NTP) ให้บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA เริ่มงาน นับหนึ่งในวันที่ 3 เม.ย. 2569 ใช้เวลาก่อสร้างราว 3-4 ปี ภายใต้เงื่อนไขยังไม่มีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ในช่วงแรก
“เดิม EEC ผูกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ของ UTA กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไว้ด้วยกัน ทาง UTA จึงเจรจาขอให้ EEC ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขตามความเหมาะสมของสถานการณ์ และพิจารณาโมเดล ‘ไม่รอรถไฟฯ’ เพราะหากต้องรอกันไปรอกันมา มันไม่ลงตัว ซึ่งสุดท้ายแล้ว EEC เขาก็ตกลงใช้โมเดลไม่รอรถไฟฯ ซึ่งตัวเลขอาจจะออกมาอีกแบบหนึ่ง การลงทุนเบื้องต้นจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่สุดท้ายปลายทางก็ต้องขยายไปตามขั้นตอนหรือการโตของพื้นที่ของสนามบินอู่ตะเภา”
สำหรับการลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ในเฟสแรกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ จะรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ 3-4 ล้านคนต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเดินทางจริงหลังวิกฤติโควิด-19 ระบาด เนื่องจากปัจจุบันสนามบินอู่ตะเภามีผู้โดยสารประมาณ 3-4 แสนคนต่อปีเท่านั้น โดยในเฟสแรกจะใช้งบลงทุนเฉพาะอาคารผู้โดยสารและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องเกือบ 10,000 ล้านบาท
และเมื่อมีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 80% ของเฟสแรก ทาง UTA ก็จะลงทุนขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเติมในเฟสถัดๆ ไป เป็น 6 ล้านคน, 10 ล้านคน, 12 ล้านคน ตามลำดับ ภายใต้การรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนในสัญญาระยะเวลา 50 ปี
“สนามบินอู่ตะเภาจะถูกออกแบบให้ขยายตามการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่ใหญ่เกินความจำเป็นในเบื้องต้น”





