“โปปาคอน” ชื่อย่อเรียกขนมขบเคี้ยวหรือสแน็กหมวดขนมขึ้นรูปเบอร์ต้นๆของตลาดอย่าง โปเต้ ปาปริก้า และคอนเน่ ซึ่งอยู่ภายใต้อาณาจักร “อาหารยอดคุณ” ที่เคลื่อนธุรกิจกว่า 40 ปีแล้ว
เมื่อกิจการเติบใหญ่ แบรนด์สินค้าโตขึ้น ย่อมมีผลต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จากเด็ก สู่ผู้ใหญ่ต้องโตตามไปด้วย หากธุรกิจจะยั่งยืน บริษัทสร้างรากฐาน ขยายลูกค้าใหม่ๆให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เด็กๆที่ชื่นชอบทานขนมขบเคี้ยว
ประพันธ์ ปุษยไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ และ ศรัณย์ ปุษยไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทอาหารยอดคุณจำกัด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว คอนเน่ โปเต้ ปาปริก้า ฯลฯ เปิดเผยว่า ปี 2569 ถือเป็นการดำเนินธุรกิจเชิงรุกของบริษัท โดยเฉพาะจะเห็นการ “ปัดฝุ่น” แบรนด์เก่าแก่และเก๋าให้มีภาพลักษณ์ทันสมัยมากขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย “คนรุ่นใหม่” และเป็นการปล่อยหมัดฮุกกาตลาดต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ขยับตัวครั้งใหญ่ด้วยการใช้ศิลปินกลุ่ม T-Pop อย่างวง “BUS”(Because of you I shine) เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ 3 สินค้าเรือธง
ทั้งนี้ BUS ถือเป็นพรีเซ็นเตอร์ใหญ่รอบ 40 ปีของบริษัทด้วย จากเดิมแทบไม่เคยใช้ศิลปิน นักแสดงมาสร้างแบรนด์ นอกจากการฉลองครบ 25 ปีบริษัทที่มี “เวียร์ ศุกลวัฒน์” มาร่วมกิจกรรม
ความพิเศษของการใช้ “BUS” คือการนำศิลปินไปอยู่บนซองบรรจุภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวโปเต้ ปาปริก้า และคอนเน่ จากไม่เคยทำมาก่อน จนกวาดฐานแฟนคลับคนรุ่นใหม่ เด็ก อายุตั้งแต่ 7 ขวบที่ทำบัตรประชาชนแล้วมาร่วมกิจกรรมนับหมื่นรายผ่าน LINE AO ของบริษัท
“โจทย์ของการใช้ BUS คือต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์หรือ Brand Awareness กับคนรุ่นใหม่ ในฐานะที่เรามีขนมขึ้นรูปเป็นอันดับ 1 มีแบรนด์แกร่งเก่าแก่กว่า 40 ปี จึงคิดว่าต้องโปรโมทสินค้าให้ผู้บริโภครู้จักอย่างต่อเนื่อง จากเดิมฐานลูกค้าในอดีต วัย 30-40 ปีรู้จักเราอยู่แล้ว แต่เด็กๆ อาจยังไม่รู้จักชื่อ แต่รู้จักขนม หรือรู้จักชื่อ ยังไม่เคยหยิบขนม จึงต้องการจูนการสื่อสารให้รับรู้ทุกมิติ”
ปี 2569 การปล่อยหมัดฮุกต่อจะเห็นการยกเครื่องแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ โดเน่ จากซีเรียล แตกไลน์เพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่มสแน็ก 2 รสชาติ คือโดเน่ชีสบอล และ โดเน่คาราเมลบอล เสิร์ฟลูกค้า เล็งปัดฝุ่นคุกกี้สอดไส้ “เดมม่า” ที่สำคัญ “ก๊อบกอบ” จะรุกตลาดมันฝรั่งอีกครั้ง หลังห่างหายการทำตลาดไปหลายปี เพราะมี “ช่องว่าง” และศักยภาพขนาดตลาดที่ใหญ่
“ปีนี้ถือเป็นปีที่แบรนด์สินค้าของบริษัทมีความเคลื่อนไหวมากสุดรอบ 40 ปีทั้งใช้พรีเซ็นเตอร์ เพิ่มงบสื่อสารการตลาด 20% การออกสินค้าใหม่เสริมทัพอีกมาก จากต้นปีนำร่อง 2 รายการ ซึ่งไฮไลต์จะเห็นการเจาะตลาดมันฝรั่งเชิงรุกด้วย”
การปรับตัวครั้งใหญ่รอบ 4 ทศวรรษ ส่วนหนึ่งเพราะตลาดสแน็กมีการแข่งขันสูงมาก แบรนด์มีหลากหลาย สารพัดรสชาติสินค้าเต็มชั้นวาง(เชลฟ์) ที่สำคัญ “แบรนด์จีน” ตีตลาดอย่างหนักโดยเฉพาะ “ต่างจังหวัด” แม้จะมาเร็วไปเร็ว แต่ชิงขุมทรัพย์สแน็กไปพอสมควร อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ชอบลองของใหม่ ไม่ภักดีต่อแบรนด์(ลอยัลตี้)
“สแน็กปีก่อนแข่งขันสูง ผู้เล่นหลายรายออกสินค้าใหม่ จัดโปรโมชันคึกคักส่วน 2 เดือนแรกปี 2569 ยังแข่งเดือดต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยนิ่ง ผู้บริโภคใช้จ่ายลำบาก การทำตลาดจึงค่อนข้างเหนื่อย ธุรกิจยุคนี้เหนื่อยต่างจากอดีต เพราะคู่แข่งจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าจากจีนแย่งเชลฟ์ กระทบยอดขายบ้าง 10% ผู้บริโภคไม่มีลอยัลตี้ต่อแบรนด์ ทำให้เราต้องปรับตัว พัฒนาสินค้า ออกรสชาติใหม่ๆ ตอบโจทย์ตลาด”
นอกจากทำตลาด ด้านโรงงานผลิตสินค้ามีการบริหารจัดการเพื่อ “บีบต้นทุน” ปรับสูตร และเล็งออกแบรนด์รองหรือไฟต์ติ้งแบรนด์ “ราคาจับต้องได้” มาเสริมทัพด้วย
บริษัทยังมอง 5 ปี จะมีการแตกไลน์ “สินค้าสุขภาพ” รองรับสังคมสูงวัย และเทรนด์ผู้บริโภครักสุขภาพด้วย จากอดีตมี “โดเน่” ตอบความต้องการดังกล่าว แต่การเกิดเร็วไปตลาดยังไม่ตอบรับ
จากแผนดังกล่าว บริษัทมีเป้าหมายผลักดันสินค้าสแน็กให้เติบโตต่อเนื่อง 5-10% ภายใน 5 ปี และสินค้าใหม่ยอดขายเติบโตคู่ขนาน ส่วนปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10% จากเดิมคาดโต 20% ต้องปรับลดเป้าหลังโลกเผชิญความไม่สงบในตะวันออกกลาง กระเทือนต้นทุน โดยปี 2568 ยอดขายอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท มีสัดส่วนรายได้จากสแน็ก 80% ที่เหลือ 20% เป็นคุกกี้ บิสกิต (เดนม่า มาติเน่ ซูซู วินเน่) ซีเรียล (โดเน่) และมันฝรั่ง (ก๊อบกอบ)
ส่วนภาพรวมตลาดสแน็ก(มันฝรั่ง ถั่ว ขนมขึ้นรูป ป๊อปคอร์น สาหร่าย) มีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท คาดการณ์ตลาดโต 5% ขณะที่ขนมขึ้นรูปมีมูลค่าราว 10,000 ล้านบาท ปีก่อนโตราว 5-10% โดยคอนเน่เป็นแบรนด์ผู้นำ 1 ใน 3 ของขนมขึ้นรูป โปเต้ และปาปริก้าติดท็อป 10





