สูตรโต “Burger King” แค่สนุกไม่พอ! ต้องแก้ “Pain Point” สร้างฐานลูกค้า-ดึงทราฟิก-ราคาเข้าถึงง่าย ปรับเกมเพิ่มเมนูราคาประหยัด ปั้นโมเดลเดลิเวอรี่ ไม่เน้นอยู่บนห้าง อัดโปรฯ ขายเบอร์เกอร์ชิ้นละ 39 บาท หวังลบภาพจำเบอร์เกอร์ราคาสูง-ไกลตัว ดึงคนไทยเข้าร้านมากขึ้น
หลายปีที่ผ่านมา “เบอร์เกอร์คิง” (Burger King) เคยสร้างไวรัลบนโลกโซเชียลมีเดียจากการทำแคมเปญสนุก-ติดเล่น มาพร้อมคาแรกเตอร์ของแอดมินเพจที่ทำให้การรับรู้ของแบรนด์ขยายวงกว้างในกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่ “The Real Cheese Burger” “The Real Meat Burger” หรือแม้กระทั่ง “Black & Pink” แคมเปญเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตาตื่นใจชั่วครั้งชั่วคราว แต่ยังมีหัวใจสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร นั่นคือการสร้าง “Retention Rate” ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำจนเกิด “Brand Love” กับแบรนด์
ผู้บริหาร “Burger King” ระบุว่า ก่อนหน้านี้แบรนด์เล่นมาแล้วหลายท่า ทั้งการทำเมนูที่มีกลิ่นอายไทยๆ เพื่อตีโอบให้ลูกค้าเข้ามาลิ้มลองก่อน อาทิ ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวยำไก่ซิ่ง ข้าวไก่คั่วเกลือ ฯลฯ ที่มีราคาเริ่มต้น หรือ “Entry Price Point” ต่ำร้อย เพื่อให้ลูกค้าเปิดใจง่ายขึ้น แล้วหลังจากนั้นอาจขยับไปลองโปรดักต์อื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Hero Product ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างลูกค้าเก่าให้อยู่กับแบรนด์ไปนานๆ
หลังจากทำสินค้าที่ใกล้เคียงกับลิ้นคนไทยมาพักใหญ่ “Burger King” ตัดสินใจอัดแคมเปญที่เข้าเป้ามากขึ้น ด้วยการขาย “เบอร์เกอร์หมู” และ “เบอร์เกอร์ปลา” ในราคา 39 บาท แม้จะดูเป็นการดั๊มพ์ราคาลงมากกว่าปกติพอสมควร แต่ผู้บริหารมองว่า จะไปถึงเป้าหมายสูงสุดของการเป็นเบอร์เกอร์เบอร์ 1 ในตลาดได้ ต้องทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน
ทั้งการขยายสาขาให้ครอบคลุมโดยไม่เน้นขึ้นห้างเพียงอย่างเดียว แต่ต้องไปให้ครบทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะการใช้ดาต้าในการจับจังหวะว่า โลเคชันไหนมีคำสั่งซื้อมากเป็นพิเศษ ไปในรูปแบบฮับที่ไม่ต้องมีที่นั่งเยอะ แต่เน้นรองรับออเดอร์แบบเดลิเวอรี่มากขึ้น เมนูที่เน้น “Localized” ก็ยังต้องทำควบคู่กันไป แต่ขณะเดียวก็ต้องไม่ลืมที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขาย “Hero Menu” เพื่อให้ภาพรวมยืนระยะอย่างมั่นคง
“เราตั้งเป้าสูงอยู่แล้ว อยากเป็นเบอร์ 1 ในตลาด มีการขยายสาขาครอบคลุม ไปจังหวัดเมืองรอง ค่อยๆ ขยับ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ตอนนี้มีสาขาครอบคลุมประมาณ 28 จังหวัดทั่วประเทศ รวมสาขาในสนามบินด้วย ถ้านับเฉพาะข้างนอกเรามีอยู่ 21 จังหวัด มองว่า ยังมีโอกาสในการเจาะจังหวัดใหม่ๆ อีก”
สำหรับรายได้ของ “Burger King” ภายใต้ บริษัท เบอร์เกอร์(ประเทศไทย) จำกัด มีภาพรวมผลประกอบการ ดังนี้
ปี 2567: รายได้ 2,380 ล้านบาท กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท
ปี 2566: รายได้ 2,328 ล้านบาท กำไรสุทธิ 38 ล้านบาท
ปี 2565: รายได้ 1,955 ล้านบาท กำไรสุทธิ 43 ล้านบาท
ปี 2564: รายได้ 1,482 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 8.8 ล้านบาท





