เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สดอร์ฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายภาพรวมตลาดสกินแคร์ในประเทศไทยมูลค่าประมาณ 109,906 ล้านบาท ยังคงเติบโตสูงต่อเนื่อง ปี 2025 ขยายตัว 9.4% (Euromonitor)
โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี โดยแนวโน้มสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด เป็นผลจากผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ "Skin Health" หรือความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และผ่านการทดสอบทางผิวหนัง ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ยิ่งขึ้น
รวมถึงการเติบโตของ "targeted skincare" และความสนใจใน “sustainable beauty” ผลักดันให้ตลาดเปลี่ยนจาก beauty-driven ไปสู่ science-driven skincare อย่างชัดเจน
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจของนีเวีย ภายใต้แนวคิด “NIVEA is for Skin” ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมที่มีรากฐานทางวิทยาศาสตร์สู่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง โดยมีการวิจัยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนีเวีย “นวัตกรรม” ไม่ได้หมายถึงเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือการพัฒนาสกินแคร์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการวิจัยผิวในเชิงลึก การทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และการทดสอบทางคลินิก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้
ทั้งนี้ "Skin Science" ถือเป็นจุดแข็งและความแข็งแกร่งของนีเวีย ซึ่งไบเออร์สดอร์ฟ มีการลงทุนด้าน Research & Development มากกว่า 270 ล้านยูโรต่อปี หรือเกือบ 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านการดูแลผิว พร้อมเครือข่ายศูนย์วิจัยระดับโลกที่แฮมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี รวมถึงศูนย์นวัตกรรมในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงศูนย์นวัตกรรมในระดับท้องถิ่นที่ญี่ปุ่น บราซิล และอินเดีย ช่วยให้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค เข้าใจปัญหาผิว และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี นีเวียเติบโตจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก และในประเทศไทยเรามีความผูกพันกับผู้บริโภคมายาวนาน การครบรอบ 100 ปีในปีนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ แต่ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดูแลผิวของคนไทยอย่างต่อเนื่อง”
นีเวียมีวางจำหน่ายในกว่า 173 ประเทศ เข้าถึงผู้บริโภคหลายร้อยล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทย นีเวีย ครีม เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี 2469 ปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 100 ปีของการดูแลผิวคนไทย สะท้อนถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นีเวีย ครีม มียอดขายสูงถึง 5 ชิ้นต่อวินาที หรือเกือบ 33 ล้านชิ้นต่อปีทั่วโลก
เภสัชกรหญิงวราพร กล่าวต่อว่า "นีเวีย" ยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการวิจัยด้านการปกป้องแสงแดดมายาวนานกว่า 80 ปี มีกันแดดชิ้นแรกคือ NIVEA Ultra Oil ใน 1936 และในปี 1946 นักวิจัยของไบเออร์สดอร์ฟ ได้ร่วมมือกับ ศาสตราจารย์รูดอล์ฟ ชูเซ นักฟิสิกส์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสี ค้นหาวิธีการวัดเพื่อป้องกันผลกระทบจากแสงแดด เป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดค่า SPF ในผลิตภัณฑ์กันแดด และได้ร่วมกับ สมาคมเครื่องสำอางแห่งยุโรป COLIPA หรือ ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Cosmetics Europe ในการแนะนำแนวทางการใช้ค่า SPF และกำหนดขั้นตอนมาตรฐานในการวัดค่า SPF ในยุโรป เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบัน "นีเวีย" เป็นแบรนด์กันแดดอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับโดย Euromonitor
ปีนี้ นีเวียเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ อาทิ Serum-Infused Micellar Face Cleanser, NIVEA Luminous Skin Glow Daily Fluid SPF50, NIVEA Sun Stick ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่ม "Face Care" นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมผิวใต้วงแขน กับผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย Black & White สูตรใหม่
สำหรับปีที่ผ่านมา นีเวียส่งนวัตกรรมสินค้าครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย Derma Control ซึ่งเป็นการเปิดเซกเมนต์ใหม่ในตลาดดีโอ
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย ที่อัปเกรดสูตรด้วยส่วนผสมสกินแคร์ เช่น Gluta และ Niacinamide รวมถึง NIVEA Skin Glow Serum ที่ผสาน Thiamidol เพื่อการดูแลปัญหาผิวอย่างตรงจุด
ขณะที่ "Face Care" เป็นหนึ่งในหมวดที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาด และเป็นหนึ่งใน "Strategic Growth Engine" ของนีเวีย ปัจจุบัน Face Care มีสัดส่วนประมาณ 83% ของตลาดสกินแคร์ในประเทศไทย และเติบโต 9.5% ในปี 2025 (Euromonitor) สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้า โดยเฉพาะในด้าน Brightening, Anti-Aging และ Hydration ผลักดัน "NIVEA Skin Glow Serum" ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดเซรั่มทั้งแบบขวดและแบบซองได้อย่างรวดเร็ว
นีเวีย ยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “Win with Care” มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการลดการใช้พลาสติก การใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล การไม่ตัดไม้ทำลายป่า และการรักษาแหล่งน้ำ โดยผลิตภัณฑ์ของนีเวียปราศจาก Microplastic 100% ตั้งแต่ปี 2021 และสูตรกันแดดเป็นมิตรต่อปะการัง ขณะที่บรรจุภัณฑ์ได้รับการรับรอง FSC และมีการใช้วัสดุรีไซเคิลในหลายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง





