การโคจรของแบรนด์ระดับตำนานในประเทศไทยอย่าง “ซอลส์” ซึ่งทำตลาดยาสีฟันมา 42 ปีแล้ว ได้ลุยกลยุทธ์ความร่วมมือหรือ Collaboration(X)กับแบรนด์เก่าแก่ 80 ปี “ชาตรามือ” เพื่อออกยาสีฟันสูตรเกลือชาไทยหรือ SALZ Salted Thai Tea นับเป็น “ครั้งแรก” ที่คอลแลบส์ข้ามแคทิกอรีสินค้า
อลงกรณ์ จารุจารีต ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ซอลส์ ฉายภาพว่า ยาสีฟันซอลส์มีจุดกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น และเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยสร้างการเติบโตถึง 42 ปีแล้ว จึงมีฐานลูกค้าหลักเป็นผู้ใหญ่วัย 40 ปีขึ้นไปที่โตพร้อมกับแบรนด์ ดังนั้น โจทย์ปี 2569 จึงต้องการนำพารสชาติเอกลักษณ์ของยาสีฟันซอลส์คือความเค็มแต่ดี ไปเจาะคนรุ่นใหม่ สร้างประสบการณ์ทดลองใช้ และเปิดใจรับแบรนด์ต่อไป
จากโจทย์ข้างต้น บริษัทจึงมองหาพันธมิตรที่มี “ดีเอ็นเอ” ตรงกัน ซึ่งคำตอบลงตัวที่ “ชาตรามือ” และใช้เวลาราว 1 ปีในการพัฒนาสินค้าสูตรใหม่ออกสู่ตลาด ตั้งแต่การหารือคอนเซปต์เห็นพ้องตรงกัน การปรับจูน เรียนรู้หลายมิติร่วมกัน ในฐานะที่เป็นสินค้าคนละหมวดหมู่(category)
“เป็นครั้งแรกในรอบ 42 ปีที่ยาสีฟันซอลส์คอลแลบส์ข้ามแคทิกอรี”
ทั้งนี้ การเลือกผสานพลังกับ “ชาตรามือ” เนื่องจากแบรนด์มีความแข็งแกร่งมาก อีกทั้งเป็น “Soft Power” ของไทย มองการต่อยอดได้ กลายเป็นการคอลแลบส์ทั้งสูตร กลิ่น บรรจุภัณฑ์ทำงานร่วมกันทั้งองคาพยพ
ความฮิตของยาสีฟัน SALZ Salted Thai Tea จากชาวญี่ปุ่นกวาดเอ็นเกจเมนต์ทะลุล้านครั้ง
ส่วนการเลือกรสชาติ “ชาไทย” มาสู่ยาสีฟัน เพราะกระแสของตลาด รวมถึงการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่าเป็นเมนูเครื่องดื่มอันดับต้นๆที่คนไทยรวมถึงทั่วโลกนิยม จึงคงเอกลักษณ์แต่ละแบรนด์ที่ต่างกัน ทั้งรสชาติ กลิ่น ทำให้ได้สูตรกลมกล่อมตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ชื่นชอบสินค้า
“เราใช้เวลานานพอสมควร เพราะทั้ง 2 แบรนด์มีมาตรฐาน ความเข้มงวดในการพัฒนาสินค้า ที่ต้องสงวนจุดต่างแต่เป็นเอกลักษณ์แบรนด์ไว้ มาผสานดีเอ็นเอกันอย่างลงตัว ขณะที่โจทย์ของซอลส์ เราต้องการสร้างประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่คุ้นชินรสชาติ ซึ่งคือความเค็ม ที่มีเอกลักณ์ แต่เดิมอาจเป็นกำแพง จึงต้องผสมผสานรสชาติสูตรใหม่ นำเสนอมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เปิดรับแบรนด์มากขึ้น”
ส่วนความสนใจใช้ยาสีฟันสูตรดังกล่าวฟันจะเหลืองหรือไม่ “อลงกรณ์” กล่าวว่า ด้วยส่วนผสมของ Hypertonic Salt เกลืออณูเล็กเข้มข้นที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ได้ถึง 99.99% ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นปากและคราบพลัก มีMicro Silica & White Granular STPP ช่วยลดคราบที่สะสมบนผิวฟัน ป้องกันการเกิดคราบใหม่ เป็นต้น
สำหรับ SALZ Salted Thai Tea วางตลาดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีมากจากผู้บริโภคชาวไทยและต่างชาติ เพียง 7 วันหลังอยู่บนชั้นวาง(เชลฟ์)ในช่องทางห้างค้าปลีกพื้นที่หัวเมืองต่างๆหมดลงอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างนักท่องเที่ยวจีนเหมา 90 หลอด ญี่ปุ่นมีสินค้าเท่าไหร่กวาดหมด กลายเป็นสินค้าที่ต้องซื้อหรือ wish list เมื่อมาเที่ยวไทย
นอกจากนี้ ลูกค้าต่างประเทศยังต้องการสินค้าสูตรดังกล่าว โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน แต่เบื้องต้น บริษัทมุ่งตอบสนองตลาดในประเทศก่อน เนื่องจากมีสัดส่วนการขายที่ใหญ่กว่า 90%
ด้านภาพรวมตลาดยาสีฟันมีมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโตอัตรา 1 หลักต้นๆ และยังคงเติบโตทุกปี สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่แปรงฟันราว 2 ครั้งต่อวัน ทั้งนี้ ยาสีฟันสูตรเกลือมีสัดส่วนราว 20% ของตลาดรวม และ “ซอลส์” เป็น 1 ใน 2 ผู้นำตลาดสูตรเกลือ
จากการทำตลาดดังกล่าว บริษัทต้องการขยายฐานลูกค้าเจาะคนรุ่นใหม่ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เช่น จาก 30% เป็น 40% ขณะที่ฐานลูกค้าเดิมวัย 40 ปีขึ้นไปมีสัดส่วน 60% สำหรับยาสีฟันในพอร์ตโฟลิโอของไลอ้อน มีหลากแบรนด์ เช่น ซิมเท็ม ซอลส์ ไฮ-เฮิร์บ แซคท์(ZACT) และโคโดโม เป็นต้น
“เป้าหมายของซอลส์ต้องการให้เติบโตทันกับตลาด และมากกว่าเรื่องยอดขาย การคอลแลบส์กับชาตรามือ คือมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีของรสชาติยาสีฟัน เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันให้พิเศษ และเพิ่มการเข้าถึงแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่”
พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์ธารี จำกัด หรือชาตรามือ กล่าวว่า การคอลแลบส์กับยาสีฟันซอลส์ออกสินค้าสูตรใหม่ สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทที่ต้องการขยายการรับรู้แบรนด์ชาตรามือหรือ Brand Awareness สู่ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็น “ครั้งแรก” ที่ชาตรามือผนึกพันธมิตรสินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG)
“ชาตรามือเราไม่ได้มองแบรนด์ตัวเองเป็นแค่อาหารและเครื่องดื่ม แต่สามารถไปอยู่ในอุตสาหกรรม และ application อื่นๆได้ เช่น เบเกอรี ร้านกาแฟยังมีเมนูชาไทย ล้วนได้ผลตอบรับดี ส่วนการคอลแลบส์กับซอลส์ ถือว่าตอบโจทย์ทั้ง 2 แบรนด์ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้กับผู้บริโภค”
ทั้งนี้ การเลือกชาไทยตรามือสู่สูตรใหม่ยาสีฟันซอลส์ เพราะเป็นเมนูเครื่องดื่มยอดฮิตจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่แค่คนไทยชื่นชอบ แต่ต่างประเทศด้วย เช่น ชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยรีวิวสินค้าจนกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์อย่าง X(ทวิตเตอร์เดิม) นักท่องเที่ยวซื้อเป็นของฝาก
กระแสแรง ยังส่งผลให้ร้านชาตรามือในต่างประเทศสนใจนำยาสีฟัน SALZ Salted Thai Tea ไปวางจำหน่ายในร้านด้วย เช่น สหรัฐ ฮ่องกง ออสเตรเลีย เบื้องต้นบริษัทต้องดูซัพพลายเชน และการจัดสรรสินค้าให้แก่พันธมิตรต่อไป
ในประเทศไทย SALZ Salted Thai Tea นอกจากจำหน่ายผ่านห้างค้าปลีก ร้านค้าทั่วไทยแล้ว ยังจำหน่ายผ่านช่องทางร้านชาตรามือ 240 สาขาทั่วประเทศด้วย และสงกรานต์จะมีการจัดกิจกรรมสร้างสีสัน ซึ่งอาจเป็นการซื้อยาสีฟันควบคู่เมนูเครื่องดื่มในร้าน สำหรับความร่วมมือ “ซอลส์ X ชาตรามือ” จะมีระยะเวลา 1 ปี
“เป้าหมายของชาตรามือคอลแลบส์กับยาสีฟันซอลส์ ต้องการสร้างประสยการณ์ที่ดีให้ลูกค้า และนึกถึงชาไทยต้องชาตรามือ ด้วยกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ มาเป็นรูปแบบต่างๆบนสินค้าอุปโภคบริโภค มอบคุณค่าให้ลูกค้าคือความแปลกใหม่ แต่ฟังก์ชั่นการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันเหมือนเดิม”





