วันพุธ ที่ 25 มีนาคม 2569

Login
Login

‘หาดทิพย์’ ไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า ต้นทุนพุ่ง ฉุดกำไรสูญกว่าร้อยล้าน

‘หาดทิพย์’ ไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า  ต้นทุนพุ่ง ฉุดกำไรสูญกว่าร้อยล้าน

ก่อนเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง แม่ทัพใหญ่หาดทิพย์ มองท่องเที่ยว กำลังซื้อภาคใต้เบิกบานหนุนธุรกิจโต แต่หลังสู้รบยืดเยื้อ ประเมินกำลังซื้อผู้บริโภคเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงแน่นอน

พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และยังส่งผลเกี่ยวเนื่องผลิตภัณฑ์พลอยได้เม็ดพลาสติก ที่ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างขวดพีอีที(PET) เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าขนส่งและกระจายสินค้า ซึ่งโดยรวมบริษัทประเมินจะมีผลต่ออัตรากำไรหายไปเกินกว่า 100 ล้านบาท

ภายใต้ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการภายในสร้างรายได้เพื่อให้มีกำไรโต โดยเฉพาะจากช่องทางจำหน่ายต่างๆ อย่างร้านค้าทั่วไป โชห่วย และร้านยังสะดวกซื้อที่ยังเติบโต การคุมต้นทุน ตัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน(OpEx)เพื่อแก้ปัญหาและลดผลกระทบระยะสั้น รวมถึงการปฏิบัติการทางการตลาดเพื่อให้ลูกค้า ผู้บริโภคเลือกสินค้าจากหาดทิพย์เป็นรายแรก ส่วนการลงทุนปีนี้ วางงบปกติ(CAPEX)อยู่ระดับ 6-7% ของยอดขาย

‘หาดทิพย์’ ไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า  ต้นทุนพุ่ง ฉุดกำไรสูญกว่าร้อยล้าน หาดทิพย์ย้ำไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า แม้ต้นทุนพลังงาน พลาสติกกระทบกำไรสูญร้อยล้าน

บริษัทยังมองการออกสินค้าใหม่บรรจุภัณฑ์ขนาด 10 บาท เป็นราคาจับต้องได้ ตอบโจทย์ผู้บริโภค “ยุคข้าวยากหมากแพง” เนื่องจากน้ำอัดลมเป็นสินค้าให้ความสุขในโมเมนต์เล็กๆน้อยๆกับกลุ่มเป้าหมายได้

“ปี 2569 มุ่ง execute คุมสิ่งที่ทำได้ ต้องมีวินัยในการทำงาน มีสปีดในการบริการลูกค้า โฟกัสแต่ละช่องทางขายตามแผนที่มี”

อย่างไรก็ตาม จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บริษัทยืนยันว่าภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า อีกทั้งน้ำอัดลมเป็นสินค้าเฝ้าระวัง(Watch list)โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หากจะขึ้นราคาต้องแจ้งภาครัฐก่อน

“ต้นทุนเราได้รับผลกระทบแล้ว น้ำมันขึ้นมีผลต่อราคาเม็ดพลาสติกที่ใช้ทันที ส่วนราคาสินค้า แต่เราไม่ต้องการผลักภาระให้ผู้บริโภค ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องขึ้นราคา ไม่เช่นนั้นธุรกิจอยู่ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ 1-2 เดือนนี้ ไม่มีแน่นอน ตอนนี้มีแรงกดดันกำไร แต่เราบริหารจัดการได้ ทว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการกลัวมากจากผลกระทบสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ไม่ใช่แค่ต้นทุนพลังงาน สาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งควบคุมไม่ได้ แต่คือซัพพลายเชนถูกดิสรัปชัน คือไม่มีพลาสติกเลย”

‘หาดทิพย์’ ไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า  ต้นทุนพุ่ง ฉุดกำไรสูญกว่าร้อยล้าน

ท่ามกลางวิกฤติพลังงาน ยังทำให้บริษัทปรับตัว โดยมุ่งผลิตสินค้าในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนไม่ถึง 10% อีกด้านยังเป็นการช่วยจัดการขยะพลาสติกในพื้นที่ภาคใต้ และตอบโจทย์ความยั่งยืนด้วย แต่ทั้งนี้ การที่ขวดแก้วจะเติบโตหรือไม่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งไลฟ์สไตล์ปัจจุบันชอบความสะดวก บรรจุภัณฑ์พลาสติกตอบโจทย์ On the go มากกว่า 

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้แผนการเติบโตของบริษัทในระยะกลางปี 2570 ต้องสะดุด ซึ่งเดิมตั้งเป้ายอดขายแตะ 1.1 หมื่นล้านบาทส่วนเป้ายอดขายปี 2569 ตั้งเป้าโตอย่างระมัดระวัง 3-5% จากปี 2568 รายได้รวมอยู่ที่ 8,258 ล้านบาท เติบโต 1.6% มีกำไรสุทธิ 568 ล้านบาท ลดลง 5.6%

อย่างไรก็ตาม ปี 2568 ถือเป็นปีที่ธุรกิจเผชิญหลากวิกฤติพร้อมกันหรือ Perfect Storm เช่น น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ แต่ “หาดทิพย์” สามารถฝ่าฟันรอดมาได้ และมีอัตรการเติบโตเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเพราะศรัทธาในองค์กร สังคม ประเทศชาติ รวมถึงเชื่อมั่นว่าจะแก้ปัญหาต่างๆได้

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้แผนระยะกลางสะดุด เหมือนคนล้ม แต่การผลักดันยอดขายอีกกว่า 2,000 ล้านบาท ประเมินไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราต้องทำสร้างความต้องการบริโภคหรือดีมานด์ ครีเอชัน รวมถึงจัดการตัวเองให้มีประสิทธิภาพ การระดมสมองทีมงาน ปรับแผนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเดิม หรือทำให้ดีกว่าเดิม ส่วนปีที่แล้วถือเป็น Perfect Storm แต่ตราบใดที่เรายังหายใจอยู่ย่อมมีทางแก้ ปัญหาเกิดยังไงต้องไม่กลัว รับมือให้ได้ เพราะยังไงพรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นเสมอ” 

‘หาดทิพย์’ ไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้า  ต้นทุนพุ่ง ฉุดกำไรสูญกว่าร้อยล้าน

ปัจจุบันหาดทิพย์ครองส่วนแบ่งตลาดน้ำอัดลม 23.2% ของตลาดรวม และส่วนแบ่ง 78.2% ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้เป็นอันดับ 1 กว่า 5 ทศวรรษ ส่วนแนวโน้มตลาดน้ำอัดลมปี 2569 คาดการณ์ไม่เกิน 5% เนื่องจากเผชิญแรงกดดันกำลังซื้อ และสถานการณ์ในตะวันออกกลางกระทบต้นทุน การบริโภครวมถึงท่องเที่ยว

“ก่อนสหรัฐโจมตีอิหร่าน อุตสาหกรรมท่องเที่ยว กำลังซื้อภาคใต้ดูเบิกบาน แต่เหตุการณ์สู้รบทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางมาไทย แม้ไตรมาสแรกจะโตเล็กน้อย แต่การตัดสินใจใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนธุรกิจปี 2569 ต้องเกาะติดฉากต่อไปของการสู้รบตะวันออกกลางจะยืดเยื้อแค่ไหน เพราะตอนนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคทรงตัวเท่าปีก่อน หากการสู้รบรุนแรงขึ้น กำลังซื้อหนักกว่าปี 2568 ข้าวยากหมากแพงกว่าปีก่อนแน่นอน”