วันพุธ ที่ 25 มีนาคม 2569

Login
Login

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดยอดเข้าพักโรงแรม ‘กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-พังงา-พัทยา’ ร่วง 10-20%

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดยอดเข้าพักโรงแรม ‘กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-พังงา-พัทยา’ ร่วง 10-20%

การสู้รบในตะวันออกกลางลากยาวมากว่า 3 สัปดาห์ สะเทือนภาคการท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะการชะลอเดินทางของกลุ่มระยะไกล (Long-haul) จากยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังเผชิญวิกฤติน้ำมันขาดแคลนและราคาแพง กระทบต่อการตัดสินใจออกท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนซึ่งมีไฮไลต์สำคัญอย่าง “เทศกาลสงกรานต์”

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า ภาพรวมโรงแรมใน “กรุงเทพฯ” หลังเกิดวิกฤติตะวันออกกลาง พบว่า “อัตราการเข้าพัก” ลดลงค่อนข้างน้อย 5-10% ขึ้นอยู่กับว่าโรงแรมมีฐานลูกค้ายุโรปและตะวันออกกลางมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตลาดยุโรปได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดันตั๋วเครื่องบินแพง ยิ่งบินอ้อมก็ยิ่งใช้น้ำมันมาก

อย่างไรก็ตาม เดือน มี.ค. เป็นเดือนที่มีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้าไทยน้อยที่สุดอยู่แล้ว และเป็นขาลงเข้าสู่ช่วง “โลว์ซีซัน” ของนักท่องเที่ยวยุโรป โดยจากการประชุมร่วมกับทีเอชเอ ได้รับรายงานจากเชนโรงแรมที่มีฐานตลาดลักชัวรี พบว่ายอดจองห้องพักใหม่ในปี 2569 เข้ามามากกว่ายอดยกเลิก เรียกได้ว่ายังเป็นบวกอยู่ แต่แน่นอนว่าภาครัฐต้องส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) เข้าไทยให้มากขึ้น เช่น ผ่านโครงการสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำเพื่อทำให้ราคาตั๋วโดยสารไม่แพง รวมถึงออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศที่มีคอนเซ็ปต์แบบโค-เปย์เมนต์ (Co-payment) เหมือนโครงการคนละครึ่ง

โรงแรม “ภูเก็ต” มี.ค. ต่างชาติร่วง 10%

ศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยว่า วิกฤติการสู้รบในตะวันออกกลางทำให้มีจำนวนเที่ยวบินสู่ “ภูเก็ต” ลดลง ได้รับผลกระทบประมาณ 30 เที่ยวบินต่อวัน หรือคิดเป็นผู้โดยสาร 5,000 คนต่อวัน สมาคมฯ จึงประเมินว่าในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงโชลเดอร์ (Shoulder) การเดินทางเริ่มเบาลงจากไฮซีซันเข้าสู่โลว์ซีซัน จะมีการยกเลิกห้องพักโรงแรมในภูเก็ต ทำให้อัตราการเข้าพักหายไปกว่า 10% จากเคยได้อัตราการเข้าพักเดือน มี.ค. 2568 ที่ 76%

แม้จะมีการยกเลิกห้องพัก แต่ก็ยังมียอดจองใหม่แบบกระชั้นชิด (Last Minute) ไหลเข้ามาอยู่บ้างในเดือน มี.ค. เพราะว่าโครงสร้างตลาดลูกค้าในภูเก็ตมีความหลากหลาย อย่างไรก็ตามยังต้องรอผลสำรวจสมาชิกสมาคมฯ อย่างเป็นทางการอีกที

“อัตราการเข้าพักของแต่ละโรงแรมในภูเก็ตขึ้นอยู่กับว่ามีลูกค้าตะวันออกกลางมากน้อยแค่ไหน ปกติแล้วจะนิยมพำนัก 7-10 คืน แต่เนื่องจาก 3 เดือนแรก (ม.ค.-มี.ค.) ไม่ได้เป็นไฮซีซันของตลาดตะวันออกกลางเพราะตรงกับช่วงถือศีลอด จึงไม่ได้เดินทางเข้าภูเก็ตมากนัก”

โดยตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่ติด 30 อันดับแรกของชาวต่างชาติเดินทางเข้าภูเก็ตสูงสุด มีแค่อิสราเอลอยู่อันดับ 14 ส่วนอิหร่านไม่ติดโผ 50 อันดับแรก ขณะที่นักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาในเดือน มี.ค.นี้ยังเดินทางเข้าภูเก็ต มียอดที่ได้รับผลกระทบอยู่บ้าง

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดยอดเข้าพักโรงแรม ‘กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-พังงา-พัทยา’ ร่วง 10-20%

คาด เม.ย.-พ.ค. “ภูเก็ต” ยอดเข้าพักหด 10-20%

ศึกษิต เล่าเพิ่มเติมว่า พอราคาน้ำมันสูงขึ้น ตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น มองว่าน่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวภูเก็ตในเดือน เม.ย. เป็นต้นไป โดยอาจชะลอตัวลงมากกว่าปีที่แล้ว หลังจากเดือน ธ.ค. 2568 - ก.พ. 2569 เป็นไฮซีซันของตลาดยุโรป หนุนอัตราการเข้าพักโรงแรมในภูเก็ตสูงถึง 90%

สมาคมฯ คาดว่าเดือน เม.ย.-พ.ค. ปีนี้จะมีอัตราการเข้าพักลดลง 10-20% เทียบช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยเดือน เม.ย. 2568 ภูเก็ตมีอัตราการเข้าพัก 75% ขณะที่เดือน พ.ค. 2568 อยู่ที่ 59% ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นตลาดเอเชียและโอเชียเนียเข้ามาเติมช่วงโลว์ซีซัน ซึ่งมีระยะการจองล่วงหน้าสั้นลง ต่างจากไฮซีซันที่ต้องจองล่วงหน้านานเพราะห้องพักเต็มเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องรีบจองมาก เพราะราคาห้องพักไม่ได้แพง

“อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้งว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ และเมื่อสายการบินเริ่มปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารแล้ว การจองล่วงหน้าจะชะลอแค่ไหน เพราะถ้าให้ประเมินแนวโน้มไตรมาส 2 ในตอนนี้เลยอาจจะยังเร็วเกินไป แต่เบื้องต้นคาดว่าภาพรวมเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ โรงแรมในภูเก็ตน่าจะมีอัตราการเข้าพักลดลง 10-20% เพราะผลกระทบจะเริ่มเห็นชัดในช่วงนั้น”

ขณะที่ราคาห้องพักช่วงโลว์ซีซัน ปกติจะถูกลงกว่าไฮซีซันครึ่งหนึ่งอยู่แล้ว โดยแต่ละโรงแรมก็จะมีโปรโมชันออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ให้รีบจองเร็ว เช่น จากจีนและอินเดีย รวมถึงระยะไกลบางตลาดอย่างรัสเซีย ซึ่งต่างเป็นตลาด 3 อันดับแรกที่เที่ยวภูเก็ตมากที่สุดเกือบทุกเดือน

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดยอดเข้าพักโรงแรม ‘กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-พังงา-พัทยา’ ร่วง 10-20%

 

ยุโรปหดตัว ฉุดยอดโรงแรม “พังงา” หาย 20%

สมพงศ์ ดาวพิเศษ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดพังงา กล่าวว่า “พังงา” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากวิกฤติตะวันออกกลาง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นตลาดยุโรป ตอนแรกๆ ประเมินว่าคงได้รับผลกระทบไม่มากเท่าไร แต่พอลากยาวกว่า 3 สัปดาห์พบว่าได้รับผลกระทบมากกว่า 20% แล้วในตอนนี้ ทำให้ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักราว 60% และยังไม่แน่ใจว่าในปลายเดือน มี.ค.นี้จะมีอัตราการเข้าพักเหลือเท่าไร

“พังงาถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากจากสงครามตะวันออกกลาง ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวจึงคาดหวังว่าเมื่อเหตุสงบลงแล้ว อยากให้มีการจัดแฟมทริปพาเอเย่นต์ทัวร์มาดูโปรดักต์และเส้นทางท่องเที่ยว พร้อมดึงนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้จากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ควบคู่กับการกระตุ้นตลาดในประเทศให้มาเที่ยวพังงามากขึ้น เพื่อให้พังงามีการฟื้นตัวด้านรายได้ในไฮซีซัน”

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดยอดเข้าพักโรงแรม ‘กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-พังงา-พัทยา’ ร่วง 10-20%

 

“พัทยา” คาด เม.ย. ประคองยอดเข้าพัก 60-70%

มรกต กุลดิลก เลขาธิการสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้โรงแรมใน “พัทยา” ถูกยกเลิกการจองห้องพักราว 10-15% ถือว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อ 28 ก.พ. ตรงกับปลายไฮซีซันของตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป ขณะที่ลูกค้าหลักอย่างรัสเซียไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางไม่ได้เป็นลูกค้าหลักของพัทยา

“แม้ลูกค้าจะขอยกเลิกการจองห้องพักในพื้นที่พัทยาเพราะกังวลเรื่องการเดินทาง แต่บางส่วนก็เปลี่ยนใจกลับมาจองใหม่”

และหากให้ประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบัน สมาคมฯ คาดการณ์ว่าเดือน มี.ค. โรงแรมในพัทยาจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% ส่วนเดือน เม.ย. น่าจะประคองอัตราการเข้าพักได้ราว 60-70% เฉพาะวันหยุดยาว “เทศกาลสงกรานต์” น่าจะมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% โดยโรงแรมบางแห่งมียอดจองเต็มแล้ว แต่ถ้ามีผลกระทบเข้ามาเพิ่มเติม ภาพรวมนักท่องเที่ยวก็น่าจะลดลง แต่ยังเชื่อว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยน่าจะมาทดแทนได้ เพราะบางส่วนก็เลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะ ขณะที่รถแท็กซี่ EV ก็มีให้บริการในพื้นที่มากขึ้น พอสถานีชาร์จรถไฟฟ้ามีรถจองคิวชาร์จเต็มตลอด ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในพัทยาพูดคุยกันถึงการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มจุดชาร์จรถ EV มากขึ้นด้วย

หลังจาก 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ของปีนี้ ตลาดหลัก 3 อันดับแรกที่เดินทางมาเที่ยวพัทยาสูงสุด ได้แก่ จีน รัสเซีย และอินเดีย ส่วนอันดับ 4 และ 5 จะเป็นเยอรมนี สหราชอาณาจักร สลับกับเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ในแต่ละโรงแรม ส่วนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 7-8% เท่านั้น จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และซาอุดีอาระเบีย

“เดิมเราคาดหวังให้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเข้ามาเสริมเป็นตลาดใหม่ของพัทยา แต่ดูจากสถานการณ์ความขัดแย้ง มองว่าปีนี้ไม่น่าโตแล้ว น่าจะสโลว์ไปเลย ยกเว้นตลาดโอมานที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลางนัก น่าจะยังเดินทางมาได้ โดยระหว่างนี้ผู้ประกอบการโรงแรมพัทยาต้องดึงตลาดอื่นๆ มาชดเชย เช่น ออสเตรเลีย ซึ่งมียอดจองเข้ามาสัดส่วน 10% ของยอดจองทั้งหมด รวมถึงการทำตลาดจีน รัสเซีย อินเดีย และอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง”

‘สงครามอิหร่าน’ ฉุดยอดเข้าพักโรงแรม ‘กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-พังงา-พัทยา’ ร่วง 10-20%