“วิกฤติน้ำมัน” ฉุดเชื่อมั่นภาคการเดินทางท่องเที่ยว “ททท.” แก้เกมเน้นโปรโมตคนไทย “เที่ยวใกล้บ้าน” รับมือผลกระทบ “สงครามตะวันออกกลาง” ทำน้ำมันแพง และขาดแคลน ล่าสุด 20 มี.ค.69 ประชุมร่วมกับภาคเอกชน 10 หน่วยงาน ย้ำสร้างสมดุลตลาด และการออกมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ด้าน “สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก” เผยยอดจองห้องพัก “พัทยา-บางแสน” ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน มี.ค.-เม.ย. ยังหนาแน่น 70-80% สวนทางตลาดหน่วยงานรัฐ และเอกชน ชะลอการจัดงานประชุมสัมมนาใหม่ออกไปก่อน เพื่อลดการใช้น้ำมัน และการเดินทาง
ภาคการท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายสำคัญจากวิกฤติความเชื่อมั่นด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น การขาดแคลนน้ำมัน เอกชนกังวลว่าหากมีน้ำมันไม่เพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยนิยมเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก สะเทือนต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยปรับสูงขึ้น เกิดเหตุติดขัดในการเติมน้ำมันหน้าปั๊ม หากจะพูดว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ เพราะประชาชนก็ได้รับผลกระทบจากการหาปั๊มเติมน้ำมันได้แบบไม่ปกติ และน้ำมันมีราคาแพงขึ้นจริงๆ เมื่อการใช้รถเดินทางประจำวันต้องคิดมากขึ้น ย่อมมีผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน
“เรื่องการเดินทางการท่องเที่ยวถือเป็นวงล้อหนึ่งที่ตอนนี้อาจไม่ใช่ช่วงเวลาในการเคลื่อนไหวมากนัก แต่ก็ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดย ททท.วางแผนรับมือสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ผ่านแคมเปญ Healing is The New Luxury มุ่งโปรโมตการท่องเที่ยวเพื่อเยียวยาจิตใจ โดยเฉพาะตลาดไทยเที่ยวไทย เน้นเที่ยวระยะใกล้ ค้นหาแหล่งท่องเที่ยว Hidden Gem หรือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ใกล้ตัว และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พร้อมให้เดินทางไปสัมผัส”
ส่งเสริมท่องเที่ยวเยียวยาเศรษฐกิจไทย
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนนี้ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันในการพยุงเศรษฐกิจ แต่ต้องลดการใช้พลังงานลงด้วย โดย ททท.มุ่งดำเนินการ 3 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่ 1.เที่ยวเพื่อเยียวยาตัวเอง 2.เที่ยวเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการทุกธุรกิจ เพราะเมื่อมีการท่องเที่ยว ก็จะเกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งอาหารการกิน ที่พัก ของฝาก และ 3.เที่ยวเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจในประเทศ เน้นสนับสนุนให้คนไทยออกเที่ยวใกล้บ้าน หรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชุมชนมากขึ้น
“จากสถานการณ์แบบนี้ การเที่ยวใกล้บ้านถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะเยียวยาธุรกิจ และสภาวะจิตใจตัวเองได้”
การดำเนินแคมเปญใช้ประเทศไทยเป็นที่พัก ท่องเที่ยวเพื่อเยียวยาตัวเองจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญทั้งโลกความจริง และโลกออนไลน์ โดยภาคการท่องเที่ยวยังสามารถขับเคลื่อนต่อได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนมีฐานะกำลังซื้อที่สามารถเที่ยวได้ หากหาเที่ยวบินได้ก็จะออกไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ดี ทำให้ตอนนี้ต้องเน้นดึงดูดใจให้กลับมาเที่ยวในประเทศ เที่ยวเป็นกลุ่มเพื่อนหรือพร้อมหน้าครอบครัว ใช้เวลาอยู่กับสิ่งใหม่ แต่อยู่ในระยะใกล้ตัวเองมากขึ้น และใช้เวลานี้แชร์เรื่องราวดีๆ ออกไปให้คนอื่นเห็นด้วย
“แคมเปญกระตุ้นนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มตลาดระดับบน จะเน้นเที่ยวแบบมีคุณค่า ทั้งการสร้างคุณค่าให้กับผู้ประกอบการทั่วไป สร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจ และชีวิตตัวเอง”
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ททท.ประชุมร่วมเอกชน เน้นออกมาตรการเหมาะสม
และเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 นางสาวฐาปนีย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ (ศตท.) ร่วมกับผู้แทนจาก 10 หน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมโรงแรมไทย (THA) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
ที่ประชุม ได้ประเมินสถานการณ์ และวิเคราะห์ผลกระทบจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อเสนอ และแนวทางมาตรการเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดย ททท.ได้ชี้แจงเน้นย้ำการสร้างสมดุล และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับสถานการณ์ อาทิ การเที่ยวในประเทศ ประชุมในประเทศ เที่ยวใกล้บ้าน ค้นหาแหล่งท่องเที่ยว Hidden Gem มาเจียระไน และเที่ยวเป็นหมู่คณะ เพื่อลดการใช้พลังงาน เป็นต้น
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยทั้งทางตรงจากค่าโดยสารเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น และทางอ้อมจากกำลังซื้อ และต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล และกลุ่มรายได้สูง จึงมีความจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ และเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที ทั้งการบริหารจัดการเที่ยวบิน การส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคและในประเทศ การบริหารต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
“บางแสน” ตลาดจัดประชุมสัมมนาชะลอตัว
นายวัชรพงศ์ คุณปลื้ม นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำมันในประเทศล่าสุด ด้วยฐานลูกค้าโรงแรมในบางแสนส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นคนไทย ถ้าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป พบว่ายังมีการเดินทาง ยอดจองห้องพักหนาแน่น เพราะคนไทยนิยมเดินทางเดือนมี.ค.- พ.ค. ช่วงปิดภาคเรียน พาลูกหลานมาเที่ยวอยู่แล้ว ประกอบ กับโลเคชันของบางแสนอยู่ใกล้กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของภาคท่องเที่ยวบางแสนด้วย
แต่สำหรับโรงแรมที่มีห้องประชุมสัมมนา เริ่มได้รับฟีดแบ็กจากฝ่ายขายแล้วว่าหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีคำสั่งให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ทำให้ต้องชะลอหรือยกเลิกการจัดงานประชุมสัมมนาที่ยังไม่ได้ยืนยันจัดไปก่อน เพื่อลดการใช้น้ำมัน และการเดินทาง
“ในงานไทยเที่ยวไทย เมื่อวันที่ 5-8 มี.ค.69 ที่ผ่านมา โรงแรมในบางแสนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยในการซื้อเวาเชอร์ห้องพัก โดยเฉพาะที่จะมาใช้ในช่วงเดือนมี.ค.- พ.ค. ถือว่าใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ตลาดที่เห็นชัดว่ามียอดจองน้อยลงคือ ตลาดประชุมสัมมนาจากทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะงานที่ยังไม่คอนเฟิร์ม ก็จะขอเวลาในการคิดก่อน ยังลังเลว่าจะจัดหรือไม่ โดยมองว่าสัปดาห์นี้น่าจะเห็นความชัดเจนเรื่องสถานการณ์น้ำมันมากขึ้นว่ามีผลต่อการท่องเที่ยวของคนไทยมากน้อยแค่ไหน”
แนวโน้ม มี.ค.-เม.ย. ยอดเข้าพัก “บางแสน” 70-80%
นายวัชรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอัตราการเข้าพักเดือนมี.ค. ของโรงแรมในบางแสนมีแนวโน้มอยู่ที่ 70% ส่วนเดือนเม.ย. มียอดจองเข้ามาแล้ว 60% คาดว่าตลอดเดือนเม.ย. จะเพิ่มเป็น 80% เพราะมีวันหยุดยาว 2 ช่วงคือ วันจักรี และวันสงกรานต์ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยววันไหลบางแสน มีกิจกรรมมากมายดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ยอดจองโรงแรมล่วงหน้าในบางแสนยังดีอยู่ มีเข้ามาเรื่อยๆ โดยระดับราคาห้องพักยังใกล้เคียงกับช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว
ด้านผลกระทบจากน้ำมันที่มีต่อต้นทุนประกอบการโรงแรม เริ่มได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์บางรายแล้วว่าจะยืนราคาสินค้าเดิมถึงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ และจะขอขึ้นราคาบางรายการในเดือนเม.ย. ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมได้ให้นโยบายแต่ละแผนกเพื่อรับมือกับความเสี่ยงการขึ้นราคาต้นทุนสินค้า ซึ่งไม่อยากไปผลักภาระให้ลูกค้าด้วยการปรับราคาขึ้น ถ้าบางอย่างสามารถลดการใช้ลงได้ เช่น แก้วพลาสติก ถ้าลูกค้ามีแก้วนำมาเอง ก็จะได้ส่วนลดไป
คนไทยฮึดฝ่าน้ำมันแพง ยังจองโรงแรมเที่ยว “พัทยา”
นางสาวมรกต กุลดิลก เลขาธิการสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวเสริมว่า ด้านสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาพัทยา แม้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นกระทบต่อค่าครองชีพ และปั๊มน้ำมันในบางพื้นที่จำกัดปริมาณการเติม แต่จากการติดตามแนวโน้มตลาดพบว่ายังไม่กระทบมากนัก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน คนไทยวางแผนจองมาเที่ยวแล้ว ไม่พบการยกเลิกจองห้องพัก และด้วยระยะทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล มาพัทยาอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลเมตรเท่านั้น สัดส่วนค่าน้ำมันไม่ได้เพิ่มสูงมากเมื่อเทียบกับเดินทางไปเชียงใหม่หรือจังหวัดอื่นๆ ที่ไกลกว่านี้ จึงยังไม่กระทบมาก
สำหรับการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน สมาคมคาดการณ์ว่าเดือนมี.ค. โรงแรมในพัทยาจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% ส่วนเดือนเม.ย. น่าจะประคองอัตราการเข้าพักได้ราว 60-70% เฉพาะวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์น่าจะมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% โดยโรงแรมบางแห่งมียอดจองเต็มแล้ว
“แต่ถ้ามีผลกระทบจากสงครามเข้ามาเพิ่มเติม ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติก็น่าจะลดลง แต่ยังเชื่อว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยน่าจะมาทดแทนได้ เพราะบางส่วนก็เลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะ ขณะที่รถแท็กซี่ EV ก็มีให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น สถานีชาร์จรถไฟฟ้ามีรถจองคิวชาร์จเต็มตลอด ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในพัทยาพูดคุยกันถึงการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มจุดชาร์จรถ EV มากขึ้นอีกด้วย”
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





