วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

ธุรกิจหวั่นสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางลากยาว ดันต้นทุนพลังงานพุ่งไม่หยุด ผู้ประกอบการห่วงกำลังซื้อย่ำแย่กว่าปีก่อน หลังสัญญาณค่าครองชีพปรับสูงขึ้น เศรษฐกิจโตต่ำ ฉุดอำนาจซื้อ คาด “ไวไว-มาม่า” ซอง 7 บาท กลับมาขายดี ตอบโจทย์ยุคข้าวยากหมากแพง ฝากความหวังรัฐบาลใหม่ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ อัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาราบาว กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในเวลานี้คือกำลังซื้อผู้บริโภค เพราะหากการสู้รบในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยขยับขึ้น 9-10 บาทต่อลิตร หรือน้ำมันดีเซลแตะ 40 บาทต่อลิตร จะทำให้ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่งแพงขึ้น

“ที่น่าเป็นห่วงคือต้นทุนค่าครองชีพผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน จะกระทบการใช้จ่าย ซ้ำเติมจากเดิมที่ประชาชนมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ส่วนตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ปีก่อนหดตัวเล็กน้อย ปีนี้การเติบโตยาก เพราะเศรษฐกิจไม่ดี จีดีพีไทยขยายตัวไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำ ส่วนตลาดเบียร์มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ปีก่อนหดตัวลง ส่วนปีนี้บริษัทยังคาดหวังจะมีการเติบโต”

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

แหล่งข่าวจากธุรกิจค้าปลีก ประเมินว่า ภาพความตื่นตระหนกต่อสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วสถานการณ์พลังงานของประเทศไทยอาจยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องสื่อสารความชัดเจนต่างๆ 

"เวลานี้น่าเป็นห่วงในเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้กระทรวงพาณิชย์จะใช้มาตรการตรึงราคาสินค้าจำเป็น แต่ที่ผ่านมามีเสียงจากผู้บริโภคว่าสินค้าหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารสด ทยอยปรับขึ้นราคาไม่ว่าจะเนื้อสัตว์ หมู ไก่ ไข่ไก่ ผัก ผลไม้"

โดยภาพรวมผู้ประกอบการอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง และประคับประคองธุรกิจจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นมีผลโดยตรงต่อค่าขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ ต้นทุนวัตถุดิบ  ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในที่สุด หรือกรณีเลวร้าย หากสถานการณ์อิหร่าน-สหรัฐ ลากยาวผลิตกระทบซัพพลายเชน พลังงาน และความเสี่ยงสินค้าขาดตลาดในที่สุด

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

ขณะที่ผู้บริโภคเฝ้าระวังสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ที่จะมีผลต่อความมั่นคงในชีวิต ทำให้ต้องระมัดระวังค่าใช้จ่าย “รัดเข็มขัด” ยิ่งขึ้น จากกำลังซื้อที่เปราะบางอยู่แล้ว

น้ำมันแพงกระทบกำลังซื้อ

นายยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว 

มอง 6 เดือนข้างหน้า หากน้ำมันแพงย่อมกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้คนซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แมส หรือ ซอง 7 บาท เพราะคุ้มค่าเงิน ส่วนการขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ร้านค้าปลีกอาจมีการซื้อไปตุน เพราะกลัวสั่งสินค้าไม่ได้ หรือได้ในราคาแพง 

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

"ต้องดูสถานการณ์เป็นระยะๆ แต่ภาพรวมออเดอร์มากขึ้น ยังไม่มีนัยสำคัญเหมือนกลัวจะมีสงคราม เพราะลูกค้าต้องบริหารจัดการสต็อก มีพื้นที่เก็บหรือไม่ ตอนนี้คนอยากได้น้ำมันมากกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”

สำหรับ  ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีมูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท การเติบโตอยู่ระดับ 1-2% ปัจจุบันยากที่จะขยายตัวถึง 5% ส่วนหนึ่งเพราะตลาดอิ่มตัว การบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของคนไทยมากกว่า 50 ซองต่อคนต่อปี ล่าสุดยังเผชิญแรงกดดันจากการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้คาดการณ์ตลาดเติบโตเปลี่ยนไป

ก่อนการสู้รบในตะวันออกกลางบริษัทมองว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เซกเมนต์พรีเมียมจะเติบโต ปีที่ผ่านมาขยายตัวอัตรา 2 หลัก แต่ปีนี้คาดต่ำกว่า และมองปัจจุบันสินค้าทั่วไปหรือแมสแบบซอง 7 บาทจะขยายตัวได้ จากปีก่อนติดลบ 2%

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์จำกัด(มหาชน) หรือผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” กล่าวว่า กำลังซื้อของผู้บริโภค 2 เดือนแรกอยู่ในภาวะซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการมีสินค้าในสต็อปริมาณมาก กระทั่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกกลาง ส่งผลให้ร้านค้ามีการนำสินค้าออกไปจำหน่ายมากขึ้น ส่วนการกักตุนสินค้าจำเป็นอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในช่วงเวลานี้ ยังไม่เห็นภาพนัก ต้องยอมรับว่าผู้บริโภคไม่มีเงินที่จะใช้จ่ายปริมาณมากเพื่อซื้อสินค้าเก็บไว้

หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officerบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2569 โอสถสภาตั้งเป้ารายได้เติบโตอัตรา 1 หลักกลางๆ ซึ่งถือว่ามีความระมัดระวัง ภายใต้สถานการณ์ในตะวันออกกลาง เศรษฐกิจ การบริโภคของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยที่อาจโตไม่สูงนัก ขณะที่ปี 2568 ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศมูลค่า 2.26 หมื่นล้านบาท มีการหดตัว และสินค้าดังกล่าวเป็นพอร์ตโฟลิโอใหญ่ของบริษัท

ทั้งนี้ ปี 2569 บริษัทคาดหวังว่าตลาดเครื่องดื่มจะเติบโตกว่าจีดีพี ส่วนสินค้าเครื่องใช้ส่วนบุคคล หมวดพรีเมียมยังเติบโต จากปีก่อนตลาดทรงตัว เนื่องจากแต่ละแบรนด์มีการทำโปรโมชันหนักมาก ตามภาวะเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง และมีโครงการคนละครึ่งพลัสมาช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายพอสมควร

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

“ภาพรวมกำลังซื้อปี 2569 ไม่ต่างจากปีก่อน สภาพการณ์หลายอย่างทรงตัว ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง ส่วนต้นทุนสินค้าเงิน เงินเฟ้อ เผชิญราคาน้ำมันที่ไม่แน่นอน หลายคนมีความกังวล แต่หากเราได้รัฐบาลใหม่ เดือนมิถุนายนรัฐมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา คาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมดีขึ้นบ้าง และตอนนี้ไม่มีอะไรที่ชีวิตจะยากกว่านี้หรือดีขึ้นกว่านี้จนเห็นได้ชัด หวังว่าครึ่งปีหลังจะดีขึ้นจากการใช้จ่ายของภาครัฐ งบประมาณไม่ล่าช้าก็ดีแล้ว”

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

ต้นทุนพุ่ง สินค้าแพง กระทบใช้จ่าย

นางสาวรีน่า อุดมคุณธรรม ผู้ก่อตั้ง บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด ผู้ผลิตน้ำแร่ซิกตี้ ดีกรี กล่าวว่า  ภาคธุรกิจมีความเป็นห่วงที่สุดเวลานี้ คือ 2 อย่างที่มาพร้อมกัน คือ ต้นทุนสินค้าแพง เงินเฟ้อเพิ่ม ทำให้ใช้เงินได้น้อยลง กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง คนอาจลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย 

“หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะยิ่งทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น และคนจะระมัดระวังการใช้จ่าย”

อย่างไรก็ตาม “น้ำแร่” น้ำดื่มเป็นสินค้าจำเป็น คนต้องบริโภค คาดหวังจะไม่กระทบมาก ส่วนสัญญาณการตุนสินค้าเริ่มมี เพราะคนกังวลจะส่งสินค้าไม่ได้ ขณะที่ 2 เดือนแรกกำลังซื้ออยู่ในภาวะคงที่

สำหรับตลาดน้ำดื่ม มูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท น้ำแร่ มีมูลค่าราว 5,500 ล้านบาท ปกติเติบโต 12-14% แต่จากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ถือเป็นปัจจัยที่ท้าทายทุกภาคส่วน ทั้งธุรกิจ และกำลังซื้อ การใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ หน้าร้อนถือเป็นไฮซีซั่นของตลาดเครื่องดื่ม และมีการเติบโตเพิ่มอัตรา 2 หลัก เทียบช่วงเวลาปกติ แต่ปีนี้ตลาดอาจจะไม่โตร้อนแรงหรือพีคนัก

ธุรกิจห่วงกำลังซื้อทรุด เซ่นพิษพลังงาน-ค่าครองชีพพุ่ง

กำลังซื้อปี 2569 แย่กว่าปีก่อน

นายประพันธ์ ปุษยไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอาหารยอดคุณจำกัด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว คอนเน่ โปเต้ ปาปริก้า ฯลฯ กล่าวว่า ตลาดขนมขบเคี้ยว(สแน็ก) มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เฉพาะเซกเมนต์ขนมขึ้นรูปมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อัตราการเติบโต 5-10% ทว่า ปี 2569 กำลังซื้อผู้บริโภค 2 เดือนแรกอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจ การแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดอย่างหนัก กระทบยอดขายสินค้าในประเทศลดลง 10% ล่าสุดยังเผชิญความไม่สงบในตะวันออกกลางด้วย

“เศรษฐกิจไม่ค่อยนิ่ง ทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลำบาก การทำธุรกิจปีนี้จึงค่อนข้างเหนื่อย และ 2 เดือนแรกกำลังซื้อไม่ดี จากการสำรวจตลาดพบว่าเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจน้อยมาก หลักๆ เพราะเวลานั้นยังไม่มีรัฐบาลถาวร ไม่มีเงินอัดฉีดเข้าระบบ การใช้จ่ายงบประมาณต่างๆ ของรัฐล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของภาคเอกชนเป็นลูกโซ่ เมื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ มีการอัดฉีดเงิน ใช้จ่ายของรัฐ หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่พอเจอราคาน้ำมันแพง ครึ่งปีแรกกำลังซื้อลำบาก ภาพใหญ่ทั้งปี 2569 แย่กว่าปีก่อน”