วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

ซัพพลายเชนระส่ำ น้ำมันแพง วัตถุดิบขาดแคลน สินค้าล็อกต้นทุนเดิมถึงสิ้นเดือนเม.ย. 69

ซัพพลายเชนระส่ำ น้ำมันแพง วัตถุดิบขาดแคลน  สินค้าล็อกต้นทุนเดิมถึงสิ้นเดือนเม.ย. 69

ซัพพลายเชนธุรกิจกระเทือนต่อเนื่อง วัตถุดิบขาดแคลน นำเข้ายาก สินค้าส่งช้า จ่อขึ้นราคาหลังเมษายน 2569 หลังซัพพลายเออร์ขยับราคาเม็ดพลาสติก ถ่านหิน ต้นทุนขนส่งขยับขึ้นถ้วนหน้า

ผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางยังขยายวงกว้างลามเป็นลูกโซ่โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น กระทบภาคการผลิตไทย สัญญาณซัพพลายเชนเข้าหมดช็อกและช็อต วัตถุดิบขาดแคลน บรรจุภัณฑ์ส่งสัญญาณแพงหลังสิ้นเดือนเมษายน ด้านซัพพลายเออร์ทยอยขึ้นราคา หวั่นทำสินค้าขาดตลาด

ล็อกต้นทุนเดิมถึงสิ้นเดือน เม.ย.69

นายประพันธ์ ปุษยไพบูลย์กรรมการผู้จัดการ บริษัทอาหารยอดคุณจำกัด ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยว คอนเน่ โปเต้ ปาปริก้า กล่าวว่า ผู้ประกอบการมีความกังวลด้านต้นทุนการผลิตสินค้า หลังสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ขยับขึ้นแล้ว ซึ่งแพ็คเกจจิ้งเป็นต้นทุน 20% ของการผลิตสินค้า ยังต้องจับตาดูราคาน้ำมันปาล์ม และต้นทุนการผลิตขนมขบเคี้ยวด้วย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมไบโอดีเซล

ทั้งนี้ ผลผลิตปาล์มดิบกำลังออกสู่ตลาดแม้ราคาจะอยู่ระดับต่ำ แต่ราคาน้ำมันปาล์มขยับเป็น 40 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว แต่บริษัทมีการล็อกต้นทุนไว้กับพันธมิตรซัพพลายเออร์จนถึงเดือน เม.ย.2569 หลังจากนั้นรายใหญ่จะมีการประกาศต้นทุนใหม่ทั้งหมด

“เราเคยเจอเหตุการณ์สู้รบรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อต้นทุน วัตถุดิบน้ำเข้าขึ้นราคาหมด ปีนี้มีสงครามตะวันออกกลาง พอน้ำมันขึ้นปุ๊บ ราคาพลาสติกขึ้นทันที”

น้ำมันแพง-ขาด กระเทือนค่าขนส่ง

จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังมีผลต่อการขนส่งสินค้าที่คาดว่าจะปรับขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัทได้ประชุมเพื่อจำลองสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น ขยับขึ้น 10% จะกระทบการผลิตอย่างไร จะประคองราคาไม่ให้กระทบผู้บริโภคได้แค่ไหน หากเกินที่ประมาณการณ์ไว้ ต้องหารือราคาอีกครั้ง

“ประเมิน 2-3 เดือน บริษัทยังแบกรับภาระไหว ไตรมาส 2 กัดฟันตรึงราคาได้บ้าง เพราะล็อกต้นทุนบางอย่างไว้แล้ว ส่วนเม็ดพลาสติกซัพพลายเออร์ให้จองออเดอร์ไม่เกินเดือน เม.ย. และราคาบวกแล้ว 5% แต่หลังจากนั้นไม่รับจองออเดอร์ ณ ราคาปัจจุบัน ส่วนโรงงานผลิตที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ถ้าราคาขึ้นก็กระทบทันที แต่บริษัทยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ราว 30% ของพลังงานทั้งหมด”

หวั่นเกิดภาวะขาดแคลนสินค้า-ขึ้นราคา

ที่ต้องจับตาดูไม่เพียงบรรจภัณฑ์สินค้า แต่วัตถุดิบผลิตขนมขบเคี้ยว ซึ่งแป้งสาลีนำเข้าจากทวีปยุโรป หากค่าขนส่งทางเรือ(ค่าเฟรท)ปรับตัวสูงขึ้น ที่หนักกว่าคือการขนส่งทางทะเลแดงไม่สามารถทำได้ ต้องใช้เส้นทางอ้อม อาจนำไปสู่การขาดแคลนสินค้าได้

“ภาวะขาดแคลนสินค้า อาจเป็นไปได้ หากไม่มีวัตถุดิบในการผลิตสินค้า เพราะตอนนี้ทะเลแดงไม่มีใครกล้าเข้า ต้องใช้เส้นทางอ้อมเพื่อขนส่ง และแป้งสาลี เรานำเข้าจากยุโรป”

ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค หวังว่าเหตุการณ์ในตะวันออกกลางจะยุติโดยเร็ว แต่หากยืดเยื้อ บริษัทจะประคองตัวเองไปได้อีก 1-2 เดือน โดยเฉพาะการตรึงราคาสินค้าไว้ไม่ให้กระทบผู้บริโภค โดยระหว่างนี้จะตัองเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การขนส่ง

"พยายามเซฟต้นทุนให้ยืดยาวที่สุด ให้ทีมงานวางแผน 1.ดูแลการลดต้นทุน 2.เพิ่มราคาขาย แล้ววิเคราะห์สถานการณ์จะไปทิศทางไหน สถานการณ์ทั่วโลก ทุกประเทศเป็นอย่างไร เศรษฐกิจกำลังซื้อผู้บริโภครับไหวไหม หากมีการขึ้นราคา แต่ถ้าถึงจุดที่คาดการณ์อะไรไม่ได้ สงครามไม่จบ บริษัทต้องคำนวณต้นทุนใหม่ และมีโอกาสจะปรับขึ้นราคา”

ซัพพลายเออร์โค้ดขึ้นราคาถ่านหิน

นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป กล่าวว่า โรงงานผลิตสินค้าของบริษัทใช้พลังงาน 2 ชนิด ได้แก่ พลังงานไอน้ำ และถ่านหิน โดยมีผลต่อต้นทุนการผลิตทั้งหมด 1.8% ซึ่งกาสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ซัพพลายเออร์รายที่ 1 ได้โค้ดราคาถ่านหินใหม่แล้ว ที่ 5,030 บาทต่อตัน ขยับเพิ่มขึ้น 500-800 บาทต่อตัน หรือขยับ 11-28% ส่วนรายที่ 2 โค้ดราคา 4,400 บาทต่อตัน

สำหรับการขึ้นราคาพลังงานดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตรวม 1.9% หรือไม่เกิน 2% ส่วนราคาไฟฟ้าซื้อที่ราคา 3 บาทต่อหน่วย มีผลต่อต้นทุนการผลิต 1.2% และยังไม่มีการปรับราคา อย่างไรก็ตาม ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน บริษัทเคยเผชิญราคาถ่านหินแตะ 6,000 บาทต่อตัน ดังนั้นหากระดับราคาถ่านหินไม่เกิน 5,000 บาทต่อตัน แบกรับภาระต้นทุนไหว

ส่วนราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี) ซึ่งใช้กับภาคขนส่ง มีผลต่อซัพพลายที่ขนส่งวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัท การส่งสินค้าจากตู้คอนเทนเนอร์ไปยังเรือบรรทุกสินค้าเพื่อส่งออก ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่ด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีการแจ้งขึ้นราคาแล้ว เนื่องจากซัพพลายเออร์เผชิญภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติก

“เรามองซีนาริโอราคาน้ำมันในไทย หากดีเซลหน้าปั๊มขยับเป็น 33-36 บาทต่อลิตร จาก 30.44 บาทต่อลิตร จะกระทบ 3 เซ็กเตอร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร การขนส่งและบริการ และการท่องเที่ยว เราอยู่ในภาคเกษตรฯ ซัพพลายเออร์ชนส่งวัตถุดิบขอขึ้นราคาแน่ แต่ตอนนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวขนส่งผลผลิต แต่หารือกับฝ่ายจัดซื้อฯ ถ้ารัฐขึ้นราคาพลังงาน ขนส่งขึ้นราคาทันที อย่างการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือต่างๆของบริษัทผ่านรถบรรทุก รถหัวลาก รถสิล้อ ฯ อยู่ที่หมื่นกว่าบาทต่อเที่ยว ถ้าน้ำมันขึ้น 3 บาท จะกระทบต้นทุนเพิ่ม 10%”

“พึ่งจีน” ลดผลกระทบบรรจุภัณฑ์ขาดแคลน

จากสัญญาณบรรจุภัณฑ์พลาสติกขาดแคลน และแนวโน้มราคาสูงขึ้น ขณะนี้บริษัทได้สังทีมงานบินตรงไปยังประเทศจีน เพื่อนำตัวอย่างแพ็คเกจจิ้ง 10 รายการใหญ่สุดไปเปรียบเทียบสเป็ค เตรียมออกแบบเพื่อผลิตเรียบร้อยแล้ว

โดยกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ประเทศจีน จะเข้ามาทดแทนในประเทศไทยได้ภายในสัปดาห์ที่ 4 หรือสัปดาห์หน้าบางส่วน

“ห่วงขาดแคลนไหม สำหรับแพ็คเกจจิ้ง เราส่งทีมงานบินไปจีน เพื่อเทียบสเป็คและผลิต ส่วนแพ็คเกจจิ้งในไทยยังมีสต๊อกใช้ได้ใน 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือน”

อย่างไรก็ตาม จากต้นทุนที่พุ่งขึ้น บริษัทยังตรึงราคาสินค้าในประเทศ เนื่องจากมีการเจรจากับคู่ค้าห้างค้าปลีกต่างๆสัญญาเป็นรายปี

“หน้าที่เราทำตามที่คุยกับลูกค้า จำหน่ายราคาเดิม การขยับราคาอาจพิจารณาครึ่งปีหลัง 2569 หรือปีหน้า ปีนี้ยังพอสู้ได้ และหวังสถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลาย โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน”

สินค้าจำเป็นแจงคู่ค้า ส่งช้า ราคาจ่อขยับ

นอกจากนี้ บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ต่างร่อนจดหมายผลกระทบจากซัพพลายเชน ทำให้การส่งสินค้าล่าช้า ต้นทุนพุ่ง และอาจขึ้นราคาสินค้าในอนาคต อย่างบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) แจ้งต้นทุนการผลิตมีราคาสูงในกลุ่มสินค้าจำเป็น ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์รวมถึงการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น บริษัทจึงมีข้อจำกัดในการผลิตและขนส่งสินค้า ทำให้ปริมาณสินค้าที่พร้อมจำหน่ายลดลงผิดปกติ และกำหนดการขนส่งสินค้าถึงลูกค้ามีความล่าช้า

บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยการส่งมอบบรรจุภัณฑ์(แพ็คเกจจิ้ง)ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ได้แก่ ซองสินค้า ขวดพลาสติก และพลาสติก เป็นต้น ทำให้การส่งมอบสินค้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 มีโอกาสขาดส่งได้ กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย แจงว่าบริษัทเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่มีราคาสูงขึ้น รวมถึงค่าขนส่งที่เพิ่ม ซึ่งภาพรวมมีผลต่อต้นทุนทุกกลุ่มธุรกิจของยูนิลีเวอร์ให้สูงขึ้น คาดการณ์ผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569

ด้านบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด(มหาชน) หรือบีเจซี เผชิญความเสี่ยงเรื่องของปริมาณวัตถุดิบที่มีจำกัด รวมถึงรคาและค่าขนส่งที่ส่งผลกระทบต่อทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดได้ ซึ่งอาจมีผลกระทบเรื่องราคาในอนาคต ขณะที่บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าปรับตัวในอนาคต แต่เบื้องต้นบริษัทจะพยายาม supply และตรึงราคาสินค้าให้นานสุด