วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ดั๊บเบิ้ล เอ’ ยอมแบกต้นทุนการผลิตพุ่ง ตรึงราคากระดาษช่วงสงครามน้ำมันแพง

‘ดั๊บเบิ้ล เอ’ ยอมแบกต้นทุนการผลิตพุ่ง ตรึงราคากระดาษช่วงสงครามน้ำมันแพง

‘ดั๊บเบิ้ล เอ’ ประกาศตรึงราคากระดาษ แม้รับผลกระทบต้นทุนการผลิตสูงขึ้นหลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง

รายงานข่าวจากบริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ดั๊บเบิ้ล เอ ยืนยันที่จะ "คงราคากระดาษ" ท่ามกลางทันทุนที่สูงขึ้น พร้อมเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน แม้ต้นทุนจะปรับสูงขึ้นตามภาวะสงครามและราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมดูแลผลกระทบต่อผู้ใช้กระดายของบริษัทฯ โดยการบริหารจัดการให้มีสินค้าเพียงพอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้กระดายทั้งด้านราคาและปริมาณ

สำหรับการประกาศยืนยันคงราคากระคาษในช่วงที่ต้นทุนการผลิตทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ

พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการภายใต้ระบบการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการบริหารสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการอย่างต่อเนื่อง และส่งมอบสินค้าสม่ำเสมอในราคาเดิมช่วงนี้

‘ดั๊บเบิ้ล เอ’ ยอมแบกต้นทุนการผลิตพุ่ง ตรึงราคากระดาษช่วงสงครามน้ำมันแพง

นอกจากนี้ ดั๊บเบิ้ล เอ ใช้วัตถุดิบและสารเคมีในการผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Product) และราคาสินค้าดังกล่าวถูกกำหนดโดยอุปสงค์และอุปทานของโลก

ที่ผ่านมา ดั๊บเบิ้ล เอ เคยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยระบุในรายงานประจำปี 2567 ถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่เคยมีผลต่อต้นทุนรวมจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และสงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และต้นทุนการจัดส่งเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนวัตถุดิบสำคัญในการผลิตกระดาษพิมพ์เขียน คือ เยื่อใยสั้นและเยื่อใยยาว โดยบริษัทผลิตเยื่อใยสั้นได้มากกว่าความต้องการใช้ แต่เยื่อใยยาวที่เป็นไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สนที่เติบโตได้ดีในเขตหนาว ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

รวมทั้งกระบวนการผลิตต้องใช้สารเคมี เช่น คลอรีนไดออกไซด์ แคลเซียมคาร์บอเนต โซเดียมคลอเรต ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ กรดซันฟูริก เมทธานอล โซเดียมไฮดรอกไซด์ โดยวัตถุดิบบางส่วนต้องนำเข้า เช่น โซเดียมคลอเรต ซึ่งบริษัทใช้แนวทางการจัดหาจากหลายประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ

รายงานประจำปี 2567 ยังระบุถึงความเสี่ยงของสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วงดังกล่าวเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่กระทบการขนส่งสินค้าไปประเทศที่เกิดสงครามและประเทศใกล้เคียง โดยไม่สามารถส่งสินค้าผ่านทะเลแดงและคลองสุเอซจึงต้องปรับเส้นทางการขนส่งอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป แอฟริกาใต้