วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม 2569

Login
Login

7 สมาคมท่องเที่ยว ถก ททท. ชงรัฐบาลอัดฉีดงบ 1.4 หมื่นล้าน แก้วิกฤติน้ำมันกระทบเชื่อมั่นเดินทาง

7 สมาคมท่องเที่ยว ถก ททท. ชงรัฐบาลอัดฉีดงบ 1.4 หมื่นล้าน แก้วิกฤติน้ำมันกระทบเชื่อมั่นเดินทาง

7 บิ๊กสมาคมท่องเที่ยวในนาม ‘เฟตต้า’ หารือร่วม ‘ททท.’ แก้วิกฤติน้ำมันกระทบเชื่อมั่น หวั่นกระทบมู้ดเที่ยวช่วงสงกรานต์ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว พร้อมอัดฉีดงบ 1.4 หมื่นล้านบาทผ่าน 3 โครงการ ทั้งมาตรการโคเพย์เมนต์ ส่งเสริมคนไทยเที่ยวข้ามจังหวัด 1 ล้านสิทธิ์ รวมถึงโครงการ ‘บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย’ และสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ

(20 มี.ค. 2569) “สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย” หรือ เฟตต้า (FETTA) ซึ่งประกอบด้วยสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทย สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวชลบุรี สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ได้หารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพจากภาวะวิกฤติน้ำมันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยและบริการไทยปี 2569 เพื่อให้ ททท.นำเสนอต่อรัฐบาล

รายงานจากเฟตต้าระบุว่า ตามที่สมาคมในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการได้หารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรวมถึงนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น จากปัจจุบันพบว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากข้อจำกัดด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น และความเปราะบางของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว และมีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เลื่อนการเดินทาง เช่น ตลาดมาเลเซีย ดังข่าวที่ประจักษ์โดยทั่วไป และอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในตลาดอื่นๆ หากไม่มีมาตรการออกมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน

โดยส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนราว 13% ของจีดีพีของประเทศ และอัตราการจ้างงานราว 4 ล้านคน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ

การขาดแคลนน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือ “วิกฤติความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนไทยเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก หากไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที กระทบท่องเที่ยวทั้งระบบ ยิ่งหากข่าวนี้แพร่ไปต่างประเทศ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย ในภาวะนี้ “ไม่มีน้ำมันให้เติม” สำคัญกว่า “การคุมราคา” เพราะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสถานการณ์ที่รถโดยสารเต็มคัน แต่ไม่สามารถเติมน้ำมันกลางทางและไปต่อไม่ได้

ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อฟื้นความมั่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง จากการหารือดังกล่าว ได้มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขนโยบายแบบบูรณาการโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ทั้งด้านซัพพลาย ต้นทุน และดีมานด์ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นและการเสริมความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้

1.การบริหารจัดการพลังงาน จัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว จัดตั้งช่องทางเติมน้ำมันเฉพาะและควบคุมต้นทุนการกลั่นในช่วงวิกฤติ

2.การลดต้นทุนการเดินทางทางอากาศ สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และลดค่าธรรมเนียมสนามบิน งบประมาณ 1,000 ล้านบาท รวม 3 ไตรมาส ไตรมาสละ 1,000 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 350,000 บาท

3.การกระตุ้นตลาดในประเทศ มาตรการร่วมจ่าย และแรงจูงใจด้านการเดินทาง

-ส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด 1 ล้านสิทธิ์ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขให้เกิดการกระจายของนักท่องเที่ยว คือ

2 วัน 1 คืน : 1 จังหวัด : 1,000 บาท

3 วัน 2 คืน : 2 จังหวัด : 2,000 บาท

4 วัน 3 คืน : 3 จังหวัด : 3,000 บาท

-ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งตลาดในประเทศและอินบาวด์ เพื่อการประหยัดพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศรวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” โดยออกแบบเส้นทางเที่ยวข้ามภาค ลงพื้นที่ชุมชน เป็นหมู่คณะ 20 คน ขึ้นไป 3 วัน 2 คืน สนับสนุนคันละ 10,000 บาท สิทธิ์ 1,000,000 คน งบประมาณ 10,000 ล้านบาท

-ตามมติ ครม. 10 มีนาคม 2569 รัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ จัดประชุม สัมมนา ดูงาน ในประเทศ ขอให้ ใช้บริการ บริษัททัวร์ และใช้รถบัส ผ่านสมาคมต่างๆ

4.จัดตั้งระบบติดตาม เฝ้าระวัง และจัดทำการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ ผ่านกลยุทธ์ Two-way Marketing และ Roadshow ในตลาดหลัก

5.การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย บริหารจัดการ Overstay และระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เข้มข้นเพื่อเฝ้าระวังบุคคลไม่พึงประสงค์

6.การพัฒนาบุคลากรภาคการท่องเที่ยว ยกระดับทักษะภาษาและดิจิทัล

7.ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีผลต่อการดำรงชีพพื้นฐานเพราะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่อการดำเนินธุรกิจภาคการท่องเที่ยวโดยตรง

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพ เสนอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม ภาครัฐ ภาคเอกชน และวิชาการ เพื่อบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์