“เพื่อไทย” ลุยปราศรัยภาคอีสานโค้งสุดท้าย ปลุกเหมา สส.ยก 7 เขต “ณัฐวุฒิ” ฟัด ภท. ปลุกวาทกรรมชังชาติ เย้ยคลิปเสียงประกาศศักดายิ่งใหญ่ ลั่น พท.ไม่เกาะรถถังขึ้นสู่อำนาจ
เวลา 09.00 น. วันที่2 ก.พ. 2569 พรรคเพื่อไทยนำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นำคณะเปิดปราศรัยในช่วงโค้งสุดท้าย ในจังหวัดภาคอีสาน 8 จังหวัด 16 เวที ระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ. 2569 โดยประเดิม 3 เวทีแรกในช่วงเช้าจนถึงช่วงเที่ยงที่ จ.สกลนคร จากนั้นได้นำขณะลงพื้นที่ปราศรัยที่ จ.นครพนม จ.มุกดาหารและ จ.อำนาจเจริญ
สำหรับ จ.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ปราศรัย ใน3 เวที ประกอบด้วย อ.พังโคน อ.พรรณานิคม และ อ.เมือง เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.สกลนคร 7 เขต ประกอบด้วย เขต 1 นายตวงภัทร ตีรสวัสดิชัย เบอร์ 5 เขต 2 นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เบอร์ 1 เขต 3 น.ส.จิรัชยา สัพโส เบอร์ 4 เขต 4 นายพัฒนา สัพโส เบอร์ 6 เขต 5 น.ส.อภิญญา พันทะสา เบอร์ 4 เขต 6 น.ส.สกุณา สาระนันท์ เบอร์ 4 เขต 7 นายอิสรพงษ์ อุประ เบอร์ 3
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดดำเนินกิจกรรมด้วยความเกลียดชังชาติบ้านเมือง และพรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยใช้แนวทางสร้างความแตกแยก เราเดินสายหาเสียงด้วยการนำเสนอนโยบายและการแก้ปัญหา นายยศชนัน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ก็เป็นบุคคลที่ประนีประนอม ไม่เคยสร้างความขัดแย้ง พร้อมทำงานทันทีด้วยความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ที่พิสูจน์แล้วจากการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยลำแข้งของตนเอง ดังนั้น หากใครมาบอกว่าพรรคนั้นพรรคนี้ชังชาติ ขออย่าได้หลงเชื่อ เพราะนั่นไม่ใช่วิถีทางการเมืองที่สร้างสรรค์
นายณัฐวุฒิ ระบุถึงประเด็นร้อนว่า ขณะนี้ที่กรุงเทพฯ มีการปล่อยคลิปเสียงปริศนา ซึ่งตนไม่ขอกล่าวพาดพิงว่าเป็นใครเดี๋ยวจะโดนคดีเพิ่ม แต่เนื้อหาในคลิปมาจากคนที่มีบารมีคับฟ้า ขู่ว่าจะมีการปฏิวัติหากพรรคฝั่งตรงข้ามชนะการเลือกตั้ง มีการพาดพิงถึงบุคคลที่ถูกคุมขัง และอ้างถึงสถาบันต่างๆ ในทางที่มิบังควร ตนขอเรียกคลิปนี้ว่าเป็น คลิปประกาศศักดา เพราะเจ้าของเสียงดูใหญ่มากเหลือเกิน
“ไม่รู้ว่านายกฯ หนู รู้เรื่องหรือยัง ผู้สื่อข่าวไปถามคลิปดังกล่าวรู้เรื่องคลิปประกาศศักดา หรือไม่ นายกฯ หนูบอกว่าไม่รู้ต้องไปถามเจ้าตัวว่ามันจริงหรือไม่จริงยังไงตัวนายกฯ หนูท่าทีเหมือนไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ทำไม ผมก็เชื่อว่าเสียงจริง ผมรู้แต่ว่ามันต้องเป็นการประกาศศักดาแน่ไอ้เรื่องประกาศศักดาให้เขาไปหาว่าเสียงใคร" นายณัฐวุฒิ ระบุ
”พรรคเพื่อไทย ไม่เคย เข้าสู่อำนาจโดยวิธีการไม่ถูกต้อง ไม่เคยเกาะล้อรถถึงขึ้นมาตั้งรัฐบาล แต่มาด้วยคะแนน พี่น้อง ประชาชน“ นายณัฐวุฒิ ระบุ
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีการณรงค์กันว่าต้องแก้ไข ร่างใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เห็นด้วย เพราะนี่คือ รัฐธรรมนูญที่ร่างมาเพื่อสกัดพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ และการที่พรรคเพื่อไทยกลับมาสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเลือดท่วมตัว แต่ยังดีที่สีเสื้อพรรคเป็นสีแดง
นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า ชาวสกลนครเอง มีประวัติศาสตร์การต่อสู้ ภูพาน คือสถานที่ที่บรรพบุรุษนักต่อสู้ นักการเมือง ลูกอีสานใช้แผ่นดินนี้เป็นฐานที่มั่นในการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ และทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยมาสกลนคร เราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศ ประวัติศาสตร์ และความเจ็บปวดจากการถูกกระทำโดยอำนาจเผด็จการแบบเดียวกัน
“ผู้เฒ่าผู้แก่ของสกลนคร ครูครอง จันดาวงศ์ เขาเอาไปประหารที่สว่างแดนดิน ขุนพลภูพานอย่างเตียง ศิริขันธ์ เขาหลอกไปฆ่าอำพรางศพที่ จ.กาญจนบุรี สิ่งเหล่านี้ยังอยู่ในใจคนสกลนคร ยังเป็นบาดแผล แต่เมื่อเรารวมพลังกันได้ เมื่อคะแนนของคนสกลนครยืนหยัดไปในทิศทางเดียวกันได้ เราก็ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งมาทุกครั้ง” นายณัฐวุฒิ ระบุ
จากนั้น นายยศชนัน ปราศรัยว่า วันนี้ตนขอฝากตัวเป็นลูกหลานชาวสกลนคร การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อยืนยันให้มั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยและผู้สมัครทุกคนมีความใกล้ชิดผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น ซึ่งบรรดาผู้สมัครได้ส่งต่อข้อมูลปัญหาและความต้องการของพี่น้องมาถึงมือตนเรียบร้อยแล้ว วันนี้จึงตั้งใจมาสื่อสารกับทุกคนโดยตรง เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันชี้ชะตาประเทศ เหตุใด 1 สิทธิ 1 เสียงของท่านจึงมีความหมาย ก็เพราะคะแนนเสียงนี้สามารถเปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี ให้ได้คนที่เข้าใจหัวใจคนสกลนครอย่างแท้จริง และนั่นหมายถึงการเปลี่ยนชีวิตความเป็นอยู่ของทุกท่านให้ดีขึ้นได้
นายยศชนัน ยังย้ำว่า จากสถิติหนี้ครัวเรือนชาวสกลนครที่พุ่งสูงเกือบ 2 แสนบาทต่อครัวเรือน เป็นเรื่องที่เราตระหนักดี การจะเป็นผู้นำที่ดีนั้น หากประกาศว่าจะนำพาประเทศสู่ความมั่งคั่งแต่กลับทอดทิ้งคนที่กำลังเดือดร้อนย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนคือการแก้ปัญหาหนี้สินแบบครบวงจร ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง รวมถึงยกระดับการคมนาคมขนส่งทั่วทั้งจังหวัดสกลนครให้ดียิ่งขึ้น
"หลายคนถามว่าเราจะนำงบประมาณมาจากไหน คำตอบคือเรามี โครงการเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน เพื่อจูงใจให้ธุรกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ดึงเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นมาบนดิน ซึ่งจะสร้างรายได้เข้าประเทศปีละนับแสนล้านบาท ในระบอบประชาธิปไตยเราไม่เน้นการบังคับขูดรีดภาษี แต่จะใช้แรงจูงใจในการดึงเม็ดเงินเหล่านี้มาพัฒนาทุกพื้นที่ทั่วไทย พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ 70 : 30 เพื่อคืนกำลังซื้อให้กับประชาชน"
นายยศชนัน ระบุว่า วันนี้สกลนครมี 7 เขต ตนขอเหมาทั้ง 7 เขต และขอโอกาสทำงานยาว 8 ปีได้หรือไม่ ภายใต้สโลแกน "ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้" ตนมีความพร้อมเต็มที่ที่จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 แต่ภารกิจนี้จะสำเร็จไม่ได้หากขาดทีมงาน จึงขอฝากผู้สมัครของพรรคไว้ใช้งาน และขออาสาเป็นผู้นำความหวังของชาวสกลนครให้กลายเป็นความจริง ขอให้พี่น้องเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค





