วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

เอเปค (APEC) เวทีสร้าง soft power ของไทย อย่างไร?

เอเปค (APEC) เวทีสร้าง soft power ของไทย อย่างไร?

อยากกล่าวถึง เอเปค (APEC 2022) เวทีสร้าง soft power ของไทย ซึ่งหลากหลายประเด็นที่ควรแสดงทัศนะ และอภิปรายด้วยข้อมูลและมุมมองสร้างสรรค์

ถกถามความคุ้มค่ากับการจัดประชุมเอเปค หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ซึ่งต้องรู้ก่อนว่า เวทีนี้การส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าการลงทุน รวมถึงความร่วมมือในด้านมิติสังคมและการพัฒนา

เอเปค มีสมาชิกจำนวน 21 เขตเศรษฐกิจ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น แคนาดา เกาหลีใต้ รัสเซีย เป็นต้น และไทยเราเป็นหนึ่งใน 12 เขตเศรษฐกิจผู้ร่วมก่อตั้ง 

  • ประชากรรวมกว่า 2,900 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของโลก 
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,700 ล้านล้านบาท เกินครึ่งของ GDP โลกและมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก

ความความคุ้มค่า คือ ทั่วทุกมุมโลกจับจ้องประเทศไทยกลายเป็นที่พูดถึงและค้นหาข้อมูลด้านต่าง ๆ และยิ่งถ้าประเทศของเราเป็นเวทีที่ผลักดันให้เป็นรูปธรรมและเป็นผลลัพธ์ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้

- การส่งเสริมการค้าการลงทุนเสรีและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเอเปค ผ่านการขับเคลื่อนการเจรจาเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of Asia-Pacific: FTAAP) ในบริบทของการเจริญเติบโตหลังโควิด ที่จะต้องยั่งยืนและสมดุล และเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

- ส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย ผ่านการจัดตั้งกลไก APEC Safe Passage Taskforce เพื่อหารือแนวทางที่ส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย อาทิ การอำนวยความสะดวกอาชีพสำคัญ เช่น ลูกเรือ การส่งเสริมการใช้ Public Key Infrastructure ในการแชร์ข้อมูลด้านสุขภาพในภูมิภาค และการขยายคุณสมบัติของบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card: ABTC) ให้ครอบคลุมผู้เดินทางกว้างขึ้น

 

 

- การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุมในเอเปค ด้วยการจัดทำเอกสารผลลัพธ์ระดับผู้นำเพื่อเร่งการพัฒนาตามแผนงานของเอเปคไปสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็ง ยืดหยุ่น ยั่งยืน ครอบคลุม และสมดุลในยุคหลังโควิด ตามแนวคิด BCG Economy (เอเปคคืออะไร? , www.apec2022.go.th/th/what-is-apec-th, 2565)

ประโยชน์ที่ประเทศไทย และประชาชนไทย จะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2022

  • ส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ทำให้ธุรกิจทั้งรายเล็กรายใหญ่ได้เข้าถึงประโยชน์จากระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างเต็มที่ การเร่งฟื้นฟูการเดินทางภายหลังวิกฤตโควิด-19 เพื่อประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การส่งเสริมเศรษฐกิจให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
  • ไทยได้แสดงศักยภาพ และความพร้อมให้โลกได้เห็นผ่านความสำเร็จในการจัดประชุมตลอดทั้งปี การประชุมผู้นำเอเปคครั้งนี้ ที่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่จัดแบบพบหน้า เป็นโอกาสให้ผู้นำเอเปคได้เดินทางมาพบหน้ากัน
  • โอกาสและช่องทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยในสัปดาห์การประชุมเอเปคจะมีผู้นำ และผู้แทนจากต่างประเทศเดินทางมาเยือนไทยประมาณ 3,000 คน และสื่อต่างชาติอีกกว่า 2,000 คน ซึ่งทุกคนจะได้เห็นศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน นำไปสู่โอกาสการค้าและการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น

 

  • โอกาสในการนำเสนอภาพความโดดเด่นทางวัฒนธรรม อาหาร การแสดง และเอกลักษณ์ความสวยงามของไทยจะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ซึ่งในการประชุมผู้นำเอเปคครั้งนี้ ยังมีการประชุมที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ อาทิ APEC CEO summit, ABAC, APEC SME ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยได้ต้อนรับผู้นำจากหลายประเทศ ทั้งที่เป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และเป็นแขกพิเศษ

การลงนามความตกลงทวิภาคีที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยอีกหลายฉบับ เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้นำเสนอวิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นตั้งใจในการส่งเสริมความยั่งยืน นวัตกรรม ควบคู่ไปกับศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม โดยการประชุมนี้จะจัดแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ green meeting เช่น รถยนต์ที่ใช้รับรองผู้นำก็จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ในส่วนของการประชุมจะลดการใช้กระดาษให้มากที่สุด นำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในการตกแต่งสถานที่ และขยะพลาสติกในงานจะถูกนำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิล (โฆษกรัฐบาลเปิดเผยถึงเนื้อหาและประโยชน์ที่ประเทศ และประชาชนไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2022, 2565, https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/61687)

เอเปค (APEC) สร้าง soft power ของไทย

การจัดประชุม เอเปค หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ถือเป็นการแสดงศักยภาพ "พลังอำนาจอ่อน" ซอฟท์ พาวเวอร์ (soft power) ด้านต่าง ๆ ตามหลัก  5F ประกอบด้วย อาหารไทย (Food) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัวของไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณีไทย (Festival) 

เริ่มที่ เทศกาลประเพณีไทย (Festival) 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” ปรากฎการณ์แห่งแสงสีริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค  ตั้งแต่ 17-27 พ.ย. 2565 บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยารวมเป็น 6 จุด ประชาชนรับชมการแสดงแสงสีเสียงในจุดต่างๆ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 แสงสีได้สวยงามที่สุดจะเป็นการล่องเรือในเส้นทางท่องเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยา และริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจุดที่ทำการแสดง โดยกิจกรรมครั้งนี้ ททท. ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างสีสันตลอดริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต้อนรับการประชุมผู้นำเอเปค สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ และยังเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเรืออาหาร เรือนำเที่ยว โรงแรม ที่พัก ตลอดจนร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ทำการแสดง

ชุดการแสดงและกำหนดเวลาการแสดงใน 6 พื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาในกิจกรรม “VIJIT CHAO PHRAYA” มีดังนี้

1. สะพานพระราม 8 “ทอแสง วิจิตร ตระการ”  เป็นการแสดง Light Show & Laser เพื่อต้อนรับการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ตามแนวคิด Open. Connect. Balance.และเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวกลับมาโดยมีการย้อมไฟกับเส้นสายของสะพานพระราม 8 เกิดเป็นสีสันบรรยากาศ และฉายแสงเลเซอร์เป็นลวดลายและข้อความ ประกอบกับเสียงเพลงที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับดนตรีสากล จากศิลปิน The Sound of Siam จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น.

2. ป้อมวิไชยประสิทธิ์ “วิจิตร ปราการ ธารธารา” เป็นการแสดง Projection Mapping ประกอบแสงสี และ Effect พิเศษ ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองวิถีแห่งสายน้ำตราบอดีตจวบปัจจุบัน ที่มีการเดินเรือค้าขาย การเดินทางติดต่อทางการทูต วิถีชีวิตของคนไทยกับสายน้ำ และการต่อสู้เพื่อความสุขสงบสันติของแผ่นดินโดยใช้กำแพงป้อมที่งดงามเป็นพื้นที่ฉายภาพ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00น. -19.06 น. 19.20- 19.26 น.20.00-20.06 น.20.06-20.26น.21.10-21.16น.และ 21.30-21.36 น. การแสดงมีเอฟเฟค ในวันที่ 19-20 พ.ย. ,24-27 พ.ย.65

3.วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร "นฤมิต วิจิตร นาฏกรรม" การแสดงทางวัฒนธรรมประยุกต์ ผสมผสานระบบเทคนิคพิเศษ   บอกเล่าเรื่องราวของประเพณีอันเรืองงามคู่สายน้ำเจ้าพระยา โดยมีหนังใหญ่และการแสดงทางวัฒนธรรม  ที่สืบเนื่องกับแม่น้ำร่วมแสดง สื่อถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของประเทศไทย ตลอดจนความสุข ที่เปี่ยมมิตรไมตรีและรอยยิ้ม จัดแสดงในช่วงวันที่ 18-20 พ.ย. ,25-27 พ.ย. 65 เวลา 19.30 -19.40 น. 20.30 -30.40 น. และ 21.30-21.10 น. มีการแสดงวัฒนธรรมและพลุ

4.สะพานพระพุทธยอดฟ้า "วิจิตร เรืองรอง ท้องนที" การแสดง Illumination Light Show ประกอบดนตรีที่สื่อถึงประสบการณ์การเดินทางแห่งความสุขในทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดออกมาเป็นการเล่นแสงไฟตามจังหวะเพลงที่น่าตื่นตาตื่นใจสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทย กระตุ้นให้เกิดการเดินทางออกไปค้นหา จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบเวลา 19.15 น. 19.45 น. 20.15 น. 20.45 น. 21.15 น. และ 21.45 น. และมีการเพิ่มรอบการแสดงพลุ รับชมฟรี ในวันที่  19-20 และ 24-27 พ.ย. 65 เวลา 20.45-20.52 น.

5. ศูนย์การค้าริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก วิจิตรไทยแลนด์" การฉาย Projection Mapping ไปยังพื้นผิวอาคาร เป็นถ่ายทอดเรื่องราวของเสน่ห์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา และนำเสนอ SOFT POWER สำคัญในเมืองไทย   เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อันมหัศจรรย์ ทั้ง FOOD FILM FASHION FIGHT FESTIVAL จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 6 รอบ เวลา 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. และ 21.30 น. 

6.ไอคอนสยาม “วิจิตรธารา มหาปรากฏการณ์” การประดับไฟตกแต่งไอคอนสยามแบงคอกอิลูมิเนชั่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ด้วยพลังงานสะอาดจาก Solar Cell นวัตกรรมใหม่ที่สอดรับกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  สู่ชั้นบรรยากาศ และการแสดง The ICONIC Multimedia Water Feature การแสดงระบำสายน้ำประกอบแสงสีเสียงที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดแสดงทุกวัน ๆ ละ 4 รอบ เวลา 18.15 น. 19.15 น.  20.15 น. และ 21.15 น.

 มวยไทยและศิลปะการป้องกันตัวของไทย (Fighting)

การสาธิตมวยไทยและ workshop จากยอดมวยไทย บัวขาว บัญชาเมฆ โชว์ที่ศูนย์สื่อมวลชน ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ โดยในงานนี้มี Arieh Smith ยูทูเบอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านคน ได้ร่วมแสดงแม่ไม้มวยไทยบทเวทีด้วย

อาหารไทย (Food)

จัดขึ้นในงาน Plate to Planet Festival จานนี้เพื่อสิ่งแวดล้อม “เมนูอาหารอนาคต” เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ภายใต้โครงการ APEC Future Food for Sustainability เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและคนไทยทั่วประเทศ ในวาระที่ไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม APEC 2022 ผ่านการประกวดสตาร์ทอัพด้านอาหารอนาคต

แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพด้านซอฟต์พาวเวอร์ อาหารไทย ภายใต้แนวคิด BCG โมเดล ผ่านการจัดกิจกรรมเฟ้นหาเมนูอาหารอนาคตจากผู้ประกวดกว่า 2,000 ทีม และได้คัดเหลือเพียง 21 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ผ่านการแข่งขันประลองฝีมือทำอาหาร ตัดสินโดยเชฟ และนักชิมระดับมิชลิน โดย 21 ทีมที่ผ่านเข้ารอบมาในครั้งนี้ จะได้มาประชันแนวคิดเชิงธุรกิจ พร้อมพิชชิ่งไอเดียให้กับคณะกรรมการจากองค์กรชั้นนำด้านอาหารของไทย เช่น เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด NRF บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) PTT OR ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป และ PTTGC เป็นต้น ที่จะร่วมค้นหาสุดยอดเมนูอาหารอนาคตไปต่อยอดทางธุรกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านอาหารอนาคตของไทยให้ไปสู่ตลาดโลกด้วยกัน

เมนูอาหารอนาคตของผู้เข้ารอบทั้ง 21 ทีมมาให้คนทั่วไปได้กิน อาทิ ขนมไข่ผำชูกำลัง ขนมชั้นสูตรลดน้ำตาลเสริมใยอาหารและโพรไบโอติกส์ คาโบนารา Vegan ครอกเก็ตพะแนงแพลนต์เบส ซาชิมิคอลลาเจนสกัดจากเกล็ดปลา เสริมคุณค่าไฮยารูรอนิคจากเห็ดหูขาว ปูไร้เนื้อ ข้าวถั่วลูกไก่ยำปักษ์ใต้ผัก 5 สี ข้าวเขียวหวานแห้งโปรไบโอติกส์ ไอติมจากแมลง ให้ทุกคนได้เลือกกินและตื่นเต้นไปกับความแปลกใหม่ของวัตถุดิบและนวัตกรรม และได้รักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การผลักดันอาหารอนาคตประเทศไทยโดยการร่วมโหวตเมนูที่ชื่นชอบผ่าน www.futurefoodapec.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น (มีของรางวัล) เข้าไปติดตามได้ใน facebook : APEC พร้อม ไทยพร้อม ร่วมลุ้น 21 ทีมใครจะได้ไปต่อเพื่อคว้ารางวัลมูลค่า 1 ล้านบาท พร้อมโอกาสในการเป็นตัวแทนนำเสนอเมนูอาหารอนาคตต้อนรับผู้นำ APEC ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจ เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในการเป็นครัวแห่งอนาคตของโลก

ขณะที่ 2F อย่าง ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่นไทย (Fashion) และภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) ถือเป็นโจทย์ยากในการที่สร้างความโดดเด่น

ท่ามกลางคำถามความคุ้มค่าจากฝ่ายไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เกี่ยวกับงบประมาณทุ่มจัดงานนี้ด้านดูแลความปลอดภัย งานอีเว่นท์ต่าง ๆ และกระทบการคำเนินชีวิตของชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑลชั่วคราว ซึ่งเป็นเรื่องถกเถียงสิ่งที่ได้รับกลับมานั้น จะคุ้มค่าหรือสมดุลหรือ แต่หากพูดความสำคัญด้านพลังอำนาจอ่อน ซอฟท์ soft power เป็นผลดีทั้งระยะสั้นและระยะยาวในการแสดงศักยภาพของประเทศอย่างแน่นอน

...

อ้างอิง

- ทำเนียบรัฐบาล

apec 2022

- บทความเกี่ยวข้อง soft power ของไทย

- บทความเกี่ยวกับนิติราษฎร์ บุญโย