“หุ้นไทย” ปิดตลาด (9 ส.ค. 65) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,617.56 จุด ปรับตัวลดลง 8.69จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.54% มูลค่าการซื้อขาย 32,654.15 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,619.83 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,606.48 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- DELTA ปิดที่ 530.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.74%
- AOT ปิดที่ 72.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.69%
- KBANK ปิดที่ 149.50 บาท ไม่เปบี่ยนแปลง
- SABUY ปิดที่ 20.90 บาท เพิ่มขึ้น 3.47%
- PTTEP ปิดที่ 154.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.32%
นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้านี้บรรยากาศการลงทุนใน ภาพรวมขึ้นมาเคลื่อนไหวโซนเหนือ 1,600 จุด จากความคาดหวังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป และเงินเฟ้อของสหรัฐน่าจะผ่านจุดสูงสุดแล้ว จึงเป็นสัญญาณบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านเราหุ้นที่ปรับขึ้นมากระจายไปหลายกลุ่ม หลังจากช่วง 2 วันที่ผ่านมาหุ้นที่เกี่ยวข้องดอกเบี้ยปรับขึ้น วันนี้กลุ่มแบงก์ไม่ได้คึกคักมากนัก แต่ DELTA, SABUY ขึ้นมาได้ดีตอบรับงบออกมาดีกว่าคาด รวมถึงหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว
นายกิจพล กล่าวว่า ภาพ SET Index มีแนวต้านสำคัญเป็นเป้าหมายเก็งกำไรรอบนี้ในโซน 1,630-1,650 จุด ทำให้มีอัพไซด์ไม่มากนัก จึงควรเลือกเก็งกำไรรายตัว อาทิ หุ้นกลุ่มเปิดเมือง ที่มิทิศทางเป็นบวก หุ้นเกี่ยวกับท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า กอง REIT ส่วนค้าปลีกในระยะสั้นรับแรงกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 2/65 ไม่ค่อยดี แต่คาดวาจะฟื้นในครึ่งปีหลัง ขณะที่กลุ่มธนาคารอาจผันผวนจากผลประชุม กนง.ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์อาจรับผลกระทบจากความกังวลหนี้ NPL ถ้าไม่ได้เป็นปัญหา หลังการประชุมกนง.ก็น่าจะปรับขึ้นไม่มาก แต่ราคาอยู่ในโซนต่ำ Valuation เทรดบน P/E ต่ำกว่าเมื่อช่วง 3-4 ปี
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่าย นายกิจพล คาดว่า ตลาดน่าจะบวกขึ้นต่อไปได้ในกรอบ 1,613-1,620 จุด พร้อมให้แนวรับที่ 1,605 จุด แนวต้านที่ 1,620 จุด








