อสังหาฯขานรับนโยบายแก้ปัญหาPM2.5ผู้ว่าฯชัชชาติ

อสังหาฯขานรับนโยบายแก้ปัญหาPM2.5ผู้ว่าฯชัชชาติ

อสังหาฯ ขานรับนโยบายแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5ผู้ว่าฯชัชชาติ " พฤกษา " พร้อมให้ความร่วมมือ ระบุที่ผ่านมาใช้คอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงานไปยังไซต์งานก่อสร้างทำให้ปัญหาฝุ่นน้อย นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เล็งนำแผนรับมือลดปริมาณฝุ่นมาทบทวนให้สอดคล้องกับนโยบายผู้ว่าฯกทม.

 หลังจากที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมากล่าวถึงนโยบายแก้ปัญหา PM 2.5 หลังได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีปลัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ปลัด กทม. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยมีทั้ง 16 แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่ดำเนินการในเดือน ต.ค.นี้ 

 หนึ่งในนั้นคือ การออกข้อกำหนดว่า ไซต์ก่อสร้าง ในเงื่อนใบอนุญาตก่อสร้างต้องไม่ใช้รถที่ปล่อยมลพิษกับอากาศ ซึ่งเป็นมาตรการเข้มข้น เพราะแต่ก่อนไม่เคยมีเงื่อนไขนี้ ให้ผู้ประกอบการเตรียมตัว ต่อไปนี้รถที่ขนปูน ขนดิน ขนหิน ขนทราย เข้ามาในไซต์ต้องมีการตรวจที่เข้มข้นจะต้องไม่ปล่อยมลพิษ   
       
 นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งไม่ต้องห่วงเพราะที่ผ่านมาพฤกษาทำเรื่องนี้อยู่แล้ว เนื่องจากการก่อสร้างของบริษัทใช้พรีคาสท์หรือคอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงานไปยังไซต์งานก่อสร้างทำให้ปัญหาฝุ่นน้อย  ใช้ระบบสำเร็จรูปเป็นส่วนใหญ่ต่างจากไซต์งานก่อสร้างทั่วไป

ซึ่งนโยบายแก้ปัญหาPM2.5ผู้ว่าฯชัชชาติ สอดคล้องกับวิธีการทำงานของบริษัทที่ดำเนินการอยู่แล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร   ส่วนการขนส่งไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างบริษัทใช้วิธีการจ้างบริษัทที่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏระเบียบที่หน่วยงานราชการกำหนดได้อยู่แล้ว
         

นโยบายของบริษัทให้ความสำคัญเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับมาตรฐานของการก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทอสังหาฯหลายรายดำเนินการทิศทางเดียวกันนี้ที่บริหารจัดการให้กระบวนการทำธุรกิจสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเป้าหมายจนคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตออกมา ซึ่งมีมูลค่าจนสามารถนำออกขายให้แก่ธุรกิจหรือหน่วยงานที่ในกระบวนการทำงานยังมีส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าเป้าหมายที่ควบคุม ก็สามารถมาซื้อคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยได้ 

อสังหาฯขานรับนโยบายแก้ปัญหาPM2.5ผู้ว่าฯชัชชาติ

 "เรื่องนี้ถือว่าเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกมุ่งสู่การทำธุรกิจที่ยั่งยืน เพราะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน เนื่องจากการลดภาวะโลกร้อน เป็นประเด็นสำคัญและเร่งด่วนที่จะกระทบต่อธุรกิจไทยทั้งในปัจจุบันและในอนาคต "

นายวรวุฒิ กาญจนกูล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน    กล่าวว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาเรื่อง PM2.5 ทางสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านมีโครงการออกมาเพื่อให้สมาชิกสมาคมฯ ที่ก่อสร้างบ้าน มีส่วนช่วยในการลดฝุ่นละออง โดยมีมาตรการให้สามารถปฏิบัติตาม จากนั้นมีการไปตรวจไซต์ก่อสร้างพร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณสำหรับบริษัทที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน มาตรการลด PM2.5 เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพราะเกิดขึ้นทุกปี 

 "ต้องยอมรับว่าธุรกิจรับสร้างบ้านก็เป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้าง แต่อาจะมีผลกระทบน้อยกว่าโครงการขนาดใหญ่หรืออาคารสูง โดยเฉพาะฝุ่นที่มาจากการทำรถไฟฟ้าฉะนั้นมาตรการที่ทางกรุงเทพมหานครออกมาเพื่อลดPM2.5 เป็นเรื่องที่เห็นด้วยและพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งทางสมาคมฯดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องยาก ที่สมาคมฯนำแผนมาทบทวนอีกครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายผู้ว่าฯ"

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อม นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยของผู้คนทั้งทางตรงและทางอ้อม เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้เดินหน้าแคมเปญ CARE-SHARE-CHANGE เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนและตอกย้ำเจตนารมณ์ขององค์กรเรื่องการใส่ใจลูกค้า ลูกบ้าน พนักงาน และสังคม ผ่าน 3 แกนกิจกรรม 

1.การใส่ใจดูแลพื้นที่ก่อสร้าง  พัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของลูกบ้านโครงการ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ด้วยการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ "The Cloud Major's Air Purifier" ในพื้นที่ก่อสร้างใหม่ทุกโครงการ

เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองโดยรวมในอากาศประมาณ 30% และลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน  14% เมื่อเทียบกับปริมาณฝุ่นละอองที่วัดได้บริเวณรอบโครงการก่อนติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศ ซึ่งปัจจุบันได้ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างของโครงการเมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว  และโครงการมอลตัน เกทส์กรุงเทพกรีฑา และทยอยติดตั้งในทุกโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อช่วยบำบัดอากาศที่มีมลพิษ รวมถึงฝุ่น PM 2.5

อสังหาฯขานรับนโยบายแก้ปัญหาPM2.5ผู้ว่าฯชัชชาติ

2.การจัดการขยะ ปลุกพลังผู้คนให้ร่วมกันพิชิตปัญหาขยะในคอนโดมิเนียมและออฟฟิศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สร้างขยะตั้งแต่ต้นทาง เริ่มต้นจากการผลักดันให้ลูกบ้านและพนักงานเข้าใจและเข้าถึงในการเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทิ้งขยะด้วยไอเดียใหม่ๆ และวิธีการที่ทำได้จริง ช่วยรองรับขยะที่เกิดขึ้นและนำกลับเข้าสู่วงจรการรีไซเคิล 

"วันนี้ เราอยู่ในยุคที่มีปริมาณพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว หรือ Single-use plastics เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกล่องโฟม กล่องพลาสติกใส่อาหาร ถุงพลาสติก จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น การสั่งอาหารผ่าน Food Delivery เราตระหนักดีว่า ปัญหาขยะไม่ใช่เรื่องที่คนหนึ่งคน หรือองค์กรหนึ่งแห่ง ทำเพียงคนเดียวแล้วจะแก้ปัญหาได้ เราจึงเริ่มต้นจากการปลุกพลังให้ผู้คนจำนวนมากมาร่วมกันแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งในที่อยู่อาศัย สำนักงาน ให้การรวมพลังของทุกคนนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน" นางสาวเพชรลดา กล่าว 

3.การแบ่งปันความรู้ รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนเกิดความเชื่อและร่วมมือกันจัดการขยะด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ เริ่มต้นจากวิธีการที่ทุกคนปฏิบัติได้จริง โดยจับมือกับอินฟลูเอนเซอร์ด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดัง Konggreengreen มาร่วมปลุกพลังการแยกขยะภายในคอนโดมิเนียม

ผ่านการผลิตคอนเทนท์ออนไลน์ "คอนโด Go Green" ให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจและตระหนักถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเองเพื่อโลกและสังคมดียิ่งขึ้น 

นางสาวเพชรลดา กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งใจจริงที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจและมุ่งหวังว่าการดำเนินการทั้ง 3 ด้าน จะช่วยสร้างให้เกิดการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาคารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และพื้นที่ก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม