'สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ'แนะรัฐเร่งช่วย SMEs ชี้ดอกเบี้ยขึ้นกระทบธุรกิจ

'สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ'แนะรัฐเร่งช่วย SMEs ชี้ดอกเบี้ยขึ้นกระทบธุรกิจ

ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ชี้เอสเอ็มอียังไม่ฟื้นไข้จากโควิด-19 ธุรกิจจำนวนมากยังมีหนี้เสีย และหนี้ที่เฝ้าระวังเพิ่ม แนะรัฐออกนโยบายช่วยเอสเอ็มอีเติบโตในเขตศก.พิเศษ เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน คาดดอกเบี้ยขึ้นกระทบต้นทุนธุรกิจ

 นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย  กล่าวในระหว่างการเสวนาหัวข้อ "การขับเคลื่อเศรษฐกิจชุมชน สู่ความมั่งคั่ง" ภายในงานสัมนา"การกระจายอำนาจกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ" จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับ เนชั่นทีวี และ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยวานนี้ (27ก.ค.) ว่าภาคเอสเอ็มอีของไทยยังคงเผชิญกับปัญหาหลายด้าน และปัจจุบันสมรรถนะทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำลงหลังจากเผชิญกับโควิด-19 ทำให้เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบอย่างมาก จึงต้องดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการและนโยบายในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างไร

 

โดยส่วนหนึ่งที่มีนโยบายแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจของไทย 4 ภาค ก็สามารถที่จะเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเอสเอ็มอีได้เช่นกันโดยเฉพาะภาคเอสเอ็มอีในแต่ละจังหวัดสามารถที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้หากรัฐบาลวางแนวทางสนับสนุน

นอกจากนี้ปัญหาของเอสเอ็มอีมีปัญหาในส่วนของหนี้เพิ่ม การว่างงานที่เพิ่ม โดยต้นทุนอาหารที่เพิ่มขึ้นกระทบกับต้นทุนของเอสเอ็มอี โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 20- 30% กระทบกับภาคเอสเอ็มอี รวมทั้งในเรื่องของดอกเบี้จะกระทบ

ทั้งนี้เอสเอ็มอีที่มีหนี้อยู่ปัจจุบันมีทั้งหนี้ทั้งหมดกว่า 3.4 ล้านล้านบาท โดยในส่วนนี้มีหนี้ที่เป็นหนี้ไม่ก่อเกิดรายได้ (NPL ) 2.6 แสนล้านบาท และมีหนี้ที่กล่าวถึงพิเศษกว่า 4.09 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นระเบิดเวลาที่นำไปสู่การผิดชำระหนี้ได้เมื่อมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังและรัฐบาลควรมีการเตรียมมาตรการช่วยเหลือไว้ให้พร้อม