“6 แบงก์”ปรับแผนธุรกิจปี 65 ปล่อยกู้กลุ่มเปราะบาง “กสิกรไทย” กู้ขั้นต่ำรายละ 1.5 พันบาท “กรุงไทย” เดินยุทธศาสตร์3 ปีช่วยคนให้เข้าสินเชื่อเพิ่ม “ทิสโก้” เผย รุกสมหวัง เงินสั่งได้ “แบงก์กรุงเทพ” คาดสินเชื่อปีนี้โต 4-6%เร่งเพิ่มขีดความสามารถดูแลลูกหนี้
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนเข้าไปให้บริการลูกค้ากลุ่มเปราะบาง หรือ ลูกค้ารายเล็กมากขึ้น เนื่องจาก กลุ่มลูกค้าดังล่าวมีจำนวนมากที่ยังเข้าไปไม่ถึงสินเชื่อ โดยหากดูฐานลูกค้าของธนาคารที่ 19 ล้านคน พบว่าเข้าถึงสินเชื่อเพียง 10 ล้านคน เท่านั้น
ทั้งนี้การเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มนี้ให้เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งก็สอดคล้องกันเป้าประสงค์ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่อยากให้ภาคธนาคารเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น
โดยการเข้าไปเจาะฐานลูกค้ากลุ่มเปราะบางนั้น ธนาคารจะเข้าไปในรูปของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “Buy now pay later” ภายใต้สินเชื่อบุคคลดิจิทัล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีเอกสารทางการเงิน หรือรายได้ต่างๆ ซึ่งเริ่มต้นคาดปล่อยสินเชื่อขั้นต่ำที่ 1,500 บาทต่อราย และตั้งเป้าคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) กลุ่มนี้ไม่เกิน 4-6%
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีพาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เข้ามาหารือกับแบงก์ต่อเนื่อง เพื่อเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) โดยที่อยู่ระหว่างเจรจา 5-6 ราย เพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในธุรกิจนี้ ให้เติบโตและมีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งหวังว่าดีลจะจบได้ปีนี้
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL)กล่าวว่า เบื้องต้นธนาคารยังคงตั้งเป้าแผนการดำเนินงานตามเดิม คือคาดการเติบโตสินเชื่อรวมอยู่ที่ระดับ 4-6% โดยมาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ธุรกิจรายย่อย 4-6% และสินเชื่อเอสเอ็มอี 1-3% สอดคล้องจีดีพี ที่โต 3-4% ซึ่งในด้านการดำเนินธุรกิจถือว่ายังเติบโตได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปีนี้แบงก์ยังคงให้ความสำคัญกับใกล้ชิดลูกค้า การเข้าไปช่วยลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำอย่างไรให้แบงก์สามารถขยายขีดความสามารถมากขึ้น ในการเข้าไปช่วยสนับสนุนลูกค้าได้อย่างเต็มที่
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB)กล่าวว่า การเข้าไปดูแล หรือเข้าไปเจาะลูกค้าขนาดเล็กหรือกลุ่มเปราะบางมากขึ้น ถือเป็นสิ่งที่แบงก์เดินหน้าอยู่แล้ว ภายใต้ยุทธ์ศาสตร์ 3 ปี ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนคนไทยให้เข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น โดยการใช้ดาต้าเข้ามาวิเคราะห์ให้ธนาคารเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น
นายมาณพ เสงี่ยมบุตร Chief Finance & Strategy Officer บมจ. เอสซีบี เอกซ์ ( SCB)และ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้เพียงพอ ถือเป็นตลาดที่สำคัญและเป็นโอกาสที่จะเอสซีบี เอกซ์จะเข้าไปให้บริการทางการเงินเพิ่มขึ้น
โดยการเข้าไปเจาะกลุ่มนี้ ปัจจุบันได้ทำผ่านทั้ง SCB Abacus และ MONIX และในอนาคต CardX ก็มีโอกาสเข้าไปจับกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีการเข้าถึงลูกค้าภายใต้ ecosystem ที่แตกต่างกันออกไป แต่ต้องยอมรับว่าการเข้าไปเจาะกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ก็ต้องมาคู่กับผลตอบแทนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป(TISCO) กล่าวว่า กลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ธนาคารจะเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น
โดยเฉพาะผ่านสมหวัง เงินสั่งได้ ที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเฉพาะ กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์
ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าอาจทำให้แบงก์มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่อีกด้านก็ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ก็ถือว่าเหมาะสมหากเทียบกับความเสี่ยงที่จะเข้ามา
นายพอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย(CIMBT) กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ Forward23 ของธนาคารยัง เน้นโฟกัสลูกค้ารายย่อย ลูกค้า Wealth ลูกค้ารายใหญ่ที่ทำธุรกิจข้ามประเทศภายในอาเซียน
และธุรกิจที่เป็นจุดแข็งคือ Treasury การบริการเงิน ซึ่งเป็นแผนที่แบงก์ยังเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป ส่วนคุณภาพสินเชื่อของแบงก์ถือว่าดีต่อเนื่อง





