เราคาดว่า AU จะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 23 ล้านบาทจากขาดทุนสุทธิ 7 ล้านบาทใน 2Q64 และคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 56% QoQ เนื่องจากผลการดำเนินงานดีขึ้นในทุกระดับ
โดยเราคาดว่ายอดขายของ AU จะเพิ่มขึ้น 51% YoY และ 6% QoQ (คาดว่า SSSG จะอยู่ที่ +45% ใน 2Q65 จาก -14%/+8% ใน 2Q64/1Q65) เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น, จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้น, และฐานต่ำ
ใน 2Q64 เราคาดว่ายอดขายสินค้า และวัตถุดิบ (คิดเป็น 8% ของยอดขาย) จะดีขึ้นถึง 173% YoY และ 32% QoQ เนื่องจาก i) จำนวนสาขา franchise ของร้าน Mikka เพิ่มขึ้นเป็น 103 ร้าน (จาก 51 ร้านใน 2Q64 และ 83 ร้านใน 1Q65) และ ii) ผู้คนกลับเข้าไปทำงานในสำนักงานซึ่งมีสาขาร้านตั้งอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ ยอดขายของสาขา franchise ในฮ่องกงยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ในขณะเดียวกัน เราคาดว่ารายได้จากบริการ catering และร้าน pop-up stores จะเพิ่มขึ้น 34% YoY และ 23% QoQ
เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 61.5% (จก 56.0% ใน 2Q64 และ 59.8% ใน 1Q65) เนื่องจาก i) สัดส่วนยอดขายลูกค้าที่รับประทานในร้านเพิ่มขึ้นเป็น 65% ของยอดขายรวม (จาก <60% ใน 1Q65) ii) มีการปรับราคาขายในเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งจะส่งผลเต็มไตรมาสใน 2Q65 นอกจากนี้ เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะลดลงเหลือ 50.3% จาก 61.8% ใน 2Q64 และ 52.4% ใน 1Q65
คาดว่ากำไรจะเร่งตัวขึ้นใน 2H65
สำหรับแนวโน้มใน 2H64 เราคาดว่ารายได้ของ AU จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากฐานที่ต่ำ และมีข้อจำกัดในการคุม COVID-19 ใน 3Q64 (SSSG อยู่ที่ -50% ใน 3Q64) ซึ่งเมื่อเทียบ QoQ ก็น่าจะดีขึ้นเช่นกัน เราคาดว่าผลประกอบการของ AU น่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องได้อย่างแข็งแกร่งใน 2H65 จากการที่ผู้คนกลับมาดำเนินกิจกรรมการใช้ชีวิตเป็นปกติ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้น
Valuation and action
เราคาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้น QoQ ตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรปี 2565-66F เป็นไปตามคาด ดังนั้น เราจึงยังคงราคาเป้าหมายปี 2565F เอาไว้เท่าเดิมที่ 11.90 บาท (อิงจาก PE ที่ 44x จาก EPS ปี 2566) และคงคำแนะนำ ซื้อ AU
Risks
เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ และ SSSG ต่ำเกินคาด








