ราคาบิตคอยน์และอีเธอเรียมพุ่งขึ้นหลังจากรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ( CPI)ของคืนวันที่ 13 ก.ค.2565 ก่อนปรับตัวลดลง จากอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 9.1% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี ทำนักลงทุนสายฟิวเจอร์สทั่วโลกพอร์ตแตกกว่า 7พันราย มูลค่า 9,189.908 ล้านบาท
ราคาบิตคอยน์และอีเธอเรียม พุ่งขึ้นในของคืนวันที่ 13 ก.ค.2565 หลังจากรายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ร้อนแรงถึง 9.1% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 40 ปี
บิตคอยน์ กลับขึ้นไปยืนเหนือ 20,000 ดอลลาร์ในช่วงแรกหลังจากรายงาน ก่อนที่จะดิ่งลงต่ำถึง 19,046 ดอลลาร์ (และต่ำกว่า 19,000 ดอลลาร์ในบางศูนย์ซื้อขายเช่น Binance) ในขณะที่รายงาน ราคาบิตคอยน์มีราคาเคลื่อนไหวที่ 19,191 ดอลลาร์ ลดลง 3.2% ในชั่วโมงที่ผ่านมาตามดัชนี CoinGecko
ด้าน อีเธอเรียมมีราคาพุ่งสูงถึง 1,100 ก่อนที่จะลดลงเล็กน้อย โดยขณะนี้ซื้อขายเพิ่มขึ้น 4.5% ที่ระดับ 1,091 ดอลลาร์ตามดัชนี CoinGecko
ขณะเดียวกันนักลงทุนคริปโทสาย Future พอร์ตแตกทั่วโลกพุ่ง 73,162 ราย ยอดรวมกว่า 9,189.908 ล้านบาท
ตลาดคริปโทอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังจากการล่มสลายของ Terra blockchain ในเดือนพพ.ค.2565 และวิกฤตสภาพคล่องสำหรับแพลตฟอร์มการให้กู้ยืมคริปโทต่างๆพากันปิดชำระเงินและยื่นล้มละลายในเดือนมิ.ย.
โดยก่อนหน้านี้ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐเดือนพ.ค.อยู่ที่ 8.6% และยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 1.3% ในเดือนมิ.ย.เป็น 9.1% สูงสุดในรอบ 40 ปี
อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์ก็มีดัชนีผันผวนตอบตับตัวเลขเงินเฟ้อในทุกครั้งที่เฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ดั้งนั้นจึงต้องจับตาความเคลื่อนไหวของราคาตลาดคริปโทอีกครั้งหลังการประชุมดอกเบี้ยนโยบายของเฟด





