background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

วันเทรดสุดท้ายก่อนหยุด (12 กรกฎาคม 2565)

วันเทรดสุดท้ายก่อนหยุด (12 กรกฎาคม 2565)

วันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวไซด์เวย์ในแดนลบ เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร สูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ย

โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มการแพทย์ และค้าปลีก ส่วนกลุ่มธนาคารมีแรงซื้อกลับ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,557.40 จุด -0.47 จุด -0.03% มูลค่าการซื้อขาย 46,061 ลบ.ต่างชาติ +1,830.39 ลบ. TFEX -15,810 สัญญา ตราสารหนี้ +1,385.86 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เน้นย้ำอีกครั้งว่าจะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มเติมหากจำเป็นต้องทำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง
+ ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าแต่เริ่มทยอยกลับมาและมีความต่อเนื่อง คาด GDP ปีนี้จะขยายตัว 3.3% ภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแต่ตอนนี้กิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ธปท.คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ราว 6 ล้านคน ทุกๆ 1 ล้านคนที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยเพิ่ม GDP ได้ 0.4%
+ คลังเล็งชง ครม.ต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 5 บาท อีก 2 เดือน คาดเสียรายได้ 2 หมื่นล้านบาท
+ คลังเตรียมหารือกับ ธปท. เพื่อขยายมาตรการ LTV และจะหารือกับกระทรวงมหาดไทยต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่จะสิ้นสุดในปลายปีนี้ รวมถึงจะมีมาตรการกระตุ้นอื่นๆ
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 1,679 ราย มีผู้เสียชีวิต 23 ราย รักษาหาย 2,115 ราย

 

ปัจจัยลบ 

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 164.31 จุด -0.52% กังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเจพีมอร์แกน และโกลด์แมน แซคส์ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันพุธนี้ เพื่อประเมินทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
 

 

- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 70 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 104.09 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนยังวิตกว่าจีนอาจกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำมันในประเทศ นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์
- รองนายกรัฐมนตรียูเครนสั่งประชาชนอพยพออกจากภูมิภาคเคอร์ซอนทางตอนใต้ที่ถูกรัสเซียยึดครองอยู่โดยด่วน เนื่องจากกองกำลังติดอาวุธของยูเครนกำลังเตรียมการโจมตีตอบโต้ทหารรัสเซียในพื้นที่ดังกล่าว
- ยุโรปเตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน ขณะที่รัสเซียจะยุติการส่งก๊าซธรรมชาติผ่านทางท่อส่ง Nord Stream 1 ในวันนี้
- FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 4.6% ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00% ในการประชุมวันที่ 26-27 ก.ค. และให้น้ำหนัก 95.4% ที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่ง

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีวันนี้ยังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในวันพุธนี้ ประกอบกับคาดว่านักลงทุนจะชะลอการลงทุนเนื่องจากเป็นวันเทรดสุดท้ายก่อนวันหยุด มองกรอบการเคลื่อนไหวในวันนี้ 1,550-1,565 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• กนง.มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงครึ่งปีหลัง + หุ้นแบงก์ได้ประโยชน์จากธปท.เลิกเพดานจ่ายปันผลและทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นเราชอบแบงก์ใหญ่ KBANK SCB BBL KTB TISCO
• กังวลโควิด-19 ระลอกใหม่ : BH BDMS CHG BCH PRINC WPH
• หุ้นเด่น IAA Consensus : BBL BEM CPN KBANK
• ค่า Ft ขึ้นขณะที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวลง : GPSC BGRIM GULF

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                                                                           GPSC
                                                       (Bloomberg Consensus 80.50 บาท)  

•บริษัทมีการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมราว 46% ทำให้ได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นค่า Ft ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนม.ค.-ส.ค. สู่ 0.2477 บาทต่อหน่วย และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีก 40 สต. ในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. ทำให้สามารถปรับเพิ่มราคาขายไฟฟ้าได้ลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

•มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจาก 4 โครงการ 1.ERU กำลังการผลิต 250 MW คาดแล้วเสร็จปี 2023 2. Solar power in India (GPSC ถือหุ้น 42.93% ดำเนินการแล้ว 2,413 MW และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 2,195 MW) กำลังการผลิต 4,608 MW คาดแล้วเสร็จในปี 2023 3. SPP Replacement กำลังการผลิต 192 MW คาดแล้วเสร็จ 4Q22 และ 4. Wind Power Taiwan (GPSC ถือหุ้น 25%) กำลังการผลิต 595 MW คาดแล้วเสร็จ 1Q24 คิดเป็นกำลังการผลิตส่วนเพิ่มอีก 1,533 MW จากปัจจุบันที่ 5,807 MW

ความเห็น เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการ 2Q65 เนื่องจากสามารถปรับเพิ่มค่า Ft ต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ค.-ธ.ค. และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาวเริ่มเข้าสู่ High Season เป็นตัวหนุนต่อผลประกอบการเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 22-24 เพิ่มเติม

 

หุ้นมีข่าว

(+) CI (Bloomberg consensus - บาท) ชูโรงแรมภูเก็ตฟื้นตัวแรง รับอานิสงส์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย บวก "เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4" หนุนรายได้ธุรกิจโรงแรมเติบโต 20% จากฐานที่ต่ำในปีก่อน ด้านธุรกิจ "กัญชง-กัญชา" คาดชัดเจนปลายปีนี้ ส่วนธุรกิจอสังหาเริ่มฟื้นตัวชัดเจน ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เตรียมเปิดโครงการใหม่ครึ่งปีหลังอีก 1-2 โครงการ มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) WHA (Bloomberg consensus 4.16 บาท) จับตาครึ่งปีหลังเด่น เนื้อหอมรายใหญ่รอเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินกว่า 600-700 ไร่ ในไตรมาส 3/2565 นี้ ยิ้มปี 2565 ยอดขายทะลุเป้า 1 พันไร่ อวดแบ็กล็อกในมือ 400-500 ไร่ คาดรับรู้เป็นรายได้ทั้งหมดในปีนี้ มองต้นทุนก่อสร้างเพิ่มไม่กระทบธุรกิจ ย้ำจัดการความเสี่ยงได้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) BGRIM (Bloomberg consensus 41.00 บาท) นับหนึ่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 2 จำกัด และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (อ่างทอง) 3 จำกัด กำลังการผลิตรวม 280 เมกะวัตต์ คาด COD ในปี 2566 พร้อมตั้งงบลงทุน 5 ปี ที่ 1.4 แสนล้านบาท ขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศและการซื้อกิจการ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KIAT (Bloomberg consensus - บาท) เผย บริษัท เคจีพี จากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย คว้างานให้เช่าระบบป้องกันอุบัติเหตุจากการละสายตาและการหลับในของผู้ขับรถบรรทุกขนาดใหญ่ หรือระบบ Guardian System จาก PTT Digital Solution เพื่อติดตั้ง Fleet Safety IoT ให้กับรถขนส่งน้ำมันจำนวน 1,500 คัน ของมูลค่ารวม 150 ล้านบาท พร้อมรับรู้รายได้ ภายในปี 2565 เดินหน้าปั้นผลงานเติบโตกว่า 20% ในปีนี้ เผย "สิบล้อลีสซิ่ง" สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ตลาดตอบรับดี (ที่มา ทันหุ้น)