คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวต้าน 1,570 / 1,582 จุด (EMA 25 วัน) แนวรับ 1,552 / 1,543 จุด แนะนำซื้อ BBL SINGER OTO ทางเทคนิค เกิดสัญญาณซื้อคืนระยะสั้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,582 จุด
โดยโมเมนตัมบวก หนุนการฟื้นตัววันนี้ คือ ถ้อยแถลงของคณะกรรมการเฟดคนสำคัญ นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Voter) สนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.5% ขณะที่นายเจมส์ บูลลาร์ด (Voter) ส่งสัญญาณว่าการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟด จะไม่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปีนี้ติดลบ ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ การประชุมศบค. ชุดใหญ่ของไทย; การจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราว่างงำน และค่าจ้างแรงงานรายชั่วโมงของสหรัฐฯ (หากค่าจ้างรายชั่วโมงปรับลดลง จะทำให้การกังวลต่อเงินเฟ้อลดลง และเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อตลาด)
กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ
+ KTX Portfolio: พอร์ต Big Cap แนะนำ GULF CRC AWC TCAP JMT CENTEL BH BEM AOT CPN MINT KTB BDMS MAJOR (แนะนำซื้อ MEGA) และพอร์ต Mid-Small Cap แนะนำ BAFS NER SIS AMANAH PORT LST (แนะนำซื้อ DOD, TMT และ AGE)
+ 2Q22E Earnings Play: กำไรเติบโตสูง >15% YoY, 20% QoQ และมี % Upside ต่อราคาเป้าหมาย >10% แนะนำ PTT PLANB TOP CPALL VGI KCE MINT SPRC MAJOR BEM ธนาคารกำไรเติบโตดี TTB SCB BBL
- จีนเปิดประเทศ: ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ พลังงาน AOT AAV ERW SHR SPA EKH WICE JWD PSL RCL KCE IVL PTTGC AGE
+/- หุ้นกลุ่มเช่าซื้อ / ลิสซิ่ง (รับสคบ.ประกาศเพดานดอกเบี้ย): +KKP TTB TISCO MTC TIDLOR SINGER –SAWAD BFIT S11 NCAP
+ กลุ่มได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท: TFG GFPT ASIAN TWPC NER SAPPE KCE BDMS BH
+ เงินเฟ้อใกล้ผ่านจุดสูงสุด: กลุ่ม Anti-Commodities Play: SCC SCGP TASCO GULF GPSC
ปัจจัยลบ
- Thailand: จำนวนผู้ติด COVID-19 รายใหม่ที่เร่งตัวขึ้น ในขณะที่มีความกังวลว่าจะมีจำนวนมากกว่าที่ทางศบค. รายงานทำให้อาจมีการชะลอแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ (-หุ้นกลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว และขนส่ง +หุ้นกลุ่มการแพทย์)
ปัจจัยบวก
+ USA: ถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และนายเจมส์ บูลลาร์ด แสดง ความมั่นใจว่าการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟด จะไม่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปีนี้ ติดลบ
+ USA: GDPNow ซึ่งจัดทำโดยเฟด สาขาแอตแลนต้า คาด 2Q22E US GDP หดตัว -1.9% QoQ ดีขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับคาดการณ์ครั้งก่อน -2.1% QoQ
ประเด็นสำคัญ
- การประชุมศบค.ชุดใหญ่ โดยมีวาระสำคัญ คือ การขอลดจำนวนวันในกระบวนการรักษาเป็น 5+5 วัน
- USA: Non-farm Payrolls เดือน มิ.ย. คาดอยู่ที่ 2.68 แสนราย (Vs เดือน พ.ค. 3.9 แสนราย)
- USA: อัตราการว่างงานเดือน มิ.ย. คาดทรงตัวอยู่ที่ 3.60%
- USA: ค่าจ้างรายชั่วโมงเดือน มิ.ย. คาด +0.30% YoY เท่ากับเดือน พ.ค.
Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกตามตลาดภูมิภาค: ดัชนีตลาดฯ เปิดบวกและปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ก่อนปิดตลาดที่ใกล้ระดับสูงสุดของวันที่ 1,562.37 จุด +20.58 จุด วอลุ่มซื้อขาย 6.59 หมื่นล้านบาท นำบวกโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +4.63% กลุ่มพาณิชย์ +2.68% กลุ่มเทคโนโลยีสารนสนเทศและการสื่อสาร +1.78% และกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค +1.15% หุ้นบวก >4% CPN JAS KEX DELTA TH THANA BLA SINGER MSC OTO หุ้นลบ >4% SELIC MPIC MATCH MUD KWI JP UMS NC TSC
+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดบวกต่อเนื่อง: DJIA +1.12% S&P500 +1.50% NASDAQ +2.28% นำขึ้นโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน Baker Huges (ราคาน้ำมันดิบโลกกลับมาปรับสูงขึ้น) หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป NVIDIA AMD (Samsung รายงานกำไร 2Q22 พุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี จากยอดขายชิป) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี Apple Alphabet (ถ้อยแถลงของ 2 กรรมการเฟดที่มีสิทธิโหวตปีนี้ คือ นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และนายเจมส์ บูลลาร์ด ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปีนี้จะไม่เกิด Recession แม้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย) ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกต่อเนื่อง CAC40 +1.60% DAX +1.97% FTSE +1.14% จากสัญญาณเศรษฐกิจที่อ่อนแอ จะส่งผลให้ ECB ไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย (คาดปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้เพียง 25 bps.) การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ กลุ่มผู้ผลิตชิป และกลุ่มธนาคาร หลังราคาน้ำมันและโลหะปรับตัวขึ้น
+ ราคาน้ำมันและทองคำฟื้นตัว: WTI +USD4.20 ปิดที่ USD102.73/บาร์เรล Brent +USD3.96 ปิดที่ USD104.65/บาร์เรล นักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับภาวะอุปทานตึงตัว หลังจากศาลรัสเซียสั่งให้โครงการ CPC (เป็นหนึ่งในท่อส่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากคาซัคสถานไปภูมิภาคทะเลดำ) หยุดดำเนินงาน 30 วัน เพราะเกิดการรั่วไหล ส่วนราคาทองคำ +USD3.20 ปิดที่ USD1,739.70/ออนซ์ จากแรงซื้อทองคำในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
+ Thailand: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 2022 ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 41.6 จากเดือน พ.ค. 2022 อยู่ที่ระดับ 40.2 โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น เดือนแรกนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2022 ปัจจัยบวกที่หนุนดัชนีปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ศบค. ผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ, การฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของทั้งโลกเพิ่มขึ้นเป็นรูปธรรม, กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และปรับเพิ่ม GDP ปี 2022 เป็น 3.3% จากเดิม 3.2%, การส่งออกในเดือน พ.ค. โต 10.47% และราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น
+ UK: นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนและสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายคริส พินเชอร์ ดำรงตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล แม้เขาเคยมีเรื่องอื้อฉาวทางเพศ รวมทั้งการที่รัฐบาลอังกฤษจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หลายครั้งที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีในช่วง 2 ปี ที่อังกฤษมีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ COVID-19
+ USA: กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐฯ ลดลง 1.3% สู่ระดับ 8.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือน พ.ค. ทั้งนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 3.414 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้น 1.2% สู่ระดับ 2.558 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปี 2022 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามากที่สุดต่อประเทศคู่ค้า 5 ชำติ ได้แก่ จีน เม็กซิโก เวียดนาม แคนาดา และญี่ปุ่น
- China: เซี่ยงไฮ้ รายงานการพบผู้ติด COVID-19 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา และได้ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า ศูนย์กลางทางการเงินแห่งนี้ อาจต้องกลับไปดำเนินมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งตามนโยบาย COVID-19 เป็นศูนย์ (Zero-Covid)
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: ASIAN TOP MTC KKP
หุ้นแนะนำเก็งกำไร: BBL SINGER OTO
Derivatives: แนะเปิด Long S50U22 เมื่อย่อตัว





