วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

อีอีซี ต้อนรับคณะหอการค้าฯ ซาอุดิอาระเบีย ดึงลงทุนดิจิทัล การแพทย์ EV

อีอีซี ต้อนรับคณะหอการค้าฯ ซาอุดิอาระเบีย ดึงลงทุนดิจิทัล การแพทย์ EV

สกพอ. ต้อนรับหอการค้าซาอุดิอาระเบียและนักธุรกิจกว่า 100 ราย เชื่อมโยงการลงทุน และขยายการค้าในอีอีซี เน้นอุตสาหกรรมพลังงาน การแพทย์ อาหาร เกษตรแปรรูป และการท่องเที่ยว คาดปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวซาอุฯ เยือนไทยกว่า 2 แสนคน พร้อมเพิ่มมูลค่าการค้าอีกหลายหมื่นล้านบาท

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ให้การต้อนรับคณะจากหอการค้ามณฑลริยาด ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียกว่า 100 คน นำโดยนายคารีม อัลอันซี่ (Mr. Krayem Alenezi) หัวหน้าคณะนักธุรกิจในการมาเยือนพื้นที่อีอีซีครั้งนี้ โดย สกพอ.ได้จัดกิจกรรม “EEC Business Forum” ซึ่งมีการบรรยายถึง ความก้าวหน้าภาพรวมในด้านต่างๆ ของพื้นที่อีอีซี และการสร้างความร่วมมือกับซาอุฯ ในระยะถัดไป รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักธุรกิจของไทย ได้นำเสนอและเจรจาจับคู่ทางการค้ากับนักธุรกิจซาอุฯ ที่เดินทางมาในโอกาสนี้ด้วย 

ทั้งนี้ คณะหอการค้ามณฑลริยาด จากซาอุฯ ได้มาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี หลังจากความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ซาอุฯ ได้กลับสู่ระดับปกติ นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนซาอุฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2565 และการไปเยือนเพื่อต่อยอดของภาครัฐและภาคเอกชนไทย นำโดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีคณะจากอีอีซีเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 15-19 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา

 

ซึ่งได้สร้างโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุนและการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี กระชับความสัมพันธ์ของประชาชนทั้งสองประเทศ กระตุ้นด้านการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากซาอุฯ เดินทางมาประเทศไทยต่อเนื่อง สร้างรายได้ภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพื่อฟื้นเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย    

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. กล่าวว่า นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่อีอีซี ได้ให้การต้อนรับคณะหอการค้ามณฑลริยาด จากซาอุฯ ดังกล่าว ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อดึงดูดนักลงทุนให้เกิดการลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทางซาอุฯ สนใจ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัลนวัตกรรมขั้นสูง  อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมอาหารและแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV ที่จะขับเคลื่อนบริบทเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG เป็นต้น

 

รวมทั้ง จะเป็นอีกกลไกสำคัญเพื่อจูงใจนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้เข้าสู่พื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนทั่วโลกต่อเนื่อง เพื่อช่วยขับเคลื่อนแผนการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ระยะ 2 ในอีก 5 ปีข้างหน้า (2565 – 2569) ที่อีอีซี ได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนรวม 2.2 ล้านล้านบาท ทำให้มูลค่าการลงทุนในอีอีซี เพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ล้านบาท/ปี (จากเดิม 300,000 ล้านบาท/ปี) เป็นกลไกหลักผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตเต็มศักยภาพ 4.5 – 5% ต่อปี พร้อมส่งผลให้ไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ก้าวสู่ประเทศพัฒนา และคนไทยมีรายได้สูงขึ้นได้ในปี 2572

พร้อมกันนี้ คณะหอการค้ามณฑลริยาด จากซาอุฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานภายใน โรงงาน บมจ. เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จ.ระยอง หรือ SNC ซึ่งเป็นต้นแบบโรงงานอุตสาหกรรม 4.0 ภายในพื้นที่อีอีซี โดยกลุ่มนักธุรกิจจากซาอุฯ ได้ให้ความสนใจศึกษาในส่วนของ โรงงานที่ใช้นวัตกรรมเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบดิจิทัล กลุ่มแปรรูปอาหารและเทคโนโลยีห้องเย็น การทดสอบและผลิตยานยนต์ไฟฟ้า EV และในส่วนของการจัดแสดงผลไม้ ผลิตภัณฑ์ชุมชนโอทอป และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง   อีอีซี ต้อนรับคณะหอการค้าฯ ซาอุดิอาระเบีย ดึงลงทุนดิจิทัล การแพทย์ EV