“หุ้นไทย” ปิดตลาด (4 ก.ค. 65) เวลา 16.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,560.27 จุด ปรับตัวลดลง 12.40 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.79% มูลค่าการซื้อขาย 55,686 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,577.10 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,559.64 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- PTT ปิดที่ 34.25 บาท ลดลง 0.72%
- ADVANC ปิดที่ 200.00 บาท ลดลง 1.27%
- JASIF ปิดที่ 9.10 บาท ลดลง 4.21%
- TU ปิดที่ 15.50บาท ลดลง 6.63%
- JAS ปิดที่ 3.12 บาท ลดลง13.33%
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีเอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปรับลงจากความกังวลเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย และจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดของจีนกลับมาสูงขึ้น ประกอบกับมีแรงขายของนักลงทุนต่างชาติหลังเงินบาทอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 5 ปี 6 เดือน ซึ่งหากเงินบาทยังอ่อนค่าลงอีกจะทำให้นักลงทุนต่างชาติขายออกมากขึ้นก็จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ปริมาณการซื้อขายวันนี้ยังค่อนข้างเบาบาง และลักษณะตลาดซึมลง
นอกจากนี้ นักลงทุนคาดว่างบการเงินของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในไตรมาส 2/65 น่าจะชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น พร้อมทั้งเก็งว่าตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือนมิ.ย.อาจสูงขึ้นเป็น 7.45% จากเดือน พ.ค.อยู่ที่ 7.1% หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นปัจจัยให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย และเมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้นก็จะกระทบมูลค่าหุ้น วันนี้จึงมีแรงขายลดความเสี่ยงออกมา
อย่างไรก็ตาม คาดว่าเงินเฟ้อในไตรมาส 3/65 จะสูงกว่าไตรมาส 3/64 ที่มีฐานต่ำเพราะเป็นช่วงระบาดโควิดสายพันธุ์เดลต้า
แนวโน้มในวันพรุ่งนี้ หากตลาดยืนไม่อยู่ระดับ 1,560 จุด ดัชนีน่าจะไหลลงต่อ มองแนวรับที่ 1,550-1,544 จุด แต่หากตลาดยืนได้ก็มองแนวต้านที่ 1,568 และ 1,575 จุด
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์








