background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

บริษัทสื่อ “ฮอลลีวูด” รับมือเศรษฐกิจถดถอย เล็งหั่น “งบโฆษณา”

บริษัทสื่อ “ฮอลลีวูด” รับมือเศรษฐกิจถดถอย เล็งหั่น “งบโฆษณา”

ภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจถดถอย ทำให้บริษัทสื่อบันเทิงในสหรัฐ ต้องรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก หนึ่งในนั้น คืองบโฆษณา

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักในปีนี้ ทั้งภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และการลาออกครั้งใหญ่ของแรงงานสหรัฐ (Great Resignation) บรรดานักพยากรณ์เศรษฐกิจคาดการณ์ว่า ปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

บริษัทสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มเป็นกังวลกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เข้าสู่สภาวะถดถอย ส่งผลให้ลดต้องค่าใช้จ่าย ซึ่งมักจะเลือกที่จะตัดงบโฆษณาก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้หลายบริษัทในฮอลลีวูดที่พึ่งพารายได้จากโฆษณาเริ่มเฝ้าระวังสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน (ซีเอฟโอ) และผู้บริหารฝ่ายขายโฆษณาของหลายบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แม้ว่าผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งบอกกับสำนักข่าว The Hollywood Reporter ว่า "คุณไม่สามารถเพิกเฉย" กับสภาพเศรษฐกิจระดับมหภาคได้ก็ตาม

ในงานประชุม​​ประจำปี Credit Suisse Communications Conference ครั้งที่ 24 เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงจากสตูดิโอภาพยนตร์หลายรายพร้อมใจกล่าวว่า การเจรจาซื้อขายโฆษณาในช่วงปี 2565-2566 ยังคงเป็นไปได้ด้วยดี และเพิ่มขึ้นประมาณ 8-9 ดีลจากปีที่แล้ว

เจฟฟ์ เชลล์ ซีอีโอของ NBCUniversal รู้สึก “ตื่นเต้น” กับผลลัพธ์ที่ได้ ขณะที่ สตีฟ ทอมซิก ซีเอฟโอของ Fox กล่าวว่า “ได้ยอดโฆษณาตามที่สถานีตั้งเป้าไว้” ส่วน บ็อบ บากิช ซีอีโอของ Paramount บอกว่า รู้สึก “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” กับการเจรจาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม สตูดิโอภาพยนตร์ยังคงมองเห็นผลกระทบบางอย่างในอนาคต “เรายังไม่เห็นสัญญาณในธุรกิจของเรา แต่ในตลาดอื่น ๆ เราเริ่มเห็นผลกระทบบางอย่าง และแม้ว่าในปีที่แล้ว วงการโฆษณาจะทำได้ดีเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนว่าในปีนี้มันค่อนข้างยากกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เดือนที่แล้ว และปีที่แล้ว” ซีอีโอ NBCUniversal กล่าวถึงการขายโฆษณาในอนาคต

ขณะที่ บากิช จาก Paramount กล่าวว่า “การโฆษณามีผลต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ยังผันผวนอยู่เล็กน้อย ดังนั้นหากมองดูในตลาดทั่วไปแล้ว มีความเป็นไปได้หลายด้าน และมีความท้าทายบางอย่างจากความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ”

เจสสิกา รีฟ เออร์ลิช” นักวิเคราะห์จากธนาคารแบงก์ออฟอเมริกา  ระบุในงานวิจัยที่เปิดเผยเมื่อ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า 

“ความผันผวนของเศรษฐกิจระดับมหภาคเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดโฆษณา บริษัทต่าง ๆ ใช้มาตรการรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่ายลง ประกอบกับความกังวลของผู้โฆษณาเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ และปัญหาด้านซัพพลายเชน ส่งผลให้ตลาดโฆษณาขาดแรงกระตุ้น อยู่ในสถานะเฉื่อยชา”

บริษัทสื่อและเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว จากลดจำนวนพนักงานหรือปลดพนักงาน ลดค่าโฆษณา ตลอดจนยกเลิกแผนการซื้อกิจการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Netflix สตรีมมิงยักษ์ใหญ่ ก่อนหน้านี้ปลดพนักงานไปแล้วกว่า 200 คน และพึ่งปลดเพิ่มอีก 300 คน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ Spotify บริการสตรีมมิงฟังเพลง ที่พึ่งแจ้งปลดพนักงาน

ด้าน Vice Media บริษัทสื่อในนิวยอร์กชะลอการจ้างงานและลดต้นทุนอื่น ๆ ขณะที่ Warner Bros. Discovery บริษัทสื่อของสหรัฐ เล็งปลดพนักงานฝ่ายขายโฆษณาทั่วโลกถึง 30% หรือ เกือบ 1,000 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกับที่ เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. Magna บริษัทด้านการลงทุนและวิเคราะห์สื่อ ได้ปรับตัวเลขภาพรวมการเติบโตของโฆษณาในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 12% เหลือเพียง 9.2% เท่านั้น จากการประเมินเศรษฐกิจในภาพรวม “การชะลอตัวทางเศรษฐกิจจะเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดโฆษณาจริง ๆ ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 และ Magna คาดการณ์ว่าการเติบโตจะลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2-4 และตลอดปีหน้า

“ผมมองว่ายังมีรายการบางส่วนที่สามารถทำรายได้จากการโฆษณาได้อยู่ เช่น รายการตามผังรายการ รายการข่าว การถ่ายทอดสดกีฬา รวมถึงการขายแพ็คโฆษณา” ทอมซิก แห่ง Fox กล่าว

ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึงเดือน พ.ย. บริษัทสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นยังคงได้รับค่าโฆษณาทางพรรคการเมืองอยู่ “ยังคงมีโฆษณาบางส่วนที่ยังไปได้อยู่ มันไม่ได้ล้มไปทั้งหมด” เชลล์กล่าว

ในขณะที่ตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ เทคโนโลยี อาหาร เภสัชกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค บางหมวดกำลังประสบปัญหาจากภาวะเงินเฟ้อและปัญหาซัพพลายเชน ส่วนตลาดคริปโทฯกำลังล่มสลาย แต่หมวดการเดินทางกำลังฟื้นตัว เนื่องจากหลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวยังประเทศต่าง ๆ

เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมบันเทิงกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จากการเข้าฉายของ “Top Gun: Maverick” และ “Doctor Strange in the Multiverse of Madness” ทำให้ภาพรวมรายได้ของบ็อกซ์ ออฟฟิศสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม บรรดานักการตลาด บริษัทผู้ผลิตสื่อ และบริษัทที่ต้องซื้อสื่อยังคงต้องวางแผนให้รอบคอบว่าจะทำอะไร เพราะถึงแม้ในช่วงนี้ภาพรวมของโฆษณาจะยังไปได้ดีจากการขายโฆษณาล่วงหน้าและโฆษณาจากพรรคการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าวงการโฆษณาจะยังไปได้ด้วยดี เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น รวมถึงภาวะตกต่ำของตลาดหุ้น และภาวะเศรษฐกิจถดถอยน่าจะชัดเจนมากขึ้นหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ 

นอกจากนี้ Disney+ และ Netflix 2 ผู้ให้บริการสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ จะเปิดตัวระบบสมาชิกแบบมีโฆษณาคั่นภายในช่วงสิ้นปีนี้ โดยทำให้มีราคาค่าบริการรายเดือนถูกลง ซึ่งอาจทำให้เกิดการแย่งชิงซื้อโฆษณาและสปอนเซอร์ของบริษัทต่าง ๆ ดุเดือดยิ่งขึ้น เพราะจำนวนคู่แข่งมากขึ้น แต่รายได้มีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ 


ที่มา: Deadline, Seeking Alpha, ReutersThe Hollywood Reporter, The InformationThe Verge