เตือนบิตคอยน์อาจทรุดแตะ 1.3 หมื่นดอลล์ เหตุสภาพคล่องหดหลังแบงก์ขึ้นดอกเบี้ย

เตือนบิตคอยน์อาจทรุดแตะ 1.3 หมื่นดอลล์ เหตุสภาพคล่องหดหลังแบงก์ขึ้นดอกเบี้ย

นายเอียน ฮาร์เน็ต ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการลงทุนของ บริษัท แอบโซลูท สตราเทจี รีเสิร์ช คาดการณ์ว่า ราคาบิตคอยน์มีแนวโน้มร่วงลงสู่ระดับต่ำถึง 13,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการทรุดตัวลงเกือบ 40% จากระดับปัจจุบัน

หากภาวะฟองสบู่คริปโทเคอร์เรนซีแตก ผมเชื่อว่าราคาบิตคอยน์จะดิ่งลงต่ำถึง 13,000 ดอลลาร์ สถานการณ์ในตลาดคริปโทฯ ในขณะนี้ขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง เรามองว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นทั้งสกุลเงิน และไม่ได้เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ และไม่มีมูลค่าแต่อย่างใด" นายฮาร์เน็ต ให้สัมภาษณ์ในรายการ "Squawk Box Asia" ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อวันอังคาร (21 มิ.ย.)

นายฮาร์เน็ต กล่าวว่า การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของราคาบิตคอยน์ในอดีตที่ผ่านมา นั้นบ่งชี้ว่า บิตคอยน์กำลังเข้าสู่วงจรขาลง และมีแนวโน้มดิ่งลงราว 80% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยกตัวอย่างเช่นในปี 2561 ราคาบิตคอยน์ทรุดตัวลงจนเกือบถึงระดับ 3,000 ดอลลาร์ หลังจากพุ่งขึ้นเกือบแตะระดับ 20,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2560

 "การทรุดตัวลงของราคาบิตคอยน์ในปี 2565 ทำให้เราเชื่อว่าราคามีแนวโน้มดิ่งลงจนถึงระดับ 13,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่ต้องพึ่งพาสภาพคล่องในโลก เมื่อสภาพคล่องถูกระบายออกเนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกพากันคุมเข้มนโยบายการเงิน และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย บิตคอยน์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับสินทรัพย์ในตลาดอื่น ๆ" นายฮาร์เน็ต กล่าว

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 1.50-1.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 28 ปี หลังจากนั้นธนาคารกลางอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ ฮังการี บราซิล ไต้หวัน ฮ่องกง และอาร์เจนตินา ต่างก็ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์