เปิดสถิติ “ต่างชาติเที่ยวไทย” 1 ม.ค.-15 มิ.ย.65 กู้ยอด 1.6 ล้านคน ฟื้น 3,895%

เปิดสถิติ “ต่างชาติเที่ยวไทย” 1 ม.ค.-15 มิ.ย.65  กู้ยอด 1.6 ล้านคน ฟื้น 3,895%

“ศบค.” เปิดสถิติ “ต่างชาติเที่ยวไทย” ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 มิ.ย.65 พบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสม 1.6 ล้านคน คิดเป็นการฟื้นตัว 3,895% ชี้ครึ่งแรกของเดือน มิ.ย. ตลาด “มาเลเซีย” เที่ยวไทยพุ่ง เดินทางเข้ามา 6.14 หมื่นคน ดันยอดสะสมจี้อันดับ 1 ตลาด “อินเดีย”

รายงานข่าวจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แจ้งว่า ในที่ประชุม ศบค.วันนี้ (17 มิ.ย.) ได้ระบุถึง สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ตั้งแต่วันที่ 1-15 มิ.ย.2565 พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 348,699 คน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรก มีดังนี้

1.มาเลเซีย                จำนวน 61,486 คน

2.อินเดีย                    จำนวน 51,800 คน

3.สิงคโปร์                  จำนวน 31,580 คน

4.เวียดนาม                จำนวน 18,885 คน

5.สหรัฐ                     จำนวน 15,708 คน

หลังจากก่อนหน้านี้ ศบค.มีมติผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย “ไม่มีการกักตัว” แม้ว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยจะยังไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือฉีดแล้วแต่ยังไม่ครบโดส โดยให้แสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Pro-ATK หรือ RT-PCR ล่วงหน้า 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2565 เป็นต้นมา ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน “มาเลเซีย” ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น

เมื่อดูนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในช่วง 1-15 มิ.ย.ที่ผ่านมา สถิติเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000-25,000 คนต่อวัน เฉพาะวันที่ 15 มิ.ย. เดินทางเข้ามา 23,953 คน

เปิดสถิติ “ต่างชาติเที่ยวไทย” 1 ม.ค.-15 มิ.ย.65  กู้ยอด 1.6 ล้านคน ฟื้น 3,895%

สำหรับ สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 มิ.ย.2565 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 1,615,913 คน เพิ่มขึ้น 3,895% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้ 99,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 303% โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรกในช่วงเวลาดังกล่าว มีดังนี้

1.อินเดีย                    จำนวน 169,131 คน

2.มาเลเซีย                 จำนวน 137,969 คน

3.สหราชอาณาจักร     จำนวน 107,438 คน

4.สิงคโปร์                  จำนวน 98,701 คน

5.เยอรมนี                  จำนวน 86,480 คน

 

และเมื่อดูสถิติย้อนหลังในช่วงวันที่ 1 ม.ค.-15 มิ.ย.2565 เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวดีของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

- เดือน ม.ค.2565                   จำนวน 133,903 คน

- เดือน ก.พ.2565                   จำนวน 152,954 คน (+14.2% เทียบ ม.ค.65)

- เดือน มี.ค.2565                   จำนวน 210,836 คน (+37.8% เทียบ ก.พ.65)

- เดือน เม.ย.2565                   จำนวน 293,350 คน (+39.1% เทียบ มี.ค.65)

- เดือน พ.ค.2565                   จำนวน 476,171 คน (+62.3% เทียบ เม.ย.65)

อัตราการฟื้นตัวของเดือน พ.ค. กระโดดอย่างเห็นได้ชัด หลังจาก ศบค.มีมติผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย “ยกเลิกระบบ Test & Go” มีผลเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2565 เป็นต้นมา ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มากกว่าจำนวนตลอดปี 2564 ซึ่งปิดที่ตัวเลข 427,869 คน

- วันที่ 1-15 มิ.ย.2565              จำนวน 348,699 คน

เฉพาะแค่ครึ่งแรกของเดือน มิ.ย. ก็ทำยอดได้กว่า 80% ของเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย "ไม่มีการกักตัว" มีผลเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2565 เป็นต้นมา

 

เปิดสถิติ “ต่างชาติเที่ยวไทย” 1 ม.ค.-15 มิ.ย.65  กู้ยอด 1.6 ล้านคน ฟื้น 3,895%

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังการประชุม ศบค. วันนี้ (17 มิ.ย.) ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คาดการณ์ว่าตลอดปี 2565 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่น้อยกว่า 7.5 ล้านคน

หลังจากรัฐบาลไทยยกเลิกระบบ Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา และผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยจะเร่งสปีดยอดให้ได้ถึง 10 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ คาดมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 1.5 ล้านคนต่อเดือน หรือเฉลี่ย 50,000 คนต่อวัน

จากมติ ศบค.ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยกเลิกระบบไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การยกเลิกคำสั่งให้สวมหน้ากากอนามัย ประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถสวมหน้ากากอนามัยได้ตามความสมัครใจ แต่ยังคงแนะนำให้สวมใส่เมื่ออยู่ในสถานที่แออัด และการขยายเวลาการเปิดให้บริการของธุรกิจภาคกลางคืน เช่น สถานบันเทิง ผับ บาร์ และคาราโอเกะ กลับคืนสู่ภาวะปกติ ให้เป็นไปตามกฎหมายเดิม เปิดบริการได้ถึงเวลา 02.00 น. จะส่งผลดีต่อการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากขึ้น ให้ถึงเป้าหมาย 10 ล้านคนในปีนี้