บลจ.กสิกรไทย ชี้ครึ่งปีหลัง เปิดประเทศ-มาตรการรัฐหนุนดัชนีสิ้นปี 1,700 จุด

บลจ.กสิกรไทย ชี้ครึ่งปีหลัง เปิดประเทศ-มาตรการรัฐหนุนดัชนีสิ้นปี 1,700 จุด

บลจ.กสิกรไทย มองตลาดหุ้นไทยผันผวนระยะสั้น เชื่อเปิดประเทศ-มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายครึ่งปีหลังยังหนุนดัชนีสิ้นปีนี้ แตะ1,700 จุด ส่วนกรอบล่างที่ 1,550 จุด พร้อมคาดหากเก็บภาษีขายหุ้น กระทบสภาพคล่องหาย และกลุ่มกองทุน AI

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บล.กสิกรไทย  เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นยังคงผันผวนอยู่ในกรอบแคบ ตามความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อควบคุมสถานการณ์เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง จากผลกระทบของราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้นรุนแรง หลังได้รับปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย และ ยูเครน

โดยบริษัทคาดว่าดัชนีปลายปี 2565 น่าจะอยู่ที่ 1,750 -1,800 จุด โดยในส่วนของ1,800จุด อาจจะต้องดูว่าการท่องเที่ยวจะเปิดได้มากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมีสัดส่วนถึง1ใน3ของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของ1,700จุดน่าจะมีความเป็นไปได้
       

โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้เดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามายังประเทศไทย 6 ล้านคน ในขณะเดียวกันจะยังมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านหลายโครงการของรัฐบาล การบริโภคในประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างต่อเนื่องด้วย

กองทุน AI หวั่นได้รับผลกระทบจากภาษีขายหุ้น
นางสาวธิดาศิริ กล่าวว่า ส่วนการคิดภาษีขายหุ้นอาจมีการกระทบสภาพคล่องบาง โดยมอง Downside ครั้งนี้ที่ 1,550 จุด โดยมองว่าจะมีกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่คอยพยุงดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ ทั้งกลุ่มพลังงานที่มีสัดส่วนราว 25% ของตลาดหุ้นไทย ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง รวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่มีสัดส่วนราว 10% ของดัชนีตลาดหุ้นไทย จะได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น

“ภาษีขายหุ้นในส่วนนี้กองทุนของเราคงไม่ได้รับผลกระทบเพราะเราเป็น กองทุนที่ลงทุนระยะยาวมีความถี่ในการซื้อขายต่ำ โดยกองทุนที่คาดว่าจะรับผลกระทบจะเป็นกองทุนที่ใช้ระบบAIซึ่งเป็นโปรแกรมเฉพาะในการซื้อ-ขายและจะมีความถี่มากกว่าในการซื้อและขายทำกำไร แต่ก็จะมีสภาพคล่องบางส่วนหายไปเพราะสัดส่วนประมาณ30%ของมูลค่าเทรดมาจากโปรแกรมเทรดทำให้ความน่าสนของตลาดหุ้นไทยลดลงได้”