background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ไม่ใช่ผู้หญิงหยุดสวย..แต่โควิด ฉุดตลาดสินค้าความงามสูญ 7.4 หมื่นล้าน

ไม่ใช่ผู้หญิงหยุดสวย..แต่โควิด ฉุดตลาดสินค้าความงามสูญ 7.4 หมื่นล้าน

ปี 65 ต้องถึงเวลากลับมาสวยแล้วล่ะ 'ลอรีอัล ประเทศไทย' ประกาศแผนธุรกิจ เสริมทัพแบรนด์ระดับโลกเอาใจคนรักสวยรักงาม พร้อมลุยกว่า 500 แคมเปญ ปลุกตลาดอีกครั้ง ขานรับผู้คนออกนอกบ้าน กลับไปทำงาน

ย้อนไปก่อนเกิด “วิกฤติโควิด-19” ตลาดสินค้าความงามมีมูลค่าถึง 2.18 แสนล้านบาท และการเติบโตหอมหวาน 6.7% ทว่า ขุมทรัพย์ดังกล่าวถูกทำลายด้วย ไวรัสมฤติยู เพราะพลิกสถานการณ์ทุกอย่างให้ “เปลี่ยน” แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

มาตรการ “ล็อกดาวน์” การอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านหรือ Work From Home ทำให้ “ผู้หญิงต้องหยุดสวย” ลบวรรคทอง “ผู้หญิงอย่าหยุดสวย” ให้หายไป

ตัวแปรข้างต้นทำให้ล่าสุด “ลอรีอัล ประเทศไทย” ยักษ์ใหญ่ตลาดสินค้าความงามระดับโลก ให้ข้อมูลตลาดรวมปี 2564 มีมูลค่า 1.447 แสนล้านบาท โดย 2 ปี มูลค่าตลาดหายวับไปถึง 7.4 หมื่นล้านบาท!

ทว่า ปี 2565 แม่ทัพใหญ่ “ลอรีอัล ประเทศไทย” ประกาศตลาดสินค้าความงามฟื้นตัวกลับมาแน่!

อินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา ฉายให้เห็นภาพรวมตลาดสินค้าความงามในประเทศไทยมี “ขนาดใหญ่” เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค SAPMENA ซึ่งประกอบด้วย เอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และ แอฟริกาเหนือ

ขณะที่ธุรกิจของ “ลอรีอัล ประเทศไทย” รั้งอันดับ 1 ใน 5 ตลาดหลักของ SAPMENA และยังคอัตราการเติบโต “เหนือตลาด” ยิ่งกว่านั้นบริษัทยังครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องด้วย

เมื่อขุมทรัพย์สินค้าความงามของไทยใหญ่ มาดูมูลค่าตลาดกัน ซึ่งปี 2564 เม็ดเงินสะพัดกว่า 1.447 แสนล้านบาท เจาะลึกแต่ละหมวดผลิตภัณฑ์พบว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ(สกินแคร์)ยังครองสัดส่วนตลาดสูงสุดที่ 57.5 % ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 21% กลุ่มผลิตภัณฑ์สีสัน(เมกอัพ) 15.5% และกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำหอมสัดส่วน 6%

ไม่ใช่ผู้หญิงหยุดสวย..แต่โควิด ฉุดตลาดสินค้าความงามสูญ 7.4 หมื่นล้าน

ปี 2565 ตลาดสินค้าความงามกลับมาเติบโต ขานรับการเปิดประเทศ ผู้คนเริ่มกลับไปใช้ชีวิตปกติ โดยเฉพาะ ออกนอกบ้าน ทำงาน การกลับมา “แต่งเสริมเติมสวย” ปลุกสีสันสร้างชีวิตชีวาของบรรดาสาวๆจึงเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ดังนั้นการทำตลาดของลอรีอัล ประเทศไทย จึงเดินหมากรบเต็มสูบเพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในปีนี้และปีต่อไปอย่างแข็งแกร่ง “อินเนส” จึงย้ำว่า บริษัทมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการผ่านการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน “Beauty Tech” อย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบัน ลอรีอัล ประเทศไทย มีนวัตกรรมความงามด้าน Beauty Tech มากกว่า 12 นวัตกรรม

“บริษัทยังคงนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผิวหนัง เส้นผม และเมกอัพ”

เมื่อการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนับเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของลอรีอัล ทำให้บริษัททุ่มเททั้งงบประมาณและทรัพยากรให้กับงานด้านการค้นคว้าวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม 3 ด้าน ได้แก่ 1. รังสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี AI 2. ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม และ 3.ลงทุนในการสร้างพันธมิตรด้านขุมพลังแห่งข้อมูลหรือ Data ในบริษัทแนวหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยในการกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมความงาม และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั่วโลก

ไม่ใช่ผู้หญิงหยุดสวย..แต่โควิด ฉุดตลาดสินค้าความงามสูญ 7.4 หมื่นล้าน

มีนวัตกรรม จะขาด “ผลิตภัณฑ์ใหม่” คงไม่ได้ ท่ามกลางแนวโน้มตลาดฟื้นตัว บริษัทยังเดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ “ในราคาที่หลากหลาย" ทุกหมวดหมู่และทุกช่องทาง เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ด้านความงามของผู้บริโภคทุกคน เช่น แบรนด์เซราวี (CeraVe) เคเรสตาส (Kérastase) ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล (L’Oréal Professionnel) อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ (Yves Saint Laurent) และ คีลส์ (Kiehl’s)

“สาวกความงามชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นนี้ไม่แพ้ตลาดใดในโลกอย่างแน่นอน ซึ่งปีนี้จะมีแบรนด์ชั้นนำมากมายที่พร้อมตบเท้าเข้ามาสร้างความตื่นเต้นและครองใจผู้บริโภค”

ส่วนกลยุทธ์การทำตลาด จะยึด 59 ช่องทางโซเชียลมีเดีย ประกาศศักดาให้ 15 แบรนด์ชั้น เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย สร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ที่สำคัญได้ระดัมทัพแคมเปญการตลาดกว่า กว่า 500 แคมเปญ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ให้อุตสาหกรรมความงามตื่นเต้น คึกคักอีกครั้งเช่นกัน

ไม่ใช่ผู้หญิงหยุดสวย..แต่โควิด ฉุดตลาดสินค้าความงามสูญ 7.4 หมื่นล้าน อินเนส คาลไดรา

“ยุคหลังวิกฤตโควิด 19 ทุกองค์กรต้องพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่เข้ามา ความว่องไวในการปรับตัวและการไม่หยุดนิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้านับเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตธุรกิจได้ในระยะยาว ซึ่งลอรีอัลมีความพร้อมสำหรับช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นนี้ และจะเดินหน้าเต็มกำลังในการเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech ของประเทศไทย เราจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมความงามไปพร้อมๆ กับผลักดันด้านความยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายของลอรีอัลในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลก”

 อย่างไรก็ตาม ปี 2564 ถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ของลอรีอัล กรุ๊ป โดยตลาดในประเทศไทย สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้น และท่ามกลางวิกฤตโควิด 19 ที่ถาโถมพร้อมกับกระแสดิจิทัล จึงเดินหน้าเปลี่ยนแปลงองค์กรและปรับเปลี่ยนทิศทางในการดำเนินธุรกิจให้ก้าวล้ำตลาด ตลอดจนปฏิวัติวงการความงามอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงสร้างผลงานการเติบโตสวนทางตลาดโดยกลุ่มที่โดดเด่นยกให้แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง “เติบโต 2 เท่า” ในช่วงเกือบ 3 ปี การทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น​​