วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

“ดอยคำ” ปลุกกระแสรักษ์โลก เร่งสร้างอาณาจักร “มะเขือเทศ” ปั๊มยอดขาย

“ดอยคำ” ปลุกกระแสรักษ์โลก  เร่งสร้างอาณาจักร “มะเขือเทศ” ปั๊มยอดขาย

สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นภัยคุกคามใหญ่ของโลก และมนุษย์คือต้นตอทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ เมื่อผลกระทบรุนแรง แบรนด์สินค้า ปรับแผนธุรกิจ บรรจุ "รักษ์โลก" เป็นส่วนหนึ่ง และ "ดอยคำ" เป็นอีกองค์กรที่ Go Green ตั้งแต่เริ่มธุรกิจ แต่จากนี้ต้องจริงจังกว่าเดิม

กระแสรักษ์โลก ไม่เพียงเป็นเมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตและผู้บริโภค แต่อีกมิติ “ความตกลงปารีส” ที่มีพันธกิจและเป้าหมายสำคัญในการร่วมรับผิดชอบปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้หลายองค์กรต้องบรรจุเป้าหมายในการผลิตสินค้าและบริการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ในแผนขับเคลื่อนธุรกิจด้วย

หากเอ่ยชื่อถึง “ดอยคำ” และมองไปยังรากฐานการทำธุรกิจเพื่อสังคม ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ต้นยาวนานถึง 3 ทศวรรษแล้ว แต่อดีตการทำกิจกรรมรักษ์โลกทั้งการสร้างพลังงานทดแทน สร้างฝาย ฯ อาจเสียงไม่ดังพอถึงผู้บริโภค

ขณะเดียวกันหากมองภาคธุรกิจส่วนใหญ่ ทำกิจกรรมที่ใส่ใจและดูแลโลก ล้วนเป็น “กิจกรรมเพื่อสังคม” หรือซีเอสอาร์ เป็นหลัก แต่ภารกิจจากนี้ไป “ดอยคำ” จะ Go Green เชิงรุกผ่านโครงการ “สร้างโลกสีเขียว” ผนึก 12 องค์กรชั้นนำ เช่น อำพลฟูดส์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป  ไปรษณีย์ไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ฯ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กับผู้บริโภคและสังคมในวงกว้าง

 “เราทำกิจกรรมและโครงการเพื่อสร้างสีเขียวมาตั้งแต่ต้น ปัจจุบันการขับเคลื่อนธุรกิจยังเดินตามเแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือ SDGs 17 ข้อ ซึ่งบริษัททำได้ 16 ข้อ ภายในปีนี้ตั้งเป้าจะทำให้ได้ทั้ง 17 ข้อ” พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคําผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เล่าสิ่งที่มุ่งมั่นทำในปี 2565 โดยขาดเพียงสิ่งเดียวคือกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เพราะบริษัทมีกิจกรรมส่วนใหญ่บนที่สูง

นอกจากนี้ เป้าหมายทำให้ครบ 17 ข้อตามแผนพัฒนายั่งยืนระดับโลก “ดอยคำ” ยังเดินหน้าสานเป้าหมายให้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(คาร์บอนไดออกไซต์)ให้เหลือ 0 ภายในปี 5 ปีข้างหน้าด้วย ทุกกระบวนการจะเริ่มตั้งแต่ให้ความรู้ และปฏิบัติจากเกษตรกรฐานราก เช่น การใช้ปุ๋ยหมัก แทนปุ๋ยเคมี แต่การหมักปุ๋ยจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ดอยคำ” ปลุกกระแสรักษ์โลก  เร่งสร้างอาณาจักร “มะเขือเทศ” ปั๊มยอดขาย 12 ภาคีเครือข่ายสร้างโลกสีเขียว

ในอนาคต การสร้างโรงงานใหม่จะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ซึ่ง อาคารและการก่อสร้างจะต้องได้รับมาตรฐาน LEED จากปัจจุบันอาคารสำนักงานมีการปรับปรุงจนได้รับ LEED Gold เป็นต้น

ที่ผ่านมา บริษัทยังมีการทำโครงการ “แกะล้างเก็บ” เป็นการภายในมา 3 ปีแล้ว และคิกออฟสู่สาธารณะ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเป้าหมายผลิตสินค้าเสิร์ฟตลาด บรรจุภัณฑ์กล่องกลายเป็นขยะปริมาณเท่าไหร่ ต้องเก็บคืนกลับมาเท่าจำนวนดังกล่าว โดยไม่จำกัดแค่แบรนด์ของดอยคำเท่านั้น แต่เปิดกว้างแบรนด์อื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงการเกิดผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง จึงมีการนำกลยุทธ์การตลาดมาเสริมทัพโดย 1 กล่องดอยคำ นำไปแลกซื้อสินค้าดอยคำได้เลย ทว่า กิจกรรมยังมี Pain Point เพราะผู้บริโภคยังไม่สนใจเท่าที่ควร

“แม้ผู้บริโภคยังไม่ตระหนักในการเก็บกล่องมาล้างและร่วมโครงการ แต่เราจะไม่ยอมแพ้ในการสร้างโลกสีเขียว”

ส่วนแนวทางการดำเนินธุรกิจของ “ดอยคำ” ในปี 2565 ความท้าทายใหญ่คือสถานการณ์ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้นถึง 20% แต่บริษัทพยายามตรึงราคาสินค้าไว้ เพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญอำนาจซื้อ รายได้ที่ลดลง

ทั้งนี้ บริษัทยังปรับตัว 2-3 ประการ เพื่อบริการจัดการต้นทุน ได้แก่ 1.ให้ความสำคัญกับการผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วน 10% โดยกลุ่มน้ำผลไม้มีสัดส่วนใหญ่สุดราว 40% ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง 25% และอื่นๆ 25%

“ดอยคำ” ปลุกกระแสรักษ์โลก  เร่งสร้างอาณาจักร “มะเขือเทศ” ปั๊มยอดขาย การขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มสมุนไพร ยังขานรับกับตลาดน้ำผลไม้ที่อยู่ในภาวะ “หดตัว” ต่อเนื่องด้วย 2.การสร้างพอร์ตโฟลิโอ “ครอบครัวมะเขือเทศ” ให้เป็นอาณาจักรที่เติบโตขึ้น โดยมีสินค้าทุกหมวดหมู่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จากเดิมมีสินค้าราว 20 รายการ(SKU) เช่น น้ำมะเขือเทศเข้มข้น มะเขือเทศอบแห้ง ไอศกรีมมะเขือเทศ เป็นต้น

“กลุ่มผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเป็นพระเอกของดอยคำ จากนี้ไปบริษัทต้องการสร้างอาณาจักรให้สินค้าแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าผู้บริโภคคนไหนที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อคิดถึงมะเขือเทศต้องแบรนด์ดอยคำ”

จากแผนดังกล่าว บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2565 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เติบโตอัตรา 2 หลัก จากปี 2564 รายได้อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ และถือเป็นการเติบโตสวนกระแสตลาดด้วย