“หุ้นไทย” ปิดตลาด (30 พ.ค. 65) เวลา 16.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,653.61 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.86 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.91% มูลค่าการซื้อขาย 67,561.59 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,656.54 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,646.95 จุด
5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- AOT ปิดที่ 69.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.72%
- PTT ปิดที่ 38.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.33%
- PTTEP ปิดที่ 166.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
- KBANK ปิดที่ 148.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.02%
- BDMS ปิดที่ 25.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ ปรับตัวขึ้นตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค รับแรงหนุนจากความคลายกังวลตัวเลขเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุด ไปแล้ว หลังจากสหรัฐ ประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (Core PCE) เดือนเม.ย.ออกมาเริ่มเห็นการชะลอตัวลง
ทำให้ตลาดผ่อนคลายแรงกดดันการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงๆ เริ่มลดลง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond yield) 10 ปี ได้ปรับลดลงมาที่ 2.75% หนุนต่อตลาดหุ้น และทำให้เงินไหลกลับเข้ามาเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนต่อตลาดหุ้นไทยได้ต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการ เปิดเมือง และเปิดประเทศ ซึ่งหนุนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และการบริโภค ปรับตัวขึ้น และมีแรงซื้อเข้ามา ค่อนข้างมาก สะท้อนภาพความมั่นใจในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้มองว่าดัชนีปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากหลัง และขึ้นมาทดสอบระดับแนวต้าน 1,650 จุดได้ อาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง ทำให้ดัชนีย่อตัวลงมาได้ในระยะสั้น และแกว่งตัวไซด์เวย์เพื่อรอปัจจัยใหม่ โดยปัจจัยที่ติดตามมีการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปที่มีถึงสิ้นเดือนพ.ค.นี้ จะมีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียออกมาเพิ่มเติม อย่างไร และพรุ่งนี้จะมีการปรับลดน้ำหนักหุ้นเข้าออก MSCI Rebalance ซึ่งได้รับข่าวไปแล้ว
โดยให้แนวต้าน 1,665 - 1,670 จุด แนวรับ 1,640 - 1,645 จุด
พิสูจน์อักษร โดย....สุรีย์ ศิลาวงษ์








