background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 30 May 2022

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 30 May 2022

ราคาน้ำมันดิบผันผวนในกรอบแคบต่อเนื่อง หลังตลาดจับตาข้อสรุปมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ของสหภาพยุโรป

ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 110-120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 115-125 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 30 May 2022

 

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (30 พ.ค. – 3 มิ.ย. 65) 

ราคาน้ำมันดิบคาดมีความผันผวนในกรอบแคบต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดจับตาแผนการคว่ำบาตรของยุโรปต่อการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อหาข้อยุติในวันที่ 30-31 พ.ค. ซึ่งล่าสุดยังไม่สามารถหาข้อสรุปแบบเป็นเอกฉันท์ได้ เนื่องจากยังขาดความเห็นชอบของบางประเทศสมาชิก ขณะที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ประจำเดือน พ.ค. ที่มีแผนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 0.5% ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. อาจจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นอกจากนี้ตลาดคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังจีนประกาศยกเลิกมาตรการล็อคดาวน์ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 
 

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

-  ตลาดจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำของสหภาพยุโรป ในวันที่ 30-31 พ.ค. ซึ่งมีวาระเพื่อพิจารณามาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย โดยวาระดังกล่าวต้องได้รับฉันทามติจากประเทศสมาชิก 27 ประเทศ อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากหลายประเทศ เช่น ฮังการี ยังคงไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะกังวลผลกระทบรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งฮังการีพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียอยู่ในระดับสูง และยังขาดเงินทุนในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อใช้พลังงานจากแหล่งอื่นทดแทนการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย 

-  รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ประจำเดือน พ.ค. 65 เปิดเผยว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด เตรียมการที่บริหารจัดการภาวะเงินเฟ้อในระดับสูง โดยมีแผนที่จะปรับขึ้นอัตรานโยบาย 0.5% ในเดือน มิ.ย. และ ก.ค. 65 ซึ่งนับเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงสุดในรอบ 22 ปี แม้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว จะเป็นตามตลาดคาด แต่นักวิเคราะห์ยังคงกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สูง อาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ 

- ปริมาณความต้องการใช้น้ำมันจีนมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังจีนได้เตรียมยกเลิกการล็อคดาวน์ในเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 65 เป็นต้นไป เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ขณะที่รัฐบาลจีนเตรียมออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการล็อคดาวน์ อย่างไรก็ตามหลายเมืองยังคงบังคับมาตรการล็อคดาวน์ต่อเนื่อง อาทิเช่น หลายพื้นที่ในเมืองปักกิ่ง และเมือง Henan ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ราว 99 ล้านคน เพื่อให้ประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อ และกักตัว  อย่างไรก็ตาม 
 

 

 

 

 

-  โรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราการกลั่นกว่า 1.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แตะระดับ 93.2% ซึ่งนับว่าเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือน ธ.ค. 62 เพื่อสนับสนุนอุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดที่มีอยู่อย่างจำกัด และเพื่อรองรับอุปสงค์ฤดูกาลขับขี่ในสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงในช่วงวันหยุด US Memorial Day เป็นต้นไป 

-  ตลาดน้ำมันดิบยังได้แรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบและชาติพันธมิตร หรือกลุ่มโอเปคพลัส ยังคงประสบปัญหาในการเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ตามเป้า ขณะที่ตลาดคาดว่าการประชุมกลุ่มโอเปคพลัสในวันที่ 2 มิ.ย. ทางกลุ่มยังคงเพิ่มกำลังการผลิตในเดือน มิ.ย. ตามแผน ที่ระดับ 432,000 บาร์เรลต่อวัน โดยหลายฝ่ายคาดว่ากลุ่มโอเปคพลัสจะปฏิเสธการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามข้อเรียกร้อง ล่าสุดความร่วมมือในการลดกำลังการผลิต (OPEC+ Compliance) ในเดือน เม.ย. อยู่ที่ระดับ 220% เพิ่มขึ้นจากเดือน มี.ค. ที่ 157% ตามรายงานของรอยเตอร์  

-  ซาอุดิอาระเบีย คาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่กำลังฟื้นตัว เนื่องจากกำลังการผลิตสำรอง (Spare capacity) ทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำราว 2% เท่านั้น และหากอุตสาหกรรมการบินฟื้นตัว กลับสู่ระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาด จะทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอีก 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จะทำให้ตลาดน้ำมันเกิดภาวะตึงตัวอย่างมาก อย่างไรก็ตามซาอุดิอาระเบียมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 12 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็น 13 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2070 แต่อาจไม่ทันกับปริมาณความต้องการใช้ที่จะเพิ่มขึ้น 

-  เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้บริโภคเยอรมนี เดือน พ.ค. ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจีน และสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ตลาดคาดว่าจะปรับเพิ่ม เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า 

 

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (23 - 27 พ.ค. 65)  

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 4.78 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 115.07 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปรับเพิ่มขึ้น 6.01 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 119.43 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 112.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบผันผวน ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ สัปดาห์สิ้นสุด 20 พ.ค. ลดลง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 9 สัปดาห์ต่อเนื่อง โดย ณ สัปดาห์สิ้นสุด 20 พ.ค. จำนวนแท่นขุดเจาะเพิ่มขึ้น 14 แท่น แตะระดับ 728 แท่น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 63