ฟื้นตัวจากความคาดหวังเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด

ฟื้นตัวจากความคาดหวังเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุด

ตลาดรับข่าวร้ายไปมากขณะที่รอยืนยันการผ่านจุดสูดของเงินเฟ้อ หลังตอบรับข่าวร้ายระยะสั้นไปพอสมควรทั้งความเสี่ยงจากการปรับประมาณการเศรษฐกิจ, การปรับคาดการณ์ผลประกอบการ รวมไปถึงความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบแข็งกร้าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นโลกเริ่มฟื้นตัว ซึ่งเราประเมินว่าเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) ระดับการถือเงินสดในมือที่สูง หลังนักลงทุนปรับพอร์ตรับความเสี่ยงข้างต้นไปล่วงหน้าแล้ว ทำให้มีความพร้อมในการกลับเข้าซื้อ 2) ความคาดหวังว่าเงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสจบวัฎจักรการขึ้นดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปีนี้ (จากที่คาดว่าจะเป็นต้นปีหน้า) ซึ่งสะท้อนผ่านมายังผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินสหรัฐฯ ที่ปรับลดลง // เราประเมินปลายพ.ค.-ต้นมิ.ย. เข้าสู่ช่วงเวลาเป็นบวกต่อการเก็งกำไร เน้นหุ้นยังขึ้นน้อยหรือได้ประโยชน์จากผลตอบแทนพันธบัตรลดลง อาทิ กลุ่มการเงิน, อาหาร (เนื้อสัตว์),  ขณะที่ภาพระยะกลางยังมองทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองและเปิดประเทศ 

เข้าสู่ช่วงเวลาที่อาจจะดีที่สุดต่อราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นโดยมีแรงหนุนเชิงบวกจาก 1) การเข้าสู่ฤดูขับขี่ของสหรัฐฯ 2) คาดการณ์ว่าสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จะบรรลุข้อตกลงในการแบนนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียในการประชุม 30-31 พ.ค. 3) สต็อคน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องและมากกว่าคาด 4) ตลาดคาดโอเปคจะคงแผนเพิ่มกำลังการผลิต 432,000 บาร์เรล/วัน สำหรับการก.ค. ในการประชุม 2 มิ.ย.นี้ ซึ่งปัจจัยข้างต้นทำให้ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับขึ้นและเป็นช่วงดีที่สุดของปี ขณะที่ครึ่งปีหลังเราประเมินกำลังการผลิตจากอิหร่านจะเข้ามาช่วยลดความร้อนแรงของราคาน้ำมัน 

 


 

ประเด็นเก็งกำไรอื่น 1) กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ OSP, CBG, ICHI, SAPPE 2) กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL, ERW, MINT, BAFS, AAV, SHR 3) กลุ่มเปิดเมือง CPALL, MAKRO 4) กลุ่มมีลุ้นเข้า SET50 ได้แก่ JMT, JMART 5) กอง REIT ได้แก่ FTREIT, WHART 6) ขณะที่หุ้นกลาง-เล็กที่สามารถเลือกเก็งกำไร (แบบกำหนดจุดตัดขาดทุน) ในช่วงนี้ ได้แก่ THREL, BLA, MAJOR, TH, SCN, SCI, CMR, TKN, SPA เป็นต้น 7) หุ้นกลุ่มเก็งราคาน้ำมันลง SCGP, BJC, EPG, SCC 8) หุ้นเด่นกลุ่มพลังงาน OR 9) กลุ่มอาหารและเกษตร CPF, GFPT, TFG, TU, KSL, KTIS, KBS

ภาพรวมกลยุทธ์: มีโอกาสลุ้นผ่าน 1,643 จุด เพื่อขึ้นทดสอบ 1,660 จุด ภาพรวมยังเน้นในหุ้นใหญ่พื้นฐานดีที่ valuation ไม่แพงหรือกระแสเงินสดสูงที่สามารถจำกัด downside risk ได้เป็นหลัก และใช้จังหวะปรับลดลงแรงในการทยอยซื้อหรือสะสมรายตัว //หุ้นแนะนำ:  CPF*, ASW*, TTCL*, BFIT*

แนวรับ: 1,630 / แนวต้าน : 1,643 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 


 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐเผยเศรษฐกิจหดตัวมากกว่าคาดใน Q1/65 - ตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับ GDP ไตรมาส 1/65 หดตัว -1.5% จากเดิมที่รายงานว่าหดตัว -1.4% ในตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ขณะที่คาดการณ์หดตัวเพียง -1.3%

สหรัฐเผยดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายร่วงเป็นเดือนที่ 6 - pending home sales ลดลง 3.9% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 99.3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2563 และปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6

สหรัฐเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานต่ำกว่าคาด – ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 210,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 215,000 ราย

แบงก์ชาติรัสเซียลดดอกเบี้ย 3% สู่ 11% – พร้อมระบุว่ามีโอกาสลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ จากเงินเฟ้อชะลอตัวลงและเศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัว

รัสเซียพร้อมแก้วิกฤติอาหาร – โดยเปิดเส้นทางเรือที่ปลอดภัยในทะเลดำและทะเลอาซอฟ เพื่อให้สามารถขนส่งอาหารจากยูเครนได้ แลกกับการที่ชาติตะวันตกจะต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

ชัชชาติ ขอเวลา 1 เดือนจัดการสัมปทานสายสีเขียว – โดยมีแนวคิดว่า กทม.ควรจะโอนงานรถไฟฟ้ากลับไปให้หน่วยงานกลาง คือ กระทรวงคมนาคม เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเส้นทางรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน และได้ขยายออกไปยังปริมณฑลค่อนข้างมากแล้ว ไม่ได้จำกัดอยู่ภายใน กทม.เท่านั้น

ผู้บริโภคค้านดีลควบทรูดีแทคกังวลค่าบริการพุ่ง - ผู้บริโภคให้ความเห็น 100% ค้านทรูควบรวมดีแทค กลัวเกิดการผูกขาดอุตสาหกรรม หากเหลือ 2 รายใหญ่ อาจเกิดการร่วมกันกำหนดราคาค่าบริการที่แพงกระทบผู้บริโภค

หุ้นมีโอกาสเข้าเกณฑ์ Cash Balance – ได้แก่ TEAMG, ALL, FSMART, ARIN, NBC

คาดเข้า/ออก SET50 – คาดเข้า JMT, JMART, BLA /คาดออก RATCH, STGT, KCE

คาดเข้า/ออก SET100 – คาดเข้า SABUY, TIPH, JAS /คาดออก RS, TTA, MAJOR

 

ประเด็นติดตาม: 30 พ.ค. – China Manufacturing PMI  / 31 พ.ค. – EU CPI, US Consumer Confidence, TH MSCI Rebalance / 1 มิ.ย. – US ISM Manufacturing PMI, US Job Openings / 3 มิ.ย. – US Nonfarm Payrolls, US Participation Rate, US Unemployment Rate

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)